Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

“ข้าว” จากวิกฤต มาถึง โอกาส



Donate

เมื่อตอนสิ้นปีที่แล้ว มีคนถามผมว่าเศรษฐกิจปี 2551 จะเป็นอย่างไร ผมพยากรณ์ไปอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจจะดีขึ้น อย่างแน่นอน ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นมีด้วยกัน 3 ข้อ หนึ่ง ไทยจะส่งออกข้าวได้มาก สอง หวยเถื่อนจะกระตุ้นเงินหมุนเวียนระดับรากหญ้า สาม พืชพลังงานจะช่วยฉุดเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

ผ่านมาสามเดือนกว่า ข้อแรกปรากฏภาพอย่างชัดเจน ข้าวไทยส่งออกได้มาก เพราะว่าเวียดนามโดนภัยธรรมชาติทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงอย่างมาก ทั้งๆ ที่ความต้องการบริโภคข้าวในโลกสูงขึ้น

แต่ตอนนี้เราส่งออกข้าวมากจนเกือบจะเข้าขั้นวิกฤตแล้ว เพราะข้าวราคาดีพ่อค้าเตรียมส่งออกนอกหมด ยิ่งช่วงใกล้สงกรานต์เป็นช่วงที่วิกฤตที่สุด เคยเห็นกันแต่ราคาน้ำมันขึ้นลงเป็นรายชั่วโมง แต่นี่ราคาข้าวขึ้นไม่มีลงเป็นรายชั่วโมง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีเดียว ไม่แน่นะครับ ในอนาคตอันใกล้เราอาจต้องต่อแถวซื้อข้าวก็เป็นไปได้

การใช้หลักการวิเคราะห์ “สภาพความเป็นจริง” หรือ โหราศาสตร์ หรือจะผสมกันทั้งสองอย่าง มีข้อดี คือ เราสามารถพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าในอนาคต เพื่อที่จะเตรียมรับมือเมื่อวันนั้นมาถึง

เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้ฟังการวิเคราะห์เรื่องการเกษตรตามแบบฉบับของคุณธนินท์ เจียรวนนท์ หรือที่เรารู้จักกันในนามเจ้าสัวซีพี ทำให้ผมทราบว่า 2 ในสามข้อที่ผมพยากรณ์ไปว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น มีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของคุณธนินท์

แม้คุณธนินท์จะพูดไทยไม่ค่อยชัด แต่ยามที่เขาพูดเรื่องการเกษตร กลับหวานซึ้งไพเราะยิ่งกว่านักร้องเดอะสตาร์ และน่าฟังยิ่งกว่าอัลบั้มเพลงบอยป๊อดเสียอีก

ไม่น่าแปลกใจที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร หรือ นายกนอมินีอย่างคุณสมัคร สุนทรเวช ชอบนำคำพูดของ คุณธนินท์ มาใช้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

ใจความส่วนหนึ่งในการบรรยายเรื่อง “ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทย” ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2551 คุณธนินท์ฉายโมเดลการพัฒนาการเกษตรไทยว่า ทุกวันนี้สินค้าเกษตรรวมแล้วขายได้ 542,000 ล้านบาท แต่ถ้าเอาระบบ “การจัดการ” เข้าไปใช้ในการเกษตร เราจะขายได้ยอดตัวเลขประมาณ 2,981,000 ล้านบาท เกริ่นแล้วก็น่าฟังต่อว่าจะทำได้อย่างไร

ประเทศไทยมีที่ดินที่จัดสรรการเกษตรอยู่ 67 ล้านไร่ เอา 25 ล้านไร่ไปปลูกข้าว 30 ล้านไร่ ปลูกยางพารา ที่เหลือปลูก ปาล์ม ซึ่งเป็นพืชที่คนและเครื่องจักรบริโภคได้

ทุกวันนี้เราผลิตข้าวต่อไร่ได้ประมาณ 400 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่าจีน พม่า และเวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านที่เขาปลูกข้าวได้เฉลี่ยอยู่ที่ 600 กิโลกรัม แต่ถ้าเราใช้การวางระบบชลประทานที่ดี การจัดสรรพันธุ์ข้าว การควบคุมการผลิตที่สมบูรณ์ เราจะปลูกข้าวได้ 800 กิโลกรัมเป็นอย่างต่ำ หรืออาจถึง 1,000 กิโลกรัม

คิดขั้นต่ำที่ 800 กิโลกรัมต่อไร่ ปลูก 3 รอบ ได้ผลผลิต 60 ล้านตันต่อปี ถ้าคิดราคาข้าวเปลือกที่ 15 บาทต่อกิโล เฉพาะข้าวเราจะขายได้ 9 แสนล้านบาทต่อปี

เมื่อเราปลูกข้าวได้เยอะ สิ่งที่ตามมา เราต้องไปเจรจากับประเทศที่ปลูกข้าว เช่น จีน เวียดนาม พม่า เพื่อตั้งองค์กรคล้ายกับกลุ่มโอเปคที่ผูกขาดน้ำมัน จะได้ไม่ต้องแย่งกันขาย ตัดราคากันเอง ให้เขาขายก่อน เราเก็บไว้ขายล็อตหลังได้ราคาดีกว่าและยังมีข้าวตุนไว้ในสต็อก

ยางพารา ถ้าเรา “ฮั้ว” กับ จีน อินเดีย ยุโรปตะวันออก ราคายางน่าจะถึง 150 บาท ซึ่งทุกวันนี้ 80 บาท 30 ล้านไร่เราจะได้ 1.2 ล้านบาท

ส่วนปาล์มถ้าราคา 5.50 บาท จะได้ 198,000 บาท

ที่ดิน 67 ไร่ ข้าว+ยางพารา+ปาล์ม = 2,981,000 เท่านี้เราก็จะรวยขึ้น ชาวนาได้ลืมตาอ้าปากได้

แต่การบรรยายวันนั้นเจ้าสัวซีพี ไม่ได้บอกว่าต้องใช้พันธ์ข้าว ต้นกล้ายางพารา ต้นกล้าปาล์ม ปุ๋ย และ ยากำจัดศัตรูพืชของซีพีหรือเปล่า ถ้าต้องใช้ นอกจากชาวนาจะรวยขึ้นแล้ว เจ้าสัวจะยิ่งรวยมากขึ้น

มุมมองของคนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต มักมอง “ปัญหา” เป็น “โอกาส” สมกับเป็นเจ้าสัวซีพี ถ้ามองโมเดลวิธีจัดสรรการเกษตรของคุณธนินท์ ชื่อ cp อาจย่อมาจาก communis party ก็ได้

กฤษณนัยย์ พิรยารังสรรค์






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>