Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

ความสมดุล กับ “อัตตา”

โดยปกติ ชีวิตของคนทำงานทั่วไป มักจะถูกผลักให้ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ต้องเลือก เช่น เลือกระหว่างการทุ่มเทให้กับงาน และการให้เวลากับครอบครัว พวกเขาต้องไขปริศนานี้มาตลอดว่า จะสร้างสมดุลให้กับชีวิตของพวกเขาอย่างไร

ปัจจุบัน เสียงสะท้อนจากคุณพ่อบ้าน-แม่บ้าน ดังชัดว่า พวกเขาต้องการลดเวลาทำงานลง แล้วเพิ่มเวลาให้กับครอบครัวมากยิ่งขึ้น หากเป็นเช่นนี้ได้ แม้จะได้ ค่าตอบแทน พวกเขาก็ยอม

เชื่อหรือไม่ว่า เสียงเรียกร้องเช่นนี้มี มานาน ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างยังแทบจะเหมือนเดิม นี่คือ ปัญหาใหญ่ของชีวิตคนทั่วไป ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นตัวใหญ่ หรือตัวเล็ก ในทุกประเทศทั่วโลก

การหาจุดลงตัวให้กับชีวิต ซึ่งดูเหมือนง่าย ยังทำได้ยาก แล้วคุณคิดว่าในภาพ ที่ใหญ่กว่า เช่น การประสานประโยชน์ระหว่างคนมากกว่าหนึ่งกลุ่ม หรือการทำให้ทุกคนในประเทศชอบ หรือพอใจ ในสิ่งเดียวกัน จะทำได้หรือไม่

คำตอบคือ ยาก

ลองจินตนาการถึงสถานการณ์การเมืองของไทย ที่ฝ่ายหนึ่งอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ในแนวทางที่ฝ่ายตนอยากให้เป็น กับอีกฝ่ายหนึ่งที่คัดค้านไม่เห็นด้วย แถมในฝ่ายที่คัดค้านยังแตกย่อย เป็นไม่เห็นด้วยที่จะแก้แบบรวบรัด ไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขทั้งฉบับ และไม่เห็นด้วยเลย ถ้าจะมีการแก้ไข ด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเป็นของกลุ่มย่อยไหน

แล้วเราจะหาจุดลงตัวกับเรื่องนี้อย่างไร นั่นคือยากใช่ไหม เป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องแสวงหาความลงตัว ความพอดี หรืออย่างน้อยเกิดความสมดุล ที่ทำให้คนถูกกระทบน้อยที่สุด ได้ประโยชน์มากที่สุด แม้จะไม่ใช่ความลงตัวที่ทำให้ทุกคนทุกฝ่ายพอใจ […]

เสียงของความคิดเป็นเสียงของ สมอง เสียงของความภักดีเป็นเสียงของ หัวใจ

ในห้วงแห่งการต่อสู้ทางการเมืองระหว่าง 2 ขั้วการเมืองที่ขัดแย้งกัน มีการกล่าวพาดพิงสถาบันอย่างมีวาระซ่อนเร้น ไม่นับรวมข่าวลือจำนวนมากที่สะพัดไปทั่วเมือง ถ้าไม่มีสมาธิและตั้งสติให้ดี คนไทยอาจจับอาวุธฆ่ากันตายอีกรอบ

เมื่อไม่นานมานี้ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์พลวัตของการเมืองไทยได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะบทวิเคราะห์ที่โฟกัสไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ หากอยากรู้ว่า ศิษย์เอกของอาจารย์ธนินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรีและอดีตนายกฯ คิดอย่างไร ต้องอ่านบทวิเคราะห์ต่อไปนี้

…หลังการยึดอำนาจซึ่งได้กระทำโดยสำเร็จไปแล้ว (fait accomplice) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 หัวหน้าคณะผู้ยึดอำนาจก็จะเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานสถานการณ์ ให้ทรงทราบในฐานะที่ทรงเป็นประมุขของประเทศ ซึ่งมีพระราชอำนาจตาม ธรรมเนียมปฏิบัติในรัฐธรรมนูญที่จะทรงได้รับการกราบบังคมทูลถวายรายงาน (right to be informed) โดยไม่ทรงอยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธหรือสนับสนุนสิ่งที่เกิดขึ้นและ เสร็จสิ้นไปแล้วได้ เพราะถ้าทรง สนับสนุน ก็จะสร้างความชอบธรรมให้ คณะผู้ยึดอำนาจ

ดังนั้น การทรงยึดมั่นในหลักการตามประเพณีการปกครอง คือ การทรงกระทำตามการถวายคำแนะนำของผู้มีอำนาจที่แท้จริงจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ดังที่ได้ลงพระปรมาภิไธยในประกาศพระบรมราชโองการที่ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย จึงเป็นการกระทำที่เป็นกลางและสอดคล้องกับประเพณี การปกครองประเทศที่สุดมิได้เป็นไปดัง ข่าวลือว่าทรงสนับสนุนการยึดอำนาจแต่อย่างใด

ข่าวลือที่ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง คู่กรณีต่างพยายามหาที่พึ่งพิงเพื่อให้ฝ่ายตนเหนือกว่า จึงมักใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งชาติเป็นที่ อ้างอิง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ การกระทำของตน […]

สมการและตัวแปร “อำนาจใหม่” “บิ๊กจิ๋ว-จักรภพและสมัคร”

การเมืองในกระดานร้อน ก๊กไหนไม่ใหญ่จริงต้อง “ถอย” ออกไปห่างๆ

พรรคชาติไทยที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพัวพันกับ “คดียุบพรรค” ต้องถอยออกห่างๆ การเข้าชื่อเสนอหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เช่นเดียวกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคมัชฌิมาธิปไตย และประชาราชที่ต้องถอยออกไปตั้งหลัก เพราะเป็นพวก “เสียงข้างน้อย” ในพรรคร่วมรัฐบาล

ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน ยืนระยะห่างจากพรรคพลังประชาชนมาตั้งแต่วันเริ่มต้นร่วมหอลงโรงกันแล้ว

ภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองของตัวละครการเมือง อาจไม่เคลื่อนไหวและเล่นตามบทบาทที่ควรเป็น

ที่เห็นว่า “ทำเนียบรัฐบาล” เป็นศูนย์กลางอำนาจก็ไม่ใช่

ที่เห็นว่า “สมัคร สุนทรเวช” เป็นผู้นำ ก็ไม่ชัดเจน

ที่มีภาพเค้าลางว่า พรรคพลังประชาชน ทั้งพรรคทุกก๊ก ร่วมกันต่อสู้เพื่อปากท้องประชาชน ก็ไม่มีเชิงชั้นให้เห็น

ภาพ “จำนวน” ส.ส.จากพรรคพลังประชาชน ร่วมลงชื่อในบัญชีขอแก้รัฐธรรมนูญ ก็เป็นคนละภาพ คนละเรื่องกัน กับท่าทีทางการเมืองของ “หัวหน้าพรรค”

คำกล่าวขวัญเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง “สมัคร” กับ “กองทัพ” ที่ว่าแนบแน่น หนักหนา ก็คงเป็น “ภาพเฉพาะ” “สมัคร-พล.อ.อนุพงษ์” เท่านั้น

ภาพโครงสร้างอำนาจหลักที่เห็นไม่ใช่ ที่ใช่ไม่มีใครเห็น กลายเป็นปรากฏการณ์การเมืองที่เข้าสู่ภาวะ “พราง” อีกครั้ง

ในกระดานการเมืองร้อน ใครไม่เกี่ยวต้อง “ถอยไป”

ปรากฏตัวผู้เล่นใหม่ ในอำนาจเก่า

เมื่อจู่ๆ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี นักเล็งเก็งกำไรในทำเลทอง ก็ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง

หวังทวงอำนาจ ด้วยการเก็งข้อสอบ “ยุบสภา”

เดิมเกมเข้มข้นถึงขนาด เขียนเสือให้วัวกลัวถึงขนาด […]

สบท.เล็งออกกฎ คุมเข้มเทเลเซลส์ ละเมิดสิทธิลูกค้า

“สบท.” เตรียมชง “กทช.” ออกหลักกฎคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เสนอคุมบริการ “เทเลมาร์เก็ตติ้ง-ไพรเวตนัมเบอร์” เหตุสร้างความรำคาญและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ระบุดึงบทเรียนต่างประเทศเป็นต้นแบบได้ ทั้งเผย “ตั้งเสาสัญญาณมือถือย่านชุมชน” ติดอันดับเรื่องร้องเรียนท็อปฮิต พร้อมเดินหน้าจัดเวที “สภาผู้บริโภค” 13 จังหวัดทั่วประเทศ

น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สบท.จะจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตัดสินใจ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งมีข้อร้องเรียนจากชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น้อยกว่า 10 กรณีแล้ว เช่น ที่หมู่บ้านปัญญา รามอินทรา, ชุมชนหลัก 6 ปทุมธานี เป็นต้น โดยต่างกังวลเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะคลื่นวิทยุจากเสาโทรศัพท์, เกิดเหตุแผ่นดินไหวล้มทับบ้านเรือนใครจะรับผิดชอบ

“ในขั้นต้นเราคงเสนอให้ตั้งเสาโทรศัพท์ในสถานที่ที่ห่างจากโรงพยาบาล โรงเรียน หรือในชุมชนก็อาจขอให้ตั้งเสาขนาดเล็กลง ที่ผ่านมาก็พยายามเจรจากับโอเปอเรเตอร์ แตˆมีเพียงดีแทครายเดียวที่ให้ความร่วมมือย้ายเสา”

ประเด็นถัดไปคือ เรื่องค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิการคงเลขหมาย (number portability) เนื่องจากตามร่างประกาศ กทช.กำหนดให้โอเปอเรเตอร์คิดค่าธรรมเนียมการย้ายโครงข่ายไม่เกิน 300 บาท/ครั้ง ซึ่งสบท.เห็นว่าราคาสูงเกินไปและมีที่มาไม่ชัดเจน ทั้งการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ […]

ผู้ดีแห่ช็อปออนไลน์หลบฝน ลมหนาว

ฝนฟ้าตกลงมาไม่เป็นเวล่ำเวลา บวกกับต้นทุนค่าเดินทางก็ เพิ่มขึ้นทุกวัน มีใครบ้างจะไม่สนใจใช้บริการสื่อออนไลน์สำหรับสร้างความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ในชีวิตประจำวัน

รายงานข่าวจากบีบีซีเมื่อปลายสัปดาห์ ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ด้วยสภาพอากาศเมืองอังกฤษที่เดี๋ยวฝนก็ตก เดี๋ยวหิมะก็ลงหนาวจับขั้วหัวใจอย่างนี้ ส่งผลให้ยอดค่าใช้จ่ายผ่านการซื้อสินค้าออนไลน์ในอังกฤษเมื่อเดือนเมษายนพุ่งขึ้นถึง 85%

โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องใช้ต่างๆ นับว่าทำยอดขายผ่านอินเทอร์เน็ตในช่วงอากาศแปรปรวนและราคาน้ำมันสูงเพิ่มขึ้นได้ดีทีเดียว

ทั้งนี้ ไอเอ็มอาร์จี (Interactive Media in Retail Group) ระบุว่า ชาวอังกฤษใช้จ่ายเงินสำหรับซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ในช่วงเดือนก่อน ระหว่างที่มีหิมะและฝนตกหนักมากถึง 326 ล้านปอนด์

โดยการเพิ่มขึ้นของความนิยมซื้อสินค้า ออนไลน์นี้ ด้านหนึ่งกำลังสร้างแรงสั่นไหวให้กับร้านค้าที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าหรือ บนถนนไฮสตรีตในอังกฤษ

อีกทั้งในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การปล่อยสินเชื่อเข้มงวดมากขึ้น และรายจ่ายในครัวเรือนพุ่งไม่หยุดเช่นนี้ ผู้บริโภคย่อมต้องจัดสรรการใช้จ่ายและลดต้นทุนที่ ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันไว้ก่อน แม้ว่าตามดัชนีการซื้อสินค้าผ่านระบบค้าปลีก บนอินเทอร์เน็ต หรือไอเอ็มจีอี แคปจิมินี่ อี-รีเทล เซลล์ จะชี้ให้เห็นว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังมีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ระมัดระวังและพิจารณาถี่ถ้วนมากขึ้น

ภาพสะท้อนการเติบโตของตลาดสินค้าออนไลน์ในฤดูกาลนี้ พิจารณาจากการสำรวจยอดจำหน่ายสินค้าจากเว็บไซต์ต่างๆ กว่า 60 เว็บ พบว่ายอดจำหน่ายชุดชั้นในเพิ่มขึ้น 72% รองเท้าเพิ่มขึ้น 20%

ขณะที่ แอนโทล่า แมดเดน รองประธาน บริษัทแคปจิมินี่ในอังกฤษ ซึ่งดำเนินธุรกิจสำรวจและวิจัยตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก ระบุว่า ลูกค้าของบริษัทต่างรายงานยอดจำหน่ายสินค้าผ่านตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น […]

ปตท. กับ อารมณ์สังคม

ท่ามกลาง “วิกฤต” ย่อมมี “โอกาส” ซ่อนอยู่

และท่ามกลาง “โอกาส” ก็ย่อมมี “วิกฤต” เล่นซ่อนแอบอยู่

“ปตท.” กำลังอยู่ในสถานการณ์นี้ครับ

ท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน ที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นเรื่อยๆ ผลประกอบการของ ปตท.ไตรมาสแรกมีกำไร 26,133 ล้านบาท

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 3,560 ล้านบาท

หรือเพิ่มขึ้น 15.8%

นี่คือ “โอกาส” ท่ามกลาง “วิกฤตน้ำมัน” ของ ปตท.

แต่ในมุมกลับ “โอกาส” ของ ปตท.ที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าบริหารความรู้สึกของสังคมไม่ดี

ท่ามกลาง “โอกาส” ก็อาจมี “วิกฤต” ซ่อนอยู่

เพราะผลประกอบการดังกล่าวถ้าเกิดขึ้นในช่วงปกติ ก็ถือเป็นข่าวดีของ ปตท. ที่ไม่มีภาวะเสี่ยงอื่นใด

แต่บังเอิญที่ผลกำไรของ ปตท.ปีนี้เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตน้ำมัน ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นแบบมองไม่เห็นจุดจบ

ราคาสินค้าขยับขึ้นเรื่อยๆ

อารมณ์ของสังคมเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีกับ ปตท.

เพราะคนทั่วไปไม่รู้รายละเอียดว่าผลกำไรนั้นมาจากไหน และ ปตท.มีส่วนช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ขยับเร็วเกินไปมาโดยตลอด

เขารู้เพียงว่าน้ำมันแพง และ ปตท.กำไรเยอะมาก

ถ้าสรุปกันง่ายๆ ก็คือ กำไรนั้นมาจากการขึ้นราคาน้ำมัน

ตรรกะแบบนี้คือสิ่งที่ ปตท.ต้องระวัง

เพราะจะเป็น “บูมเมอแรง” ย้อนกลับมาหาได้ ถ้าบริหารอารมณ์ของสังคมไม่ดี

ในภาวะเช่นนี้ ผมคิดว่า ปตท.น่าจะป้องกัน “วิกฤต” ด้วยการสร้าง “โอกาส” ใหม่

นั่นคือ การบุกเรื่องปั๊ม NGV […]