นานนับศตวรรษมาแล้วที่ The Ramayana หรือ “มหากาพย์รามายณะ” ได้ถือกำเนิดขึ้นในบรรณพิภพ
ซึ่งมหากาพย์นี้เป็นหนึ่งในสองมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ของอินเดียที่แพร่เข้ามาสู่หลายดินแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังเช่นที่รามายณะเป็นต้นรากของรามเกียรติ์ที่คนไทยเรารู้จักกันดี ทั้งในรูปแบบของหนังสือ และภาพยนตร์ โดยรามายณะเป็นเรื่องของสงครามอันยิ่งใหญ่ระหว่างพระรามที่ถือว่าเป็นตัวแทนฝ่ายธรรม กับทศกัณฐ์ที่เป็นตัวแทนของความชั่วร้าย
แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานและสังคมมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ทว่ามหากาพย์รามายณะยังคงได้รับการบอกเล่าในหลายสำนวนสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่มีการตีพิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่า รวมทั้งนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ก็มีอย่างต่อเนื่อง
และล่าสุด ราเมศ เมนอน (Rames Menon) นักเขียนชาวอินเดียได้ประพันธ์นวนิยายเรื่อง รามายณะ ที่นำมหากาพย์รามายณะมาเล่าใหม่ด้วยสำนวนทันสมัย ผสานจินตนาการของผู้เขียน โดยที่ยังคงแก่นสำคัญของเรื่องเอาไว้ทั้งหมดในเรื่องคุณธรรมความดีงามของมนุษย์ รวมทั้งการดำเนินเรื่องราวที่แบ่งภาคตามมหากาพย์รามายณะต้นฉบับดั้งเดิม
ล่าสุดรามายณะฉบับร่วมสมัยของ ราเมศ เมนอน นักเขียนชาวอินเดียคนนี้ได้รับการถ่ายทอดสู่ภาคภาษาไทยแล้วโดย วรวดี วงศ์สง่า อดีตอาจารย์ผู้สอนวิชาวรรณคดีอังกฤษ และนักแปลผู้มีผลงานแปลวรรณกรรมสะท้อนสังคมมาแล้วหลายเรื่อง เช่น สงครามนี้ไม่มีชื่อ (Novel without a Name), ปวดร้าวแห่งสงคราม (The Sorrow of War), ตามล่าพระเจ้าในกาฐมาณฑุ (Arresting God in Kathmandu) เป็นต้น
สำหรับงานแปลเรื่องล่าสุดคือThe Ramayana รามายณะ นอกจากจะเป็นผลงานที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้แปลแล้ว ยังก่อให้เกิดทัศนะและความคิดใหม่แก่เธออีกด้วย ดังที่เธอได้มาบอกเล่าถึงทัศนะที่น่าสนใจที่มีต่อวรรณกรรมเรื่องนี้ในฐานะนักแปลต่อไปนี้
* หลังจากที่ได้อ่านต้นฉบับ “รามายณะ” […]

continue reading.....