|
ไอซีที - เทคโนโลยี
|
|
จันทร์ที่ 01 มิถุนายน 2009 |
หลังจากที่ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ระดับโลกอย่าง แอปเปิลประกาศตัวเข้าสู่ธุรกิจมือถือ พร้อมกับส่ง iPhone ที่มีลูกเล่นของระบบหน้าจอสัมผัส ความสามารถในเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและมัลติมีเดีย จนสร้างความฮือฮาแก่ชาวโลกช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา
ถัดจากนั้นไม่นานก็มีข่าวตามมาว่า ผู้ให้บริการเสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างกูเกิล มีแผนที่จะกระโดดเข้าสู่ธุรกิจมือถือเช่นกัน ซึ่งในช่วงแรกๆ หลายฝ่ายคาดเดาว่ากูเกิลจะผลิตเครื่องลูกข่ายลักษณะเดียวกับ iPhone โดยใช้ชื่อว่า "แอนดรอยด์" ก่อนจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พ.ย.2550 ว่าแอนดรอยด์ไม่ใช่เครื่องลูกข่าย แต่เป็นระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มสำหรับมือถือต่างหาก
ด้วยมูลค่าและขนาดของตลาดที่ใหญ่มหาศาลทั่วโลก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกพยายามเข้ามาเป็นผู้เล่นในธุรกิจมือถือ เช่น เอชพี เดลล์ ก็มีการผลิตเครื่องลูกข่ายนอกเหนือจากการผลิตคอมพิวเตอร์ หรือไมโครซอฟท์เจ้าพ่อของวงการซอฟต์แวร์ นอกเหนือจากจะพัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows Mobile สำหรับใช้งานกับสมาร์ทโฟนยี่ห้อต่างๆ แล้ว ก็ยังผลิตเครื่องลูกข่ายเป็นของตัวเองด้วย หรือในไทยก็มีเอเซอร์ ที่เพิ่งเปิดตัวโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี่เอง
ขณะที่เครื่องลูกข่ายสมัยใหม่มีความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ตดีขึ้นเรื่อยๆ การเข้าสู่ธุรกิจมือถือของกูเกิลด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จึงเป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถืออีกหลายพันล้านรายทั่วโลกให้ใช้งานเซอร์วิสของกูเกิล ทั้งการเสิร์ช กูเกิลแมป ยูทูบ ฯลฯ นอกเหนือไปจากผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ แอนดรอยด์มีกำหนดเปิดใช้งานจริงในช่วงปี พ.ศ.2551 แต่ผู้พัฒนาโปรแกรมที่ทำงานร่วมกับโครงการแอนดรอยด์ ไม่สามารถพัฒนางานได้ตามกำหนดเวลา จนต้องเลื่อนออกไปเป็นปลายปี 2551 ถึงต้นปี 2552 จึงได้เห็นแอนดรอยด์อยู่ใน HTC G1 โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้ ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง T-Mobile
สำหรับประเทศไทย เมื่อ 26 พ.ค.2552 ที่ผ่านมา บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดตัว HTC Magic มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นแรกในประเทศไทย และ เป็นรุ่นที่ 2 ของ HTC ต่อจาก G1 ในราคาเครื่องละ 25,900 บาท พร้อมแคมเปญ รับเงินค่า โทร.เดือนละ 250 บาท นาน 12 เดือน และฟรีแพ็กเกจจีพีอาร์เอสนาน 6 เดือน
"ในมุมของผู้ให้บริการมือถือ เราพยายามนำเสนอบริการใหม่ๆ แก่ลูกค้า เช่น ก่อนหน้านี้ได้นำ Blackberry เข้ามาจำหน่าย และล่าสุดก็เป็นมือถือแอนดรอยด์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งาน โมบายอินเทอร์เน็ต ขณะที่เอไอเอสมี โครงข่าย 3G บนคลื่น 900 MHz ซึ่งจะ ช่วยให้ลูกค้ามีประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าเดิม โดยเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มที่สนใจซื้อน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีเป็นหลัก"
ขณะที่ "ปรัธนา ลีลพนัง" ผู้อำนวยการสำนักบริการเสริมของเอไอเอส ให้ความเห็นว่า การที่มีมือถือใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์เข้ามาจำหน่ายจะเป็นทางเลือกทางใหม่สำหรับนักพัฒนาที่จะผลิตแอปพลิเคชั่นมือถือออกมาวางจำหน่าย ในส่วนของเอไอเอสก็มี AIS Market Place และ Software Mall เป็นหน้าร้านในการ จำหน่ายแอปพลิเคชั่นเหล่านี้ และเชื่อว่าในอนาคตจะมีผู้ผลิตอีกหลายรายที่ทยอยวางจำหน่ายโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้นักพัฒนาผลิตแอปพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มแอน ดรอยด์มากขึ้น ในส่วนของผู้ใช้บริการเองก็จะมีเซอร์วิสให้ใช้งานมากขึ้นด้วย
ด้าน ณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทยของเอชทีซี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนที่จะนำสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เข้ามาอีก 4-5 รุ่น โดยตั้งเป้าว่าจะทำยอดขายได้ประมาณเดือนละ 4,000 เครื่อง หรือคิดเป็น 20% ของยอดขายของ HTC ทั้งหมดในปีนี้ และเชื่อว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 45% ของยอดขายทั้งหมดในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยหลักอยู่ที่การเกิดขึ้นของโครงข่าย 3G ซึ่งจะผลักดันให้แอนดรอยด์ได้รับความนิยมมากขึ้น
Trackback(0)
 |