Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

Social Networking … โอกาสสำคัญโฆษณาออนไลน์

 

:

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย : คาดว่าตลาดโฆษณาออนไลน์มีมูลค่าประมาณ 800-900 ล้านบาท หรือร้อยละ 1 จากมูลค่าตลาดโฆษณาโดยรวม 80,000-90,000 ล้านบาท

กรุพเทพธุรกิจ ออนไลน์ : การขยายตัวของอินเทอร์เน็ตทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้และความเร็วในการรับส่งข้อมูล ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเนื้อหา (Content) บนอินเทอร์เน็ตให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งยังส่งผลให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ตามมา อาทิเช่น โฆษณาออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งนับเป็นการเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ของการโฆษณา โดยจากผลการสำรวจเกี่ยวกับความคิดเห็นในการสื่อสารยุคใหม่  พบว่า คอมพิวเตอร์เป็น 1 ใน 3 สื่อที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากที่สุด ประกอบกับในขณะนี้กระแสเว็บเครือข่ายสังคม (Social Networking) เช่น MySpace FaceBook Hi5 เป็นต้น กำลังเป็นที่นิยมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจกลายเป็นโอกาสสำคัญของโฆษณาออนไลน์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงวิเคราะห์ถึงผลของเว็บเครือข่ายสังคมต่อโฆษณาออนไลน์ ตลอดจนแนวโน้มในอนาคต ดังนี้

“The Last Lecture” ท้าทายชีวิต

“ถ้าคุณรู้ว่าคุณกำลังจะตาย คุณมีข้อคิดอุดมปัญญา (wisdom) ใดที่อยากมอบไว้ให้แก่โลก” เป็นคำถามสมมุติที่เชิญให้เหล่านักวิชาการชั้นนำของโลกขบคิด และนำมาบรรยายในชุดที่เรียกว่า “Last Lecture” ของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon

เมื่อกลางเดือนกันยายน ปี 2007 ศาสตราจารย์ด้านคอมพิวเตอร์คนหนึ่งของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon (มหาวิทยาลัยชั้นยอดเยี่ยมของสหรัฐอเมริกาในด้านเทคโนโลยีอยู่ในรัฐเพนซิลเวเนีย) เป็นผู้ได้รับเชิญ

ในวันนั้นมีนักศึกษาและผู้สนใจเข้าฟังกันแน่นขนัดกว่า 500 คน เนื่องจาก Dr.Randy Pausch มิได้ตอบคำถามสมมุติ หากกำลังตอบคำถามจริงใน Last Lecture เพราะเขากำลังจะตายเพราะป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนที่ร้ายแรง

คำบรรยายอันน่าประทับใจยิ่งของเขานี้ชื่อ “Really Achieving your Childhood Dreams” ต่อมาปรากฏในอินเตอร์เน็ตให้คนทั้งโลกได้ชม ภายในเดือนแรกมีคนเข้าชมกว่า 1 ล้านครั้ง เขาปรากฏตัวในรายการสุดฮิต The Oprah Winfrey Show รายการสารคดีของ Diane Sawyer และบรรยายอย่างน่าประทับใจอีกหลายครั้ง ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการเวลา และการสู้ชีวิต

เขารณรงค์หาทุนเพื่อวิจัยมะเร็งในตับอ่อน ให้กำลังใจเพื่อนผู้ป่วยโรคมะเร็งให้สู้ชีวิต ให้การแก่กรรมาธิการของวุฒิสภา เพื่อสนับสนุนการให้เงินทุนสำหรับโรคมะเร็งตับอ่อน ฯลฯ รวมถึงตอบคำถามชีวิตในนิตยสาร Time

ผู้คนนับล้าน ๆ […]

อย่าเดินไปสู่ 6 ตุลาฯ

คุณโชติศักดิ์ อ่อนสูง เป็นนักศึกษาของผมคนหนึ่ง เขาเคยเข้ามาเรียนในวิชาที่ผมสอนที่ธรรมศาสตร์

หลังเรียนจบแล้ว เขาห่างหายจากมหาวิทยาลัยไป จนปรากฏข่าวอื้อฉาวว่าเขาถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เท่าที่ทราบจากข่าว ผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณโชติศักดิ์ทำ ถ้าเขายังเรียนกับผมอยู่ ผมคงโต้แย้งถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ทัดทานตักเตือนเขา

แต่คุณโชติศักดิ์ก็ได้ทำสิ่งนั้นไปแล้ว และในฐานะบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะ รู้ผิดชอบชั่วดี เขาก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขากระทำ โดยเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ผ่านกระบวนการยุติธรรม

ในความหมายนี้ ฐานะของคุณโชติศักดิ์จึงไม่ใช่ทั้ง “วีรชน” และก็ไม่ใช่ “ปีศาจ” อย่างที่มีใครบางฝ่ายพยายามปั้นให้เป็น เขาเป็นเพียงผู้ต้องหาคดีอาญา ซึ่งศาลตุลาการจะเป็นผู้พิพากษาตัดสินในที่สุดว่าเขามีความผิดจริงหรือไม่? และหากผิดจริง เขาควรต้องรับโทษสถานใด?

การเรียกร้องให้ใช้ศาลเตี้ยเล่นงานเขาด้วยความคะนองปากผ่านสื่อมวลชนบางสำนัก ย่อมไม่ต่างอะไรกับวาทกรรม “ฆ่าตัดตอน” แห่งสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดสมัยรัฐบาลทักษิณ หรือการประณามด่าว่าฝ่ายตรงข้าม และผู้เห็นต่างทางการเมือง อย่างดูหมิ่นทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนผู้นั้น ตามเว็บบอร์ดฝ่ายต่างๆ ในระยะหลังนี้ ซึ่งล้วนปลุกระดมสร้างเสริมบรรยากาศ ความเกลียดชังอย่างขาดสติ อันจะนำไปสู่การกร่อนเซาะบ่อนทำลายความอดทน อดกลั้นต่อกัน และหลักนิติธรรมหรือการปกครองด้วยกฎหมาย (the rule of law) ในที่สุด

เราไม่ควรทำซ้ำในสิ่งที่เราประณามว่าคนอื่นทำ เราไม่ควรใช้วิธีการอันเลวร้ายที่คู่ต่อสู้ของเราใช้หากเราคิดว่าเราแตกต่างจากคู่ต่อสู้ของเรา

หนทางที่คนไทยเราจะหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องต่างๆ ที่กำลังเข้มข้นงวดตัวขึ้นในปัจจุบัน โดยไม่ต้องลุกขึ้นมาฆ่ากันเองจนนองเลือดเหมือนที่ผ่านมาและที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก ก็คือ : -

อย่าทำให้คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกลายเป็นประเด็นการเมือง

อย่าใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

หากต้องยึดมั่นให้คดีเหล่านี้ดำเนินไปตามครรลองของกฎหมาย โดยวิถีทางแห่งกระบวนการยุติธรรมอย่างที่มันควรจะเป็นจนถึงที่สุด

นั่นคือผิดเป็นผิด และต้องรับโทษตามกฎหมาย, ไม่ผิดเป็นไม่ผิด และได้รับอิสระพ้นมลทินไป

นี่ต่างหากคือวิธีป้องกันรักษาประชาชาติบ้านเมือง และสถาบันกษัตริย์ ให้มั่นคงปลอดภัยจากไฟแห่งความขัดแย้งแตกแยกทางการเมืองที่ดีที่สุด

เมื่อ 32 ปีก่อน […]

สื่อไซเบอร์สเปซ นัยต่อการเปลี่ยนแปลง

สื่อไซเบอร์สเปซ ได้พลิกโฉม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการสื่อสาร ตลอดจนถึง รูปแบบการดำเนินธุรกิจ อย่างสิ้นเชิง เสรีภาพไร้ขีดจำกัดย่อมสร้างปัญหาขึ้นได้ แต่เสรีภาพเหล่านี้ย่อมเขย่าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพทางเศรษฐกิจ หรือ เสรีภาพทางการเมือง ต้องมีความรับผิดชอบกำกับด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว พลังของระบบทุนนิยม ตลาดและการแสวงหากำไรกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดการไหลเวียน ของข้อมูลข่าวสารเป็นอินเทอร์เน็ต และ แปลงมันเป็นสินค้า เพราะธุรกิจ ต้องอาศัยการทำการตลาด และเข้าถึงผู้บริโภคหรือลูกค้า บนเครือข่ายข้อมูลไซเปอร์สเปซ นี้

เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ช่วยทำให้การผลิตเวบไซต์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการพัฒนาของ เวบล็อก (Web Log) หรือ บล็อก (Blog) จนกระทั่งมีการใช้อย่างแพร่หลาย กลายเป็นช่องทางสื่อสารที่สำคัญของคนรุ่นใหม่ บล็อกเหล่านี้ได้พัฒนาสู่การเป็น ไดอารี่ออนไลน์ เนื้อหาเป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่ปัจเจกบุคคลแต่ละคนได้ประสบ มีการรายงานข้อความบนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริงผสมผสานกับความรู้สึกหรืออารมณ์ของผู้ส่งสาร

บล็อกเหล่านี้ อันเป็นส่วนหนึ่งของสื่อไซเบอร์สเปซวันนี้และอนาคต ถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือทรงอานุภาพทางการตลาด เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ และ การเมือง การสื่อสารที่เน้นการมีส่วนร่วม การสื่อสารจากมวลชนสู่มวลชน การสื่อสารที่ยากที่ใครจะเซ็นเซอร์ได้ กลายมาเป็น เสรีภาพไร้ขีดจำกัด เสรีภาพนี้ บวกเข้ากับความนิยมที่แพร่หลายมากขึ้น กลายเป็นสิ่งท้าทายสำคัญต่อสถาบันสื่อมวลชนแบบเดิม พร้อมทั้งจุดกระแสความคิดในการตั้งคำถามต่อสถาบันทางการเมือง สถาบันการทางเศรษฐกิจและสังคมเดิมด้วย

เสรีภาพแห่งการแสดงความคิดเห็นเหล่านี้บ่อยครั้งที่ไม่หวั่นเกรงต่อการละเมิดกฎหมาย ศีลธรรมและธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งไม่ใส่ใจต่อการละเมิดต่อผู้อื่น

การไม่จัดระเบียบ “สื่อไซเบอร์สเปซ” ให้เหมาะสม […]