Performancing Metrics

Custom Search

สาวสวย…สุภิญญา กลางณรงค์ บนเส้นทางการปฏิรูปสื่อ เจอมาแล้วทุกรูปแบบ

หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 สุภิญญา กลางณรงค์ คือคนหนุ่มสาว ที่เลือกเดินบนเส้นทางขบวนการประชาชน ทำงานเคลื่อนไหวเกี่ยวนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะการเป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม ในการปฏิรูปสื่อแถวหน้าของเมืองไทย ชนิดชายอก 3 ศอก ยังอายมาแล้ว

สุภิญญา เคยชนกับกองทัพกรณีไม่คืนคลื่นความถี่จนขุนทหารหลายคนโกรธผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ด้วยความไม่พอใจ นอกจากนี้เธอยังเคยออกมาตอบโต้ “อากู๋” ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม กรณีความขัดแย้งในการคัดเลือกคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) มาแล้ว

ความเชื่อของเธอก็คือ “ต้องกล้าชนในสิ่งที่ควรชน”

กระทั่ง 2 ตุลาคม 2546 เธอถูกบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท 400 ล้านบาท จากข่าวที่ตีพิมพ์คำให้สัมภาษณ์ของเธอในวาระครบรอบ 5 ปี พรรคไทยรักไทย และครอบครัวอดีตนายกฯทักษิณ

นั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของผู้หญิงคนนี้

3 ปีที่ผ่านไป หลังการต่อสู้ในชั้นศาลมายาวนานและต่อเนื่อง ชีวิตเธอเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เธอคิดและกำลังอะไรอยู่ ประชาชาติธุรกิจ นั่งสนทนากับสุภิญญา 2 ชั่วโมงเต็ม ณ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เมื่อเร็วๆ นี้

…หลังถูกฟ้องคดีชินคอร์ป และต้องเดินขึ้นศาล ต้องยอมรับว่าชีวิตเราส่วนหนึ่งติดกับภาพทางการเมืองตลอด ผันเปลี่ยนไปกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่หลังจาก […]

หนุ่มเหน้า…สุริยะใส กตะศิลา ถ้าศาลตัดสินทักษิณไม่ผิด…ผมยุติบทบาท

“หนุ่มใส” สุริยะใส กตะศิลา ชื่อนี้คอการเมืองต่างรู้จักเป็นอย่างดี ภายหลังจากโดดเด่นขึ้นมาจากการเป็นผู้ประสานในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน สุริยะใส ยังคงมีบทบาทในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) วิพากษ์วิจารณ์ระบอบทักษิณอยู่เป็นระยะ

ล่าสุดกลุ่มพันธมิตรประกาศระดมพลเพื่อชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ และคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 25 เมษายนนี้

สุริยะใสเปิดใจ “ประชาชาติธุรกิจ” ประเมินการชุมนุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2551 ที่ผ่านมา และอาจจะทำให้เห็นภาพที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 เมษายนนี้ได้ชัดเจน

- การชุมนุมเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ประเมินแล้วคนมากขึ้นหรือน้อยลง

วันนั้นก็คงคิดว่าหอใหญ่ราวๆ สัก 5 พันคน ซึ่งถ้าดูข้างนอกอะไรด้วยก็ถือว่าอยู่เหนือความคาดหมาย เราไม่ได้คิดว่าเยอะขนาดนั้น และก็รูปแบบการจัดงานมันไม่ใช่การชุมนุม ไม่ใช่กดดันด้วยมวลชน ก็เลยคิดว่าไม่ได้ระดม ไม่ได้เข้มงวด แต่ว่าเมื่อคนมาเยอะเกินคาดแบบนี้ ก็ทำให้เรามั่นใจว่ามวลชนที่เคยต่อสู้กันมายังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา

ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่าการขยับของเราในแต่ละจังหวะก้าวมีความเป็นเหตุเป็นผลพอสมควร คือหมายความว่ามี ความชอบธรรมในระดับที่สามารถที่จะระดมพลมาได้ และก็สามารถที่จะสร้างความยอมรับจากมวลชนที่เคยต่อสู้กันมาได้ในระดับที่พอใจ ประสบความสำเร็จ

- เคยประกาศยุติการชุมนุมของพันธมิตรฯไปแล้ว เมื่อกลับคำจะอธิบายอย่างไร

เราคิดว่าฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เราต้องกลับไปฟื้นการเคลื่อนไหวแบบเดิม นั่นก็คือความพยายามที่จะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อที่จะฟอกความผิดของคุณทักษิณและก็คนในระบอบทักษิณ โดยเฉพาะการเข้าไปรวบรัด ตัดตอนกระบวนการยุติธรรมก่อนศาล

คือสังคมไทยเวลาพูดถึงกระบวนการยุติธรรม […]

ค้าปลีกงัดข้อเศรษฐกิจฟุบ ปรับตัวทำสินค้าหรูเกาะตลาดบน

ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างนี้ ผู้ค้าปลีกหลายรายต้องคิดหากลยุทธ์รับ-รุกสถานการณ์เช่นนี้ให้ทันท่วงที ก่อนจะเสียรังวัดและต้องถอยออกจากกิจการไปอย่างผู้แพ้ในสนามรบ

รายงานจาก MSNBC.com เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า ในสถานการณ์กำลังซื้อตึงตัว ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย เหล่าผู้ผลิตเสื้อผ้ากลับหันทิศทางธุรกิจไปที่สินค้าสนองตลาดมีกำลังซื้อสูง สร้างผลิตภัณฑ์ประเภทหรูหรา มีระดับ เพราะ

ผู้ค้าปลีกบางรายมั่นใจเหลือเกินว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะฟุบ จะร่วงอย่างไร คนมีกะตังค์ย่อมมีกำลังซื้ออยู่เสมอนั่นเอง

แบรนด์น้องใหม่ใต้ร่มเงา บานาน่า รีพับลิค ที่ชื่อ “บีอาร์ โมโนแกรม” เป็นอีกหนึ่งความพยายามของผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูประดับกลางที่เขยิบข้ามขั้นสร้าง

แบรนด์หรูด้วยสไตล์ทันสมัย คลาสสิก โดยเบน ฮันเตอร์ และ คาที เรแกน คู่สามีภรรยาผู้สร้างสรรค์แบรนด์บานาน่า รีพับลิก ตั้งใจให้ บีอาร์ โมโนแกรม สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับเสื้อผ้าของพวกเขา จากเสื้อผ้าสไตล์โรแมนติก อ่อนโยน สวมใส่สบายมาเป็นสินค้าหรูหรา มีระดับ

ยกตัวอย่างเช่นแจ็กเกตสำหรับผู้หญิงตัวหนึ่งกลับมีราคาติดป้ายสูงกว่าเสื้อภายใต้ แบรนด์บานาน่า รีพับลิก ถึง 40% ด้วยการใช้วัสดุผสมระหว่างไหมกับแคชเมียร์ เนื่องจากฮันเตอร์คิดว่าการทำให้ตัวเองมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเพียงนิดหน่อยก็สร้างความรู้สึกที่ดีให้กับคนทั่วไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้ การสร้างคุณค่าที่เพิ่มขึ้นให้กับเสื้อผ้า เพื่อให้ผู้สวมใส่มีความรู้สึกมีระดับหรือมีความเหนือกว่า จึงเป็นหัวใจสำคัญที่เหล่านักค้าปลีกนำมาใช้สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างตัวตนในตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูป

ถึงเวลานี้ไม่ว่าจะเป็น แอน เทย์เลอร์ เจ.คริว กรุ๊ป หรือบริษัทผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา แก็ป อิงค์ ต่างขยับสู่ตลาดเสื้อผ้าหรูหราและทำแบบเสื้อสำหรับกลุ่มลูกค้ามีกะตังค์มากขึ้น

กรณี เจ. คริว […]

เจาะกลยุทธ์ “โค้กดับร้อน” เน้นใช้น้ำคุ้ม-รีไซเคิลพลาสติก

คุณเคยได้ยินไหมว่าตู้ขายของอัตโนมัติและตู้แช่ที่ทำให้เครื่องดื่มเย็นอยู่ตลอดเวลา โดยอาศัยคอมเพรสเซอร์ไร้ประสิทธิภาพ แถมยังใช้สารเอชเอฟซี ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้โลกร้อน

ด้วยเหตุนี้ โคคา-โคลา ยักษ์น้ำดำเบอร์ 1 ของโลกจึงเดินแผนหันมาใช้ตู้ใหม่แทนตู้เก่าราว 40-50% ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและปราศจากเอชเอฟซี

โดย อี. เนวิลล์ อิสเดลล์ ประธานและซีอีโอของบริษัท ได้เปิดตัวตู้ขายน้ำอัตโนมัติรุ่นใหม่ และประกาศติดตั้งตู้แบบนี้ 8,000 เครื่องในงานเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม ที่ดาวอสเมื่อปีกลาย และงานกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งปีนี้

นิตยสารฟอร์จูน ระบุว่า โค้กมีเหตุผลทางธุรกิจที่ต้องสนใจเรื่อง “ความยั่งยืน” อย่างจริงจัง เพราะการผลิตสินค้าของแบรนด์ต้องอาศัยน้ำสะอาด และแหล่งทรัพยากรที่หายาก ทั้งนี้ภายใต้การบริหารของอิสเดลล์ โค้ก ได้กำหนดเป้าหมายเชิงสิ่งแวดล้อมคือ “Water Neutral” เพื่อลดมลภาวะของน้ำที่ปล่อยจากโรงงาน พร้อมเดินแผนตามแพ็กเกจยั่งยืนสำหรับเครื่องดื่มและช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน

ดูจากสิ่งที่โค้กทำใน “มาลี” หนึ่งในประเทศทวีปแอฟริกาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว คนบางกลุ่มในเมืองหลวงของมาลี โจมตีโค้กว่าโรงงานทำให้น้ำเสีย เพราะปล่อยน้ำเสียไม่ตรงกับมาตรฐานของทางการ ขณะที่เจ้าของโรงงานที่เป็นคนนอกก็ไม่ต้องการจ่ายเงินเพื่อสร้างระบบบำบัดน้ำใหม่เช่นกัน

อิสเดลล์บอกว่า ในแง่ธุรกิจบริษัทสามารถแก้ต่างปกป้องตัวเองต่อไป หรืออาจใช้กลยุทธ์ใหม่ที่แตกต่าง

สำหรับกรณีนี้โค้กเลือกจ่ายเงินให้โรงงานบรรจุขวดเพื่อซื้ออุปกรณ์ใหม่ จนปัจจุบันน้ำเสียจากโรงงานแห่งนี้สามารถใช้ในการชลประทานได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้โค้กและยูเอส เอด ต่างมอบเงินฝ่ายละ 280,000 ดอลลาร์ เพื่อพัฒนาระบบน้ำของเทศบาล ทำให้คนอย่างน้อย 22,000 คนในเมืองนี้มีน้ำสะอาดและปลอดภัยใช้

ตามเป้า “Water Neutral” […]

HR เป็นสินค้า ที่ต้องมีแบรนด์เป็นของตนเอง ?

วันก่อน ผมบังเอิญไปเจอกับอดีตลูกค้าที่เป็น HR คนหนึ่ง แต่ก่อนเขาเคยทำงานให้กับองค์กรใหญ่แห่งหนึ่งในฐานะพนักงานผู้ปฏิบัติงาน แต่ตอนนี้เขาได้เป็น ผู้จัดการฝ่าย HR ของบริษัทขนาดกลาง ผมยินดีด้วยกับตำแหน่งงานของเขา แต่เขากลับบอกว่า อย่าแสดงความยินดีกับเขาเลย อยู่ที่นี่เขารู้สึกเหมือนเป็นลูกเมียน้อยยังไงไม่รู้ ไม่เหมือนองค์กรเก่า ที่เขาให้ความสำคัญกับฝ่าย HR

เขาถามผมว่า จะทำอย่างไรดี ให้คนในองค์กรของเขาเห็นความสำคัญของฝ่าย HR

เป็นคำถามที่ยากแต่น่าสนใจ เพราะการที่จะให้ใครสักคนหนึ่งเห็นความสำคัญของอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นคุณค่ามาก่อน เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก และต้องใช้เวลา (ผมไม่ได้บอกนะว่า ทำไม่ได้)

ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่า บทบาทของ HR ในอดีต และปัจจุบันมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ในอดีต HR มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องเงินเดือน สวัสดิการหาพนักงานใหม่ และดูแลเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างๆ ภายในบริษัทซึ่งนี่เป็นภาพที่หลายคนยังคงเก็บไว้ในความทรงจำ

การจะล้างภาพเหล่านี้ออกไปได้นั้น ต้องใช้เวลา และใช้การกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ คุณต้องทำให้เขาเห็นว่า บทบาทหน้าที่ของ HR ในปัจจุบันมีมากกว่าในอดีต เรามีบทบาทเป็นพันธมิตรทางธุรกิจขององค์กร (business partner) เรามีบทบาทเป็นที่ปรึกษาภายใน เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ และเราเป็นตัวเชื่อมและผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการระหว่างพนักงานและองค์กร

แต่ก่อนที่คุณจะกระทำการใดๆ เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ คุณต้องมาดูกันก่อนว่าชื่อเสียงและแบรนด์ HR ภายในองค์กร ของคุณเป็นอย่างไร ?

คุณลองไปถามพนักงานในองค์กรสักส่วนหนึ่งว่าฝ่าย HR ทำงานอะไร ถ้าคุณได้คำตอบที่เป็นความคิดแบบเก่าๆ […]

ตรวจแถวร้านเน็ตคาเฟ่รับปิดเทอม ย่าน มหา’ลัยอัดสงครามราคาแข่งเดือด

ไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าธุรกิจร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในปัจจุบันอยู่ในช่วงอิ่มตัว และกลายเป็นธุรกิจที่ “ลงทุนเยอะ-กำไรน้อย” ไปเสียแล้ว เนื่องจากผู้ประกอบการต่างงัดกลยุทธ์ราคามาแข่งขันกันจนไม่รู้ว่าเอากำไรมาจากไหน

“ประชาชาติธุรกิจ” ใช้โอกาสช่วงปิดเทอมสำรวจร้านอินเทอร์เน็ตตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะย่านมหาวิทยาลัยซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่มีการแข่งขันของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่มากที่สุด เพราะมีร้านเปิดกันเป็น ดอกเห็ด ซึ่งก็พบว่าในช่วงปิดเทอมทุกแห่งต่างต้องใช้กลยุทธ์ราคามาดึงลูกค้ามากขึ้น อาทิ จากราคามาตรฐาน 10 บาท/ชั่วโมง เหลือ 8 บาท/ชั่วโมง ปะเหมาะบางร้านดัมพ์ราคาเหลือแค่ 5 บาท/ชั่วโมงก็มี

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นเพิ่มเติมเช่น เล่น 5 ชั่วโมงฟรี 1 ชั่วโมง หรือ เล่น 8 ชั่วโมงฟรี 1 ชั่วโมง รวมถึงการอัพเดต patch เกมบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องเสียเวลาไปนั่งดาวน์โหลดเอง รวมถึงบรรยากาศในร้านทั้งการรักษาความสะอาด หรือความเป็นกันเองของเจ้าของร้านก็เป็นเสน่ห์ที่ดึงลูกค้าไม่ให้หนีหายไปไหนเช่นกัน

ขณะที่ร้านอินเทอร์เน็ตต้องลงทุนหลักแสนหลักล้าน การแข่งขันราคามากขนาดนี้จะอยู่ได้อย่างไร

“แน็ท” เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ย่านมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท ให้ความเห็นว่าพออยู่ได้แต่ต้องมีลูกค้าเข้าร้านกันบ่อยๆ หรือไม่ก็เล่นนาน 4-5 ชั่วโมงขึ้นไป เช่นที่ร้านมีคอมพิวเตอร์อยู่ 28 เครื่องถือว่าเป็นร้านขนาดกลาง คิดค่าบริการ 10 บาท/ชั่วโมง แต่อาศัยว่ามีทำเลที่ตั้งอยู่หน้าปากซอยทำให้มีลูกค้าขาประจำอุดหนุนอยู่เสมอ

ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาที่เข้าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอชั่วโมงเรียน หรือรอนัดเพื่อน ขณะที่พฤติกรรมการเข้าร้านอินเทอร์เน็ตของ เด็กนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่คือเล่นเกม […]