Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

ข้างหลัง “ข้าว”



Donate



ข้าวเป็นอาหารสำคัญของมนุษย์เกือบทุกชาติพันธุ์ แม้ว่าจะถูกดัดแปลงไปเป็นบะหมี่ ขนมปัง หรือขนมเค้ก อย่างไรเสียมันก็คือข้าวอยู่ดี

การที่ข้าวเกี่ยวพันกับชีวิตของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก บทสนทนาในชีวิตจึงมีการพูดถึงข้าวอยู่บ่อยครั้ง

หลายคำพูด กลายเป็นประโยคประวัติศาสตร์ ที่เราเคยได้ยิน แล้วนำมาพูดกันจนนึกไม่ออกว่า ที่มาจริงๆ มาจากไหน

เราจึงนำประโยคที่เกี่ยวกับข้าวมาเล่าสู่กันฟัง เพราะประโยคธรรมดาหลายประโยค ที่ (อาจจะ) เคยได้ อาจจะมีฉากหลังของเรื่องเล่าที่น่าสนใจมากมาย…

“เธอกินข้าวหรือยัง ?” (ลื้อ เจี๊ย บ่วย ?)

ถ้าไปเดินแถวเยาวราช อาจจะโดนอาม่าทักประโยคนี้เข้าให้ เป็นหนึ่งในคำทักทายของคนจีน ซึ่งพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อก่อนคนจีนส่วนใหญ่นั้นยากจน การที่มีข้าวให้กินในแต่ละวันจึงถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดี

“เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง”

เป็นคำกล่าวของ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 4 ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ ท่านได้ศึกษาเกี่ยวกับด้านวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้วมารับราชการในประเทศไทย ขณะที่เส้นทางราชการของท่านกำลังรุ่งโรจน์ ท่านเกิดเบื่อ จึงละทิ้งชีวิตข้าราชการไปเป็นเกษตรกรที่ ต.บางเบิด อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2463

ในขณะนั้น การเกษตรกรรมในประเทศไทยยังมีแต่การทำนา แต่ท่านได้นำวิถีการเกษตรสมัยใหม่เข้ามาทำการเกษตร ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการถนอมอาหาร โดยใช้ความรู้ระดับสูงมาผสมผสานกับประสบการณ์ที่ได้จากการทดลอง จนสามารถผลิตผลผลิตพันธุ์ดีจากไร่บางเบิดส่งไปขายที่กรุงเทพฯ และปีนัง เช่น แตงโมพันธุ์บางเบิด ไข่ไก่พันธุ์เลกฮอร์น ฯลฯ

ต่อมาท่านได้รับยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งการเกษตรแผนใหม่” รวมทั้งยังได้รับรางวัลแมกไซไซ ในปี พ.ศ.2510

ปัจจุบันไร่บางเบิดได้กลายมาเป็นสถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร

“Got Rice ?” (กินข้าวหรือยัง ?)

เป็นสำนวนที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มวัยรุ่นเอเชียน-อเมริกันในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งมีที่มาจากการที่รัฐแคลิฟอร์เนียได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนดื่มนมในช่วงปี พ.ศ.2536 (ค.ศ.1993) โดยใช้คำขวัญในการรณรงค์ที่ว่า Got Milk ? (ดื่มนมหรือยัง ?) แล้วถูกดัดแปลงมาเป็น Got Rice ? ซึ่งต่อมาประโยคนี้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจของชาวเอเชียโดยเฉพาะในโลกของอินเทอร์เน็ต

Let them eat cake ? (ก็ให้เขากินเค้กแทนสิ)

นี่คือหนึ่งในประโยคที่ไร้เดียงสาประโยคหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ประโยคนี้เขาว่ามาจากคำพูดของ พระนางมารี อังตัวเนตต์ (Marie Antoinette) พระมเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI) พระนางได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยในพระราชวังโดยไม่รับรู้ว่าประชาชนข้างนอกโดนขูดรีดภาษีจนอดอยากไม่มีขนมปัง (ข้าว) ให้กิน ครั้งหนึ่งมีผู้กราบทูลพระนางว่า ขณะนี้บ้านเมืองกำลังถึงวิกฤต ประชาชนไม่มีขนมปังจะกินแล้ว แต่พระนางกลับตอบด้วยความไม่รู้จักโลกภายนอกว่า “ก็ให้เขากินเค้กแทนสิ” ประชาชนเกลียดชังพระนางมารีขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดประชาชนทั้งประเทศก็พร้อมใจกันทำการปฏิวัติฝรั่งเศส (French revolution) ในปี พ.ศ.2332 (ค.ศ.1789) เพื่อล้มล้างระบอบกษัตริย์เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตย มีการไต่สวนพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี ซึ่งทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยตินในข้อหาทรยศชาติ

“เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ

เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน

ข้าวนี้น่ะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน

เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว

จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว

จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ

เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น

ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน

น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน

สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน”

หลายคนอาจจะผ่านตากับบทกวีบทนี้ในสมัยมัธยมปลายมาบ้าง พออ่านแล้วอาจจะทำให้หลายคนแทบจะนึกถึงคุณค่าของข้าวทุกเมล็ดในมื้อต่อไปเลย บทกวีบทนี้แต่งโดย จิตร ภูมิศักดิ์ (2473-2509) เป็นนักคิดด้านการเมือง

นักประวัติศาสตร์ และนักภาษาศาสตร์ นับเป็นนักปราชญ์และนักปฏิวัติทางความคิดและวิชาการคนสำคัญของประเทศไทย จิตรเป็นนักวิชาการคนแรกๆ ที่กล้าถกเถียงและคัดค้านปราชญ์คนสำคัญ ด้วยวิธีคิดที่มีเหตุผลและลุ่มลึก มีความโดดเด่นจากผลงานการค้นคว้าทางวิชาการที่แปลกใหม่และลึกซึ้ง ขณะเดียวกันจิตรยังมีความคิดต่อต้านระบบเผด็จการและการใช้อำนาจกดขี่ของชนชั้นสูงมาโดยตลอด

“จงรับไปกินเถิด นี่เป็นกายของเรา” (จากคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ บทมัทธิว)

ประโยคนี้เป็นประโยคอมตะ ที่กล่าวโดยพระเยซูคริสต์ ในตอนที่ท่านกำลังรับประทานอาหารครั้งสุดท้ายกับเหล่าสาวก 12 คน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเหตุการณ์ที่ว่า The Last Supper (อาหารเย็นมื้อสุดท้าย) โดยพระเยซูได้กล่าวประโยคนี้ในตอนหยิบขนมปังขึ้นมา แล้วต่อมาพระองค์ก็หยิบถ้วยเหล้าองุ่นขึ้นมาแล้วพูดว่า “ทุกท่านจงดื่มจากถ้วยนี้เถิด นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกมาสำหรับคนจำนวนมาก เราบอกท่านทั้งหลายว่า แต่นี้ไปเราจะไม่ดื่มน้ำจากผลองุ่นอีก จนกว่าจะถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่กับท่านในพระอาณาจักรของพระบิดาของเรา”

หลังจากเหตุการณ์นี้พระเยซูถูกจับ แล้วโดนตรึงกางเขนในเวลาต่อมาเพื่อไถ่บาปแด่มนุษย์

ต่อมาจึงมีพิธีศีลมหาสนิท หรือ มิสซา เป็นพิธีกรรมของชาวคริสต์ เพื่อให้ชาวคริสต์ระลึกถึงคุณของพระเจ้า โดยการรับประทานขนมปัง (สัญลักษณ์แทนพระกายของพระองค์) และเหล้าองุ่น (สัญลักษณ์แทนพระโลหิต) :D






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Latest Casino news - Newest Us Friendly Online Casino Bonus Codes - bonus codes for vegas casinos and Amex Slots Usa Players with sign up bonuses!