จากการที่ได้ติดตามผลงานรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช มาโดยตลอด ก็ต้องบอกตามตรงว่า ผิดหวัง (ด้วยคน) เพราะทำงานผ่านมา 3 เดือนยังไร้ซึ่งทิศทางในนำพาประเทศที่ชัดเจน
รัฐมนตรี ต่างคนต่างโชว์ออฟ บางคนถึงกับต้องใช้วิธีซื้อสื่อโฆษณาผลงาน ตัวเอง ส่วนในด้านเสถียรภาพของรัฐบาลนั้นไม่ทันไรก็ง่อนแง่น เพราะพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มไม่เกรงอกเกรงใจพรรคแกนนำแล้ว โดยท่าทีล่าสุดของพรรคชาติไทยกับการ “โหวตโน” ในการเลือก นายชัย ชิดชอบ ส.ส.พรรคพลังประชาชน เพื่อเป็นประธานสภา ผู้แทนราษฎรนั้น เป็นลางบอกเหตุถึงรอยรั่วในนาวารัฐบาลสมัคร สุนทรเวช อยู่ชัดแจ้ง
ขณะที่การเมืองวุ่นวายแต่เรื่องตัวเอง ปัญหาเศรษฐกิจนั้นกำลังเป็นที่น่ากังวลใจอย่างยิ่ง !
ล่าสุดหลังจาก โกลด์แมน แซกส์ บริษัทการเงินชื่อดังของโลกวิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันจะวิ่งไปถึง 200 เหรียญ/บาร์เรล ภายในปีนี้ถึงปีหน้า ราคาน้ำมันก็วิ่งเพื่อให้มันสมจริงเร็วขึ้น
ได้ฟังเซียนเศรษฐกิจอย่าง “ดร.โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอดีตที่ปรึกษา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ที่เคยประสบสถานการณ์วิกฤตน้ำมันแพงมาแล้ว ยังกังวลและค่อนข้างหนักใจว่า เศรษฐกิจไทยรอบนี้จะซึมยาว เพราะสมัยป๋าเปรมเศรษฐกิจซึมไป 7 ปี กว่า จะฟื้นได้ในปี 2529 ดร.วีรพงษ์บอกว่าแค่ราคาน้ำมันสูงระดับนี้ (ประมาณ […]
Share on Facebook
วันนี้ผมมีตำนานของขนมไทยชนิดหนึ่ง ที่นิยมขายกันอย่างแพร่หลายมาฝากผู้อ่าน ขนมชนิดนี้ผมเชื่อว่าผู้อ่านคงจะรู้จักและเคยบริโภคมาแล้วทั้งนั้น แต่เคยสงสัยในชื่อของขนมชนิดนี้ไหมครับว่ามีที่มาอย่างไร ขนมที่ว่าก็คือขนมครกครับ
ตำนานขนมครกมีอยู่ว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา มีหนุ่มน้อยซึ่งเป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับหลวงตาที่วัดตั้งแต่เด็กจนเป็นหนุ่ม ขยันขันแข็งช่วยเหลืองานต่างๆ ของชาวบ้านจนเป็นที่รักใคร่ของคนเกือบทั้งหมู่บ้าน หนุ่มคนนี้มีนามว่ากะทิ ที่ว่าเกือบทั้งหมู่บ้านรักใคร่หนุ่มกะทิก็เพราะว่าคนที่เกลียดหนุ่มกะทิก็มีอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้ใหญ่ปลั่ง ซึ่งมีลูกสาวแสนสวยชื่อแป้ง เป็นลูกสาวคนเดียว จะไม่ให้ผู้ใหญ่ปลั่งเกลียดเจ้าหนุ่มกะทิได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าหนุ่มกะทิบังอาจมาจีบลูกสาวของแก แถมสาวแป้งก็มีใจให้หนุ่มกะทิด้วย แอบมาขี่ควายชมแสงจันทร์กันอยู่บ่อยๆ ผู้ใหญ่ปลั่งห้ามเท่าไรก็ไม่ได้ผล ลงทุนจ้างคนไปซ้อมเจ้ากะทิจนสะบักสะบอมเพื่อเป็นการเตือนไม่ให้ไปยุ่งกับลูกสาวของแก
แต่แน่นอนว่าหนุ่มสาวรักกัน อะไรก็ห้ามไม่ได้ เมื่อห้ามไม่สำเร็จผู้ใหญ่ปลั่งเลยหาทางแก้ปัญหาด้วยการจับสาวแป้งแต่งงานกับปลัดอำเภอหนุ่มที่ถูกส่งมาจากกรุงเทพฯ และหลงรักสาวแป้งอยู่
ในคืนก่อนวันแต่งงานซึ่งเป็นคืนเดือนมืด ผู้ใหญ่ปลั่งเชื่อว่าเจ้ากะทิต้องแอบมาพบสาวแป้งที่บ้านแกอย่างแน่นอน ผู้ใหญ่ปลั่งจึงสั่งลูกน้องให้ขุดหลุมพรางไว้รอบๆ บ้านเพื่อให้เจ้ากะทิตกหลุมที่ขุดไว้โดยสั่งให้ลูกน้องเอาดินกลบหลุมหวังจะฆ่าเจ้ากะทิไม่ให้เป็นอุปสรรคขัดขวางการแต่งงาน
ในคืนนั้นเอง หนุ่มกะทิก็มาที่บ้านสาวแป้งตามที่ผู้ใหญ่ปลั่งคาดการณ์ไว้ แต่ที่แกไม่รู้คือสาวแป้งก็วางแผนหนีพิธีแต่งงานด้วยการปีนออกจากหน้าต่างห้องหนีไปหาเจ้ากะทิ แล้วทั้งคู่ก็มาเจอกันที่ลานหลังบ้าน พอพบกันทั้งคู่ก็ตกลงไปในหลุมพรางที่ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งขุดไว้ พอได้ยินเสียงคนตกลงไปในหลุม ลูกน้องผู้ใหญ่ปลั่งก็ดีใจรีบเอาดินกลบหลุมจนมิด โดยไม่รู้ว่าสาวแป้ง ลูกสาวผู้ใหญ่ตกลงไปอยู่ในหลุมด้วย
พอถึงตอนเช้าผู้ใหญ่ปลั่ง สั่งให้ลูกน้องขุดหลุมเพื่อดูผลงาน แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็น 2 หนุ่มสาวนอนกอดกันตายด้วยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความสุข ผู้ใหญ่เสียใจที่ตนเองเป็นเหตุให้ลูกสาวต้องตายไป จึงสร้างเจดีย์ครอบหลุมไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจพ่อแม่คนอื่นๆ ไม่ให้คิดกีดกันความรักของใครอีก
ตำนานรักของสาวแป้งกับหนุ่มกะทิเป็นที่เล่าขานกันในหมู่ชาวบ้านและเมื่อวันครบรอบการตายของหนุ่มสาวคู่นี้ ชาวบ้านก็พร้อมใจกันนำ แป้ง มาผสมกับ กะทิ แล้วหยอดลงไปในหลุมดินเผา เอาฝาทรงเจดีย์ครอบ ออกมาเป็นขนมครก เพื่อเป็นที่ระลึกถึงตำนานรักของหนุ่มสาวคู่นี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าหนุ่มสาวคู่นี้จะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันตลอดไป แล้วเรียกขนมชนิดนี้ว่า ขนมของ “คนรักกัน” และต่อมาถูกเรียกย่อๆ ว่า “ค.ร.ก.” […]
Share on Facebook
“จุดเปลี่ยน” ในเรื่อง คน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเป็นทั้ง จุดเริ่มต้นหรือจุดจบขององค์กรทั้งระดับโลกและระดับเล็กในทุกธุรกิจ
บางองค์กร จุดเปลี่ยนอยู่ที่ ผู้นำ ที่เดินยุทธศาสตร์ผิด ควบรวมพลาด ก็พากันล่มสลาย บางองค์กร แค่เปลี่ยน CEO บริษัทที่เคยร่อแร่ใกล้ล้มละลาย ก็กลับกลายเป็นฟื้นฟูและเติบโตภายใน 3 ปี
ถ้าหลุดจากระดับผู้นำไปแล้ว เราจะหา “จุดเปลี่ยน” เกี่ยวกับคนระดับได้อีก ตอบง่ายๆ ว่า ทุกระดับสามารถเป็นจุดเปลี่ยน เพียงแต่ว่าจุดเปลี่ยนที่ส่งผลชัดและเร็ว ในการบริหารแบบศักดินาของบ้านเรา ถ้ารองลงมาจากผู้นำแล้ว ก็ต้องเป็นระดับ “ขุนพล” (ผู้บริหารระดับสูง)
ขุนพลฝ่ายการตลาด และฝ่ายขาย เป็นขุมกำลังสำคัญที่จะสร้างทั้งภาพลักษณ์และยอดขาย ขุนพลฝ่ายการเงินก็เป็นขุมกำลังสำคัญที่จะทำให้ รายได้กับรายจ่าย สอดคล้องกันอย่างมีเหตุมีผล ขุนพลของฝ่ายบริการและขุนพลของทุกหน่วยงานที่เหลือต่างก็มีบทบาทหน้าที่และความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ประเด็นอยู่ที่
1. ขุนพลของหน่วยงานใด ในองค์กรของท่านที่สร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงานนั้น และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทั้งลูกค้าและลูกน้องต่างทุ่มเท สร้างคุณค่าให้กับองค์กรของท่าน ?
2. ขุนพลของหน่วยงานใด ในองค์กรของท่านที่มีข้อดีเพียงอย่างเดียว คืออยู่มานาน ! (แต่ยิ่งอยู่นานนอกจากจะไม่สร้างคุณค่าเพิ่มแล้ว ยังมีส่วนสร้างความถดถอยให้กับหน่วยงานและองค์กร!) ตรงนี้คือ จุดเปลี่ยนที่กลายเป็นจุดตาย ทำให้ Brand ของสินค้าหลายชนิด พังพินาศมาแล้ว
3. ขุนพลของหน่วยงานใด […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม