วันเพ็ญเดือนวิสาขะ ระลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งองค์สัมมาสัมพระพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบอีกรอบหนึ่ง
การลด ละ เลิก อบายมุข และร่วมปฏิบัติธรรม ในวันวิสาขบูชา เพื่อซ่อมแซม สรณะทางใจของคนไทย ที่ดูเหมือนจะขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมา
สิ้นยุค คมช. กระแสสังคมรณรงค์สร้างคุณธรรมนำใจ กำลังถูกชะล้างอย่างเชี่ยวกราด จากอำนาจแห่ง เกียรติยศ และเงินทอง จากรัฐบาลประชานิยม กับเป้าหมาย ฟื้นเศรษฐกิจของไทย ตามกระแสทุนนิยม
การปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว ยอมเป็นทาส แก่ ธนาธิปไตย (อำนาจเงิน) เพียงให้ได้มาแค่ชื่อเสียง และเงินทอง กำลังตามมาหลอกหลอนอีกรอบหนึ่ง พร้อมๆ กับปรากฎการณ์ ‘ขาลง’ กับข่าวสะเทือนใจชาวพุทธล่าสุดกับ ธงชาติสลักชื่ออดีตนายก ทักษิณ ที่แม้วันนี้ผู้นำสังคมไทย ‘สมัคร สุนทรเวช’ โบ้ยความผิดให้คนต่างชาติ ย่ำยีหัวใจชาวพุทธ กำลังกลายเป็น ‘วิกฤตศรัทธา’ ที่ผู้คนในสังคม ถามหาความชอบธรรมและจริยธรรม เสาหลักที่คนไทย ยึดถือปฎิบัติมาตั้งแต่บรรพกาล คือ ชาติ ศาสนา […]
Share on Facebook
แม้ในภาพรวมของการใช้เม็ดเงินโฆษณาในไตรมาสแรก(ม.ค.-มี.ค.)2551จะหดตัวลง แต่เมื่อพิจารณาการใช้จ่ายค่าโฆษณาแยกตามประเภทธุรกิจมีข้อน่าสังเกตว่า ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้มีสินค้าบางกลุ่ม อาทิ โฆษณาภาพลักษณ์องค์กร(Corporated Ads), กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบท็อปประเภทธุรกิจที่ใช้เม็ดเงินโฆษณามากสุดกับช่วงเดียวกันกับไตรมาสแรกปี 2550 แล้ว 4 อันดับแรกของประเภทธุรกิจไม่เปลี่ยนแปลงกล่าวคือ ยังคงเป็น กลุ่มโฆษณาภาพลักษณ์องค์กร, กลุ่มดูแลผิวพรรณ, กลุ่มสื่อสารและกลุ่มแชมพูและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม ตามลำดับ
ทั้งนี้ กลุ่มโฆษณาภาพลักษณ์องค์กรนั้นไตรมาสแรกปีนี้มีเม็ดเงินโฆษณาประมาณ 1,751 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่มี 1,723 ล้านบาท ส่วนประเภทธุรกิจอื่นแทบจะใช้เม็ดเงินลดลงแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดูแลผิวพรรณ สื่อสาร แชมพู
อย่างไรก็ดี ยังมีกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ปีนี้ใช้เงินเพิ่มขึ้นมาก โดยตีตื้นขึ้นมาอยู่อันดับ 5 จากเดิมอันดับ 16 ด้วยเม็ดเงินโฆษณากว่า 637 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกับปีก่อนที่มีประมาณ 432 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาท
สำหรับการพิจารณาเมื่อแยกตามแบรนด์แล้ว พบว่า แบรนด์พอนด์ส ยังคงแชมป์ของแบรนด์ที่โฆษณามากสุดเหมือนเดิม ด้วยเม็ดเงินกว่า 244 ล้านบาท เช่นเดียวกับการครองอันดับสองที่เหนียวแน่นของโทรศัพท์ค่ายเอไอเอสโดยไตรมาสแรกปีนี้มีมูลค่าประมาณ 180 ล้านบาท แต่เม็ดเงินที่ใช้นั้นก็สอดคล้องไปกับทิศทางของภาพรวมคือมูลค่าการใช้จ่ายลดลง
.
Share on Facebook
จากที่อุตสาหกรรมไร้สายวันนี้ มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกกว่า 3.4 พันล้านราย ในจำนวนนี้มีผู้ใช้บริการ 3G ในปัจจุบัน 620 ล้านราย ปีที่แล้วโทรศัพท์มือถือรองรับ 3G มียอดขายกว่า 290 ล้านเครื่อง ขณะที่ยอดขายเครื่องมือถือ CDMA 2000 กว่า 210 ล้านเครื่อง ยอดขายโทรศัพท์มือถือ WCDMA / UMTS กว่า 180 ล้านเครื่อง
ทั้งนี้ ควอลคอมม์คาดการณ์ว่า ปีนี้จะมียอดขายโทรศัพท์มือถือ3G จำนวนกว่า 500 ล้านเครื่อง ยอดขายโทรศัพท์มือถือ CDMA 2000 จำนวน 220 ล้านเครื่อง และยอดขายโทรศัพท์มือถือ WCDMA and UMTS จำนวน 280 ล้านเครื่อง
ลองไปฟังมุมมอง มร. เจฟ เจคอปส์ รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายการตลาด ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐอมริกา ซึ่งถือเป็นผู้บริหารระดับต้น ๆของควอลคอมม์ ในโอกาสเดินทางมายังประเทศไทยและเปิดใจให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการแข่งขันเทคโนโลยีเน็ตเวิร์กและบริการสื่อสารใหม่ๆในอนาคต!
Share on Facebook
การประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาดเล็ก ผู้ประกอบการควรมี ความรู้ในด้านกฎหมายบ้างพอสมควร หากตนเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมายก็ควรหาผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายมาให้คำแนะนำ เพราะการเริ่มต้นประกอบธุรกิจในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งในรูปแบบของบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือแม้แต่เป็นเจ้าของกิจการคนเดียวก็ล้วนแล้วแต่จะต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายทั้งสิ้น
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของกฎหมาย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือมักจะมองข้ามไป หากไม่เกิดปัญหาหรือข้อพิพาทขึ้นก็มักจะไม่คิดถึงเรื่องกฎหมาย ทั้งๆที่จริงแล้วการประกอบกิจการไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามล้วนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายทั้งสิ้น การที่ผู้ประกอบกิจการประเภทใดก็ตามทำให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เริ่มและยึดหลักกฎหมายในการดำเนินกิจการเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพราะหากเกิดข้อพิพาททางกฎหมายขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็มักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการดำเนินการเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการจึงควรคำนึงถึงหลักการประกอบการตามสุภาษิตไทยที่ว่า“กันไว้ดีกว่าแก้”
หากจะประกอบกิจการโดยก่อตั้งเป็นบริษัทในการเริ่มดำเนินการล้วนแต่มีข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ในเริ่มต้นจะต้องมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยมีผู้ร่วมกิจการ 7 คน ซึ่งเป็นข้อบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย เมื่อก่อตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาแล้ว บริษัทจะมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีความรับผิดเป็นของตนเองแยกออกจากบุคคลผู้เป็นเจ้าของกิจการ (ผู้ถือหุ้น) บริษัทจะอยู่ภายใต้การบริหารของกรรมการ ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งหรือถอดถอนได้จากผู้ถือหุ้น ความรับผิดของผู้ถือหุ้นจะมีจำกัดเพียงเงินที่ยังมิได้ชำระค่าหุ้นเท่านั้น หากผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนไปแล้วก็ไม่ต้องรับผิดในส่วนนอกเหนือจากนั้นอีก แต่ผู้ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่น จะต้องทำงบดุลของบริษัทส่งกรมสรรพกร ซึ่งหากกรรมการของบริษัทไม่ดำเนินการก็จะมีความผิด การไม่ส่งงบดุลของบริษัทนั้นนอกจากบริษัทจะต้องเสียค่าปรับแล้ว ตัวกรรมการยังมีโทษทางอาญาอีกด้วย
หรือแม้แต่การประกอบกิจการที่ผู้ดำเนินการเป็นเจ้าของคนเดียว ประกอบธุรกิจขายสังหาริมทรัพย์ เช่น เครื่องประดับ รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ฯลฯ หากสินค้าที่จำหน่ายมีราคาเกินกว่า 20,000 บาท ในการขายจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือว่ามีการตกลงซื้อขายสินค้ากัน มีการวางมัดจำหรือชำระราคาสินค้าบางส่วน เพราะหากไม่มีหลักฐานตามข้างต้นเมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นก็จะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ดังนั้นในการซื้อขายสินค้าต่างๆ ในขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าจะต้องมีการทำใบสั่งซื้อสินค้า หรือจะต้องมีการให้เครดิตเงินที่ต้องชำระโดยทำหลักฐานเป็นหนังสือ การส่งมอบสินค้าจะต้องทำใบส่งสินค้าโดยมีรายละเอียดของใบส่งสินค้า ดังนี้ รายการสินค้า ราคาสินค้า ชื่อผู้ส่งสินค้า และผู้รับสินค้า […]
Share on Facebook
นอกจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของการเมืองบ้านเรา ทำให้คนทำงานในช่วงนี้ดูแปลกๆ ไปครับ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเทศกาลหยุดยาวตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาหรือไม่ เพราะจนถึงวันนี้เราก็ยังเห็นการลาหยุดต่อเนื่องจากเทศกาลมากมาย
หลายๆ คนเลือกลาหยุดระหว่างอาทิตย์เพิ่มอีก 1-2 วันก็กลายเป็นวันหยุดยาว 8-10วันไปแล้ว บางคนจึงเลือกการลาหยุดแบบต่อเนื่อง คือข้ามเทศกาล เช่นจากวันแรงงาน ข้ามไปวันฉัตรมงคล ไปจนถึงวันพืชมงคล ได้วันหยุดเกือบ 2 อาทิตย์ก็มีให้เห็น
ที่สำคัญ หากกลับมาทำงานแล้วได้ชาร์จไฟในตัวกลับมาเต็มที่ก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ก็มีบางคนเหมือนกลับจะอ่อนระโหยโรยแรงกลับมา เพราะจุดไฟในตัวไม่ติดแล้ว และงานที่ทำก็มีแต่กดดันและน่าเบื่อหน่ายจนอยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด
สาเหตุส่วนใหญ่ของคนที่เบื่องานในช่วงหลังเทศกาลแบบนี้ มักจะเป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ส่วนสำคัญของงาน เปรียบเทียบกับเครื่องบินแล้วอาจเป็นแค่น็อต ไม่ใช่เครื่องยนต์หรือปีกที่เป็นส่วนสำคัญและมีแต่คนมาประคบประหงมดูแลรักษา
แต่หากคิดให้ดีแล้ว น็อตพวกนี้หากยึดไม่ดี ชิ้นส่วนหลุดออกจากกันก็กลายเป็นสาเหตุให้เครื่องบินตกเอาได้ง่ายๆเหมือนกัน ล่าสุดสายการบิน China Airline ก็ต้องร่อนลงฉุกเฉินในญี่ปุ่นก็เพราะน็อตเพียงแค่ตัวเดียวนี้เอง
อีกประการหนึ่งก็คือความรู้สึกจำเจ เพราะทำงานเหมือนเดิมทุกวันๆ จนไม่รู้สึกว่ามีอะไรใหม่ และไม่คิดว่างานนี้จะเติบโตก้าวหน้าไปไหนได้ ซึ่งผมก็คิดว่าไม่จริงเสมอไป เอาตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่นงานเลขานุกการ ที่หลายๆ คนคิดว่าน่าเบื่อจำเจ
ผมกลับเห็นว่างานเลขาฯนี้เองสามารถยกระดับให้กับตัวเองได้ไม่แพ้งานอื่นๆ โดยในระยะแรกก็อาจเป็นแค่เลขาฯคอยช่วยงานนาย คือทำงานตามแต่นายสั่ง แต่เมื่อเชี่ยวชาญมากขึ้น ก็ย่อมทำได้ดีกว่าที่นายสั่ง และยังประสานงานกับหน่วยงานอื่นได้มากขึ้นก็เลื่อนเป็นผู้ช่วยได้
ยิ่งต่อมาจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น ประสานงานกับในบริษัทและนอกบริษัทได้มากขึ้น ก็กลายเป็นผู้ช่วยพิเศษ รับผิดชอบเพิ่มขึ้นได้อีก และยิ่งมีฝีมือ ก็อาจก้าวไปจนถึง COO หรือ Chief Operating Officer ดูแลงานด้านปฎิบัติการได้อีก
การเบื่องาน […]
Share on Facebook
ด้วยประสิทธิภาพในการเจาะกลุ่มเป้าหมายและติดตามผลของระบบเสิร์ชซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท กูเกิลจึงได้ชื่อว่าเป็นเกราะป้องกันวิกฤตถดถอยเสมอมา หากว่ากันตามแนวคิดของนักบัญชี ค่าใช้จ่ายสำหรับระบบเสิร์ชถือเป็นต้นทุนของสินค้าที่ขายได้ ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน
นายฮาล วาเรียน อดีตนักเศรษฐศาสตร์จากเบิร์กเล่ย์ผู้หันมาทุ่มเทเพื่อกูเกิลอย่างเต็มตัว และผู้ร่วมเขียนหนังสือเรื่อง “Information Rules” จะอธิบายให้เราฟังว่าทำไมเขาจึงไม่รู้สึกเป็นกังวลกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบัน
นายฮาล วาเรียน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกูเกิลชี้ว่าผู้บริโภคที่ต้องการรัดเข็มขัดสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการช้อปทางออนไลน์
Ad Age: คุณคิดว่าสภาพความตกต่ำทางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อโฆษณาออนไลน์ โดยเฉพาะกูเกิลอย่างไร
วาเรียน: เห็นได้ชัดว่าโฆษณาแบรนด์มีแนวโน้มเป็นไปตามวัฏจักร เมื่อเศรษฐกิจเติบโต โฆษณาแบรนด์จะเติบโตขึ้นด้วย แต่เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ โฆษณาก็จะตกตาม แต่ในอีกทางหนึ่ง การตลาดทางตรงจะไม่เป็นไปตามวัฏจักรเช่นนั้นอย่างแน่นอน และเรารู้สึกว่ากูเกิลจะเป็นเหมือนการตลาดทางตรงมากกว่าการโฆษณาแบรนด์
ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผู้บริโภคอาจเปลี่ยนจากการบริโภคเนื้อสันชั้นดีมาเป็นเนื้อบดเกรดต่ำกว่า และพวกเขาอาจเลื่อนแผนการที่จะซื้อเครื่องซักผ้าหรือรถคันใหม่ออกไป นั่นเพราะทั้งหมดนี้เป็นสิ่งดึงดูดที่สามารถยืดเวลาออกไปได้
แต่การบริโภคสินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเลื่อนระยะเวลาออกไปได้มากนัก นั่นก็เหมือนกับธุรกิจ คุณอาจตัดงบประมาณสำหรับการขยายการผลิต การลงทุนในแบรนด์ หรือการลงทุนใดๆ ที่ก่อให้เกิดผลกำไรในอนาคตลงเพียงเล็กน้อย แต่คุณจะไม่สามารถตัดงบประมาณสำหรับแผนการหลักที่จำเป็นต่อคุณได้ และเราคิดว่าการตลาดทางตรงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักการตลาด
Ad Age: ถูกของคุณ แต่กูเกิลเป็นทั้งตลาดดีมานด์และซัพพลาย ซึ่งดีมานด์ได้แก่นักโฆษณา ส่วนซัพพลายได้แก่จำนวนการคลิกและการปฏิสัมพันธ์ของผู้เยี่ยมชมกับไซต์ (Conversion) และถ้าผู้คนตอบรับกับไซต์น้อยลง นั่นไม่สร้างความเสียหายให้กับกูเกิลหรือ
วาเรียน: เป็นคำถามที่ตรงจุดมาก ถ้ามองจากฝ่ายผู้บริโภค คุณจะพบว่าผู้คนบริโภคน้อยลง แต่ยังมีปัจจัยอีก 2 ข้อที่เราต้องพิจารณา
ข้อแรกคือ เมื่อคุณลองมองสภาพภาวะถดถอยโดยรวม โดยพื้นฐานแล้ว ค่า GDP จะลดลงประมาณ 2% หรือ […]
Share on Facebook
ไม่ผิดและไม่แปลกที่คนเราจะมีฝันและจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ เพราะนักธุรกิจ นักประดิษฐ์ หรือแม้แต่ผู้คิดค้นเทคโนโลยีระดับโลกหลายต่อหลายคนที่ประสบความสำเร็จก็ล้วนเกิดจากการมีฝันเล็กๆ ที่ใหญ่ยิ่งเช่นกัน แต่อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีการจัดการเพื่อก้าวไปถึงฝันนั้นได้อย่างไร
แล้วทว่ากับฝันที่จะปั้นคนไทยสู่การสร้างเว็บที่เป็นโซเชี่ยล เน็ตเวิร์กกิ้ง (Social Networking) ดังๆ อย่าง Youtube.com ,Wikiipedia.org ,Myspace.com, Facebook.com และ Hi5.com เป็นต้น โดยเข้าไปยืนเป็น 1 ใน 10 ของโซเชี่ยล เน็ตเวิร์กเว็บของโลก???
คุณคิดว่างานนี้จะต้องพลิกตำราสักกี่พันกี่หมื่นเล่ม เพื่อผันจินตนาการนี้สู่ความเป็นจริง!!!
แต่มี 10 เคล็ดลับที่น่าจะเป็น”คัมภีร์”อย่างดี ในการก้าวไปสู่เป้าหมายแห่งฝันได้ไม่ยาก อาทิ สร้างนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างมีจุดขาย สร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ แก้ไขระเบียบบางอย่างของภาครัฐและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มีหลากหลายภาษา และตั้งชื่อจำได้ง่าย เป็นต้น(อ่านรายละเอียดจากตาราง)
แต่ถามว่าประเทศไทยวันนี้ ตรงสเป็กข้างต้นกี่ข้อ ฝ่ายเกี่ยวข้องลองหลับตานึกแล้วจินตนาการดู!!!“คิดการใหญ่”ต้องมีนวัตกรรมที่แตกต่าง
ฮา..ฮา…ฮา..ฮา..ฮา! เป็นเสียงหัวเราะแรกที่ได้รับกลับมาจากบรรดากูรูและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเว็บไซต์ชั้นนำของเมืองไทย
ไม่ว่าจะเป็น สนุกดอทคอม (www.sanook.com) กระปุกดอทคอม (www.kapook.com) เว็บเบอร์1 และ2 ของไทย และแม้แต่เว็บร้อนอย่าง พันธุ์ทิพย์ดอทคอม (www.pantip.com) หลังจากได้ยินคำถามเกี่ยวกับจินตนาการข้างต้น
“เป็นโจทย์ที่ยากครับ เพราะตอนนี้เว็บที่เป็นโซเชี่ยล เน็ตเวิร์กกิ้งที่เป็นที่นิยมอยู่แล้วมีอยู่จำนวนมาก เพราะฉะนั้น ถ้าจะสร้างเว็บไทยให้เป็นเว็บโซเชี่ยล […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม