เครื่องเป่าผมรุ่นนาโนแคร์ของ บริษัทมัตสุชิตะ อิเล็คทริค อินดัสเทรียล จำกัด ที่ผลิตออกขายในเดือนกรกฎาคม 2006 ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดเครื่องเป่าผมด้วยการตั้งราคาขายที่สูงเป็นปรากฏการณ์คือ 20,000 เยน (ประมาณ 167 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,680 บาท จากอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น) ซึ่งสูงกว่าเครื่องเป่าผมคู่แข่งที่มีความสามารถในการให้อิออนลบออกมาเหมือนกัน แต่มีราคาขายอยู่ที่ 3,000 เยนเท่านั้น (ประมาณ 25 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,000 บาท) ทั้งนี้เป็นเพราะเครื่องเป่าผมนาโนแคร์มีเครื่องกำเนิด “นาโนอิออน” (nanoe ion) ที่ช่วยลดการหยิกเป็นลอนของผมและทำให้เส้นผมแข็งแรงและเงางามขึ้น ที่สำคัญคือนาโนอิออนมีประสิทธิภาพมากกว่าอิออนธรรมดา
นี่คือสาเหตุที่ทำให้เครื่องเป่าผมนาโนแคร์ขายดีมาก เพราะชนะใจทั้งลูกค้าผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายหลักแต่เดิมของบริษัทและลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องผมร่วง
เครื่องเป่าผมนาโนแคร์ ซึ่งขายได้เป็นจำนวนถึง 110,000 เครื่อง ภายในเวลา 3 เดือนนั้นมีอุปกรณ์
เสริมที่ใช้ไฟฟ้าในการทำให้ความชื้นในอากาศแตกตัวเป็นหยดน้ำเล็กๆ ขนาดไมครอน (1 ไมครอนเท่ากับ 10-6 เมตร) ซึ่งจะถูกส่งออกไปพร้อมกับอากาศร้อน หยดน้ำเล็กจิ๋วเหล่านี้มีรัศมีกว้าง 18 นาโนเมตร (1 นาโนเมตรเท่ากับ 10-9 เมตร) และมีอิออนลบบรรจุอยู่ เมื่อเป่าลงบนผมของเรา […]
Share on Facebook
หนังสือ “เศรษฐวิกฤต มุมคิดและทางแก้” เป็นผลงานล่าสุดของ ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร ซึ่งรวบรวมจากคอลัมน์ “คนเดินตรอก” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” นี่เอง
“ทวี มีเงิน” บรรณาธิการอาวุโสของ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้เขียนไว้ในคำนำว่า “ได้เรียบเรียงความเป็นจริงสถานการณ์ ของโลก สถานการณ์ของไทย ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ชัดเจนและเที่ยงตรง”
โดยแต่ละเรื่องราวใกล้ตัวและเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวทางเศรษฐกิจโลก ปัญหาราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันขึ้นกับค่าดอลลาร์ที่ตก การเคลื่อนย้ายของทุนกับค่าเงินบาท หรือว่าเรื่องค่าเงินหยวนกับเรื่องเศรษฐกิจจีนจะไปทางไหน รวมทั้งปัญหาเรื่องซับไพรมที่ลุกลามไปยังทั่วโลก
ดร.โกร่งยังชี้ถึงลักษณะบางประการของเศรษฐกิจไทยว่า เพราะเศรษฐกิจของไทยเล็กและเปิดจะทำให้สินค้าโดยทั่วไป ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศในฐานะสินค้าส่งออก หรือเกี่ยวข้องในฐานะที่มีส่วน นำเข้า จึงขึ้นอยู่กับราคาสินค้าและบริการในตลาดระหว่างประเทศทั้งนั้น
“เมื่อราคาสินค้าในต่างประเทศสูงขึ้นก็ต้องดึงราคาสินค้าอย่างเดียวกันหรือทดแทนกันได้ในประเทศของเราสูงขึ้น ถ้าราคาสินค้าในต่างประเทศลดลงก็ดึงราคาสินค้าในประเทศเราลดลงเช่นกัน”
เมื่อเป็นอย่างนี้เงินเฟ้อในประเทศของเราจะเป็นอย่างไร ราคาข้าวของจะขึ้นจะลง จะขึ้นมากขึ้นน้อยอย่างไร ในระยะยาวแล้วจึงขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่างคือ อัตราเงินเฟ้อของตลาดโลก และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของเรากับ เงินตราของประเทศที่เป็นคู่ค้าของเรา
เช่นเดียวกับเรื่องการส่งออก ถ้าการ ส่งออกลดลงไม่ว่าจะเป็นเพราะปริมาณ ลดลง หรือราคาสินค้าส่งออกลดลง รายได้ของประเทศก็จะลดลง ผู้ประกอบการ ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ฯลฯ ล้วนมีรายได้ลดลง การทำงานก็จะลดลง การว่างงานก็จะเพิ่มขึ้น […]
Share on Facebook
เมื่อพูดถึงเรื่อง differencing competency เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะถ้าเราลองพิจารณาดูในแต่ละองค์กรก็จะพบว่า หลายๆ องค์กรมีการกำหนด competency ออกมาอย่างชัดเจน แต่การที่จะหาคนที่เป็นไปตาม competency นั้นๆ อย่างครบถ้วนมีเพียงไม่กี่องค์กร
เรื่อง competency เป็นเรื่องที่เข้ามา ในเมืองไทยเยอะมาก แต่จุดที่สำคัญคือองค์กรไทยส่วนใหญ่ทำสำเร็จเพียงในขั้นที่ว่า องค์กรต้องพัฒนา competency อะไรบ้าง แต่ถ้าถามว่าจะสร้างคนได้ตาม competency ที่ออกมานั้น และเมื่อเอามือไปนับดิฉันเชื่อว่ามีไม่กี่องค์กรในประเทศไทยที่สามารถพัฒนาคนไปตาม competency ที่ออกมา
ซึ่ง competency นั้นมี 2 ภาพคือ การออกแบบและพัฒนา (design and develop) ซึ่งส่วนใหญ่องค์กรในไทยออกแบบเรียบร้อยแล้วแต่ว่าไม่สามารถพัฒนาได้ ประเด็นคือว่า concept ของ competency จะแค่ออกแบบมาว่าคนควรจะเป็นอย่างไร
แต่ไม่สามารถ develop ให้เกิดขึ้นได้ องค์กรส่วนใหญ่จึงใช้เงินและเวลาจำนวนมากในการ design แต่ก็ไม่สามารถ develop สร้างคนที่มี competency ที่ต้องการให้เกิดขึ้นได้จริง
ปัจจัยที่ทำให้การ develop competency ไม่เกิดขึ้นมี 3 ปัจจัยด้วยกันคือ
1.มีเยอะเกินไป competency […]
Share on Facebook
Antony Bell เขียนไว้ในหนังสือ Great Leadership หรือภาวะผู้นำที่ยิ่งใหญ่ว่า แท้ที่จริง พนักงานมิได้เป็นทุนที่สำคัญที่สุดขององค์กรอย่างที่ชอบพูดกัน แต่สิ่งที่เป็นทุนสำคัญที่สุดของบริษัทคือภาวะผู้นำ เพราะเมื่อมีผู้นำที่เก่ง ผู้นำจะเป็นผู้พัฒนาส่วนอื่นๆ ขององค์กรได้เอง
Antony ยังกล่าวว่า ผู้นำที่มีความสามารถจะเป็นผู้ที่กำหนดกรอบการดำเนินงานขององค์กร หากแต่ผู้นำนั้นไม่ได้คิดทุกอย่างได้โดยไหวพริบ แต่ใช้การวางแผน การคิดค้น จนเกิดกรอบความคิดที่ผู้นำใช้เปลี่ยนแปลงองค์กร ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
เราคงได้อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำอยู่บ่อยๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจของงานหนังสือเล่มนี้คือ การนิยามภาวะผู้นำ ซึ่งมีข้อคิดที่น่าสนใจอยู่ 2 ประเด็นคือ 1.การมีเข็มทิศที่ชี้แนะในเรื่องคุณธรรมที่ชัดเจน clear moral compass อันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของผู้นำ และ 2.มุมมองต่อโลก worldview ที่ว่า ผลการมองที่คิดว่าชีวิตคืออะไร และตัวตนของเรามีส่วนอย่างไรในชีวิตนี้
ภาวะผู้นำในภาคส่วนธุรกิจ และความแตกต่างระหว่างผู้นำทั่วไปและผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เราคงนึกถึงภาวะผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในฐานะผู้สร้าง หรือผู้ก่อให้เกิดบรรทัดฐานในอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผู้นำที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นต่างก็มีความฝัน หรือเป้าหมายที่เริ่มจากความคิดง่ายๆ และค่อยๆ หล่อหลอมจนกลายเป็นเป้าหมายของภาวะผู้นำ
ผู้นำนอกจากมีความสามารถ มีเป้าหมายเชิงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลแล้ว ผู้นำจะต้องมีคุณธรรมที่ปรากฏชัด และคุณลักษณะนี้สามารถนำพาผู้นำที่ธรรมดาก้าวสู่ภาวะผู้นำที่ยิ่งใหญ่
ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับความรับผิดชอบทางสังคมของภาคธุรกิจอย่างไร ?
หากมองว่าบทบาทในการทำให้ธุรกิจเกิดความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น คือบทบาทของใคร ของกรรมการบริษัท ผู้บริหารสูงสุด หรือพนักงานทุกคน เมื่อเราศึกษาภาวะผู้นำคงจะได้คำตอบแบบฟันธงว่า ผู้มีหน้าที่ก็คือ ผู้บริหารสูงสุด บริษัทที่มีผู้บริหารสูงสุดมีมุมมองต่อโลกในเชิงสร้างสรรค์ […]
Share on Facebook
รายงาน
ถ้าพูดถึงแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (corporate social responsibility : CSR) วันนี้อาจจะแตกต่างจากวันที่ผ่านมา ด้วยบริบทใหม่ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานต่างๆ มากมายที่กลายเป็นแนวปฏิบัติและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ตั้งแต่มาตรฐานที่ว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่าง ISO 26000 ที่กำลังจะประกาศออกมาใช้ในปี 2553 รวมทั้งแนวปฏิบัติอย่าง UN Global Compact OECD Guideline รวมถึงแนวปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในไทยที่เป็น “เข็มทิศธุรกิจ” ในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดนี้และกำลังส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียน ปฏิบัติตามแนวทางนี้ (ดูตารางประกอบ)
ในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ CSR : Fit for you ที่จัดโดยบริษัท มายแบรนด์ เอเยนซี่ จำกัด ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ
CSR กับบริบทใหม่ในโลก
ดร.สุทธิศักดิ์ ไกรสรสุธาสินี อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในขณะนี้ว่า ปัจจุบันพบว่าจากการจัดอันดับ Global Brand Ranking ของ MilwordBrown Optinor ซึ่งมีการสำรวจแบรนด์กว่า 4 […]
Share on Facebook
เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยกำลัง อิหลักอิเหลื่อกับการบริหารประเทศตามสไตล์ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลองถาม ตัวเองดูก็ได้ว่า นอกจากความเกรี้ยวกราด ที่แสดงออกมาให้เห็นทุกเมื่อเชื่อวันตลอดสองเดือนเศษๆ ในตำแหน่งนี้ นายสมัคร มีอะไรให้นึกถึงบ้าง
ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้ขัดหูขัดตา นายกรัฐมนตรีผู้นี้พร้อมจะโต้ตอบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน นักวิชาการ สื่อ หรือใครก็ตามที่เห็นต่างไปจากตัวเอง ไม่มีข้อยกเว้นว่าจะเป็นยูเอ็น เวิรลด์แบงก์
ทุกคนได้รับความเท่าเทียมกันหมด !!!
ไล่เรียงถึงปัญหาที่รอการแก้ไขโดย เร่งด่วนยังมีทั้งปัญหาปากท้อง ราคาสินค้าราคาน้ำมัน รวมถึงปัญหาความไม่สงบ ในภาคใต้ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน
ถ้าคนที่เป็นผู้นำประเทศยังยึดแนวทางการทำงานด้วยสไตล์ตามใจตัวเองแบบนี้ต่อไป คนไทยคงต้องทนเหนื่อยใจกันไปอีกนาน
เมื่อมองย้อนกลับไป เป็นไปได้หรือไม่ว่าประเทศไทยของเรากำลังประสบปัญหา “วิกฤตผู้นำ” เข้าให้แล้วจริงๆ เมื่อย้อนไปสำรวจรายชื่อนายกรัฐมนตรี (อดีต) นับตั้งแต่ปี 2531 หลังจากหมดยุค พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังมีปัญหาเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด
มีไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะมีผลงานให้เห็น
ย้อนไปในช่วงปี 2531 เรามี พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ถึงแม้จะมีวิสัยทัศน์ในเชิงเศรษฐกิจและทำให้ภาพรวมของประเทศเฟื่องฟูขึ้น เพียงใด แต่ท้ายที่สุดพลเอกชาติชาย หนีไม่พ้นการปฏิวัติรัฐประหาร
จากพลเอกชาติชาย คนไทยพอจะมีความหวังอยู่บ้างเมื่อได้ นายอานันท์ ปันยารชุน เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี
ความชื่นชมในตัวนายอานันท์ยังดำรงอยู่กระทั่งทุกวันนี้
จากนายอานันท์เป็น พลเอกสุจินดา คราประยูร ที่ก้าวเข้ามา ทว่าพลเอกสุจินดาแทบไม่ได้แสดงฝีไม้ลายมือใดๆ […]
Share on Facebook
รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช บริหารประเทศมาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว แต่คนทั่วไปเริ่มรู้สึกว่ารัฐบาล อยู่นานไปแล้ว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลที่ประกาศนโยบายประชานิยมแบบ ต่อยอด คนไทยแทบไม่ได้รับข่าวดี แต่ละวัน คนไทยต้องเผชิญหน้ากับข่าวร้ายแบบรายวัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตน้ำมันแพง สินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพง จนถึงขั้นขาดตลาด ค่าครองชีพพุ่งสูง ลูกจ้างและผู้ใช้แรงงาน โอดครวญ ตัวเลขเงินเฟ้อทำให้หลายฝ่ายเริ่มวิตกกังวล หลายคนพูดตรงกันว่า สังคมไทยเดินหน้าเข้า สู่ยุคข้าวยากหมากแพง แม้แต่เจ้าสัว ซี.พี.อย่างธนินท์ เจียรวนนท์ ต้องออกมาร้องทักให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้ถูกทาง
ชั่วโมงนี้เสียงเพรียกของชาวบ้านก็คือ รัฐบาลที่เป็นตัวแทนของประชาชนได้ทำอะไรบ้าง เพื่อเยียวยาวิกฤตเศรษฐกิจที่ถาโถมกันเข้ามา สิ่งที่ชาวบ้านได้รับรู้และได้ยินก็คือ นักการเมือง จากพรรครัฐบาลสนใจแต่เพียงประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหลีกหนีการยุบพรรค รัฐบาลใช้สื่อของรัฐโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์วันละ 3 เวลา ถึงประโยชน์แห่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่คนไทยมิได้กินแกลบ ผู้มีสติปัญญาย่อมอ่านเกมออกว่า รัฐบาลทำเพื่อตัวเอง ยิ่งนานวันชาวบ้านยิ่งเห็นธาตุแท้ของรัฐบาลสมัครแบบล่อนจ้อน
วันนี้ชาวบ้านกำลังกินข้าวแพง และเริ่มไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้ข้าวจะหายไปจากตลาดหรือไม่ แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับรีบเร่งคืนยศร้อยตรีให้แก่นายดวง อยู่บำรุง ลูกชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถามกันตรงๆ ว่า วันนี้กองทัพขาดกำลังพลขนาดหนักจนถึงขั้นต้องเอานายดวงที่ประวัติส่วนตัวมีปัญหา กลับมารับราชการเชียวหรือ ถ้าไม่เอานายดวงกลับเข้ารับราชการ กองทัพจะเสียหายกระนั้นหรือ […]
Share on Facebook
ถึงแม้ “RFID” (Radio Frequency Identification) เป็นวิธีการเก็บข้อมูลหรือระบุข้อมูลแบบอัตโนมัติ ทำงานผ่านการรับสัญญาณจากแท็กเข้าสู่ตัวส่งสัญญาณ ด้วยคลื่นวิทยุ ในประเทศไทยปัจจุบันอาจอยู่ในช่วง “ตั้งไข่” แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ RFID จะถูกพัฒนาใช้ตามอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลายมากขึ้น
ขณะที่หน่วยงานภาครัฐที่ได้มีการกำหนด ยุทธศาสตร์ของ RFID เพื่อดันไทยเป็นฮับด้านการใช้ RFID ของอาเซียนภายใน 5 ปี หรือฟากเอกชนที่เริ่มตื่นตัวนำ RFID มาประยุกต์ใช้ โดยปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจประมาณ 60 แห่งในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี RFID
เมื่อ 21-22 เมษายนที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงาน Thailand RFID Forum 2008 ซึ่งได้เปิดเวทีให้ภาคธุรกิจที่นำอาร์เอฟไอดีไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจมาถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ได้เห็นถึงประโยชน์ของอาร์เอฟไอดีในหลากหลายอุตสาหกรรม
เช่นในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรกรรมรายใหญ่ของโลก และกติกาการค้าโลกของยุคใหม่ทำให้การนำ RFID มาใช้งานด้าน food traceability จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจของต่างชาติในการนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่าย เพราะเนื้อหมูหรือเนื้อไก่ที่จะถูกส่งออกสู่ตลาดโลก จะต้องสามารถตรวจสอบถึงวิธีการเลี้ยง การให้วัคซีน การป้องกันโรคระบาด […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม