นายกสมาคมเมล็ดพันธุ์แห่งประเทศไทย ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
แม้ประเทศไทย จะได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าว อู่น้ำของโลก และยังเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกก็ตาม แต่ปรากฏว่าผลผลิตข้าวของไทยต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ด้วยกัน
ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติข้าวในปัจจุบัน ประเทศไทยควรให้ความสำคัญเรื่องข้าวซึ่งเป็นผลิตผลที่สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ โดยเฉพาะการพิจารณาเรื่องการเพิ่มผลผลิตข้าว โดยการนำวิทยาการและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ทั้งนี้เพราะการใช้เมล็ดพันธุ์ที่จากแปลงปลูกในปีก่อนมาทำพันธุ์ จะให้ผลผลิตในอัตราต่ำ
ข้าวลูกผสม(Hybrid Rice) เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของพลเมืองโลก ที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสนใจมากว่า 30 ปีแล้ว และหลายประเทศก็ปลูกข้าวลูกผสมกันมาแล้วหลายปีด้วย
สำหรับประเทศไทย ข้าวลูกผสม จึงอาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบในการเพิ่มผลผลิตข้าวของประเทศไทย
ข้าวลูกผสม คือ อะไร ?…
ข้าวลูกผสมคือพันธุ์ข้าวที่ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวสายพันธุ์แท้สองสายพันธุ์ที่มีฐานพันธุกรรมต่างกัน โดยลูกผสมชั่วที่ 1 จะให้ลักษณะทางด้านปริมาณและคุณภาพที่ดีกว่าพันธุ์พ่อหรือพันธุ์แม่
เมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมที่นำมาใช้ปลูก จึงต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาจากการผสมพันธุ์ใหม่ทุกปี ซึ่งแตกต่างจากการทำนาโดยทั่วไปที่สามารถใช้เมล็ดพันธุ์แท้จากแปลงปลูกในปีก่อนมาทำพันธุ์ได้
ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีข้าวลูกผสมได้นำเอาหลักการความแข็งแรงของลูกผสมที่ดีเด่นกว่าพันธุ์พ่อและพันธุ์แม่(Hybrid vigor)ในการให้ผลผลิตที่สูงกว่ามาใช้
โดยข้าวลูกผสมที่พัฒนาพันธุ์ขึ้นมาและทดลองให้เกษตรกรปลูกอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ มีข้อดีเด่น7 ประการ
1. ผลผลิตข้าวสูงกว่าสายพันธุ์ทั่วไปประมาณ 20-50%
โดยปลูกในสภาพแวดล้อมเดียวกัน
2. ไม่มีพันธุ์ปน ระบบรากมีความแข็งแรงและแผ่กระจายมากกว่า
3. จำนวนเมล็ดต่อรวงมีมากถึง 250 เมล็ด/รวงขึ้นไป หากปลูกในฤดูกาลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
4. ในการผลิตข้าวเชิงการค้า ข้าวลูกผสมให้ผลตอบแทนที่มากกว่าข้าวสายพันธุ์แท้
5. เป็นการเพิ่มผลผลิตข้าวโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ปลูก
6. ลดการใช้สารเคมี เพราะข้าวลูกผสมมีความต้านทานโรคและแมลงศัตรูข้าว
7. ประหยัดการใช้น้ำและเพิ่มรอบการปลูก เนื่องจากข้าวลูกผสมมีอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้นกว่าข้าวพันธุ์ทั่วไป
จีน เป็นประเทศแรกในโลกที่คิดค้นวิจัยพัฒนาข้าวลูกผสมเป็นผลสำเร็จ โดยเริ่มวิจัยและพัฒนาในปี พ.ศ.2517
ศ.หยวนหลงผิง […]






ความรู้ยอดนิยม