Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

คำทำนายอนาคต Believe it or not ?

จากประสบการณ์การใช้อีเมล์มานาน และจากประสบการณ์การได้รับ forward mail ทำให้เราสามารถแยกประเภทของมันได้ดังนี้ อีเมล์ขายของ, อีเมล์รูปน่ารัก, อีเมล์ลูกโซ่, อีเมล์คำทำนาย ฯลฯ แต่ก็มีไม่กี่อีเมล์หรอกที่จะถูกฟอร์เวิร์ดไป หรือไม่กี่อีเมล์ที่จะถูกพูดถึงจนกลายเป็นจริงเป็นจัง

ล่าสุดเราได้พบกับ forward mail ทำนายอนาคตโดย Mr.Juseleeno Nobulega Da Roose ชาวบราซิลที่เคยทำนายทายทักแล้วก็ทายได้ถูก…มาหลายต่อหลายครา ทั้งการตายของเจ้าหญิงไดอาน่า เหตุการณ์ 9/11 หรือ สึนามิที่อินโดนีเซีย Juseleeno มองเห็นอนาคตจากความฝัน ว่ากันว่า เขาจะฝัน 3-9 เรื่อง แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็จะบันทึกเอาไว้ แล้วก็ส่งไปหาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น ซึ่งคำทำนายของเขาถูกส่งต่อๆ กันมาเรื่อยๆ จนถึงมือเรา ซึ่งเราได้ลองเสิร์ชหาชื่อของเขาในเว็บที่เกี่ยวข้อง ก็มักจะเป็นเรื่องราวใน forward mail ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถูกแปลเป็นภาษาจีนแล้วส่งกันต่ออย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคำทำนายที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน และก็จะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ว่าแล้วก็มาดูกันเถอะว่าชายผู้นี้ได้ทำนายอนาคตเอาไว้ว่าอย่างไรบ้าง

กรกฎาคม 2008 : จะเกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ก่อให้เกิดสึนามิสูงถึง

30 เมตร

18 กันยายน 2008 : แผ่นดินไหวขนาด 9.1 […]

ยุทธศาสตร์รองรับ วิกฤตอาหาร

สำหรับยุทธศาสตร์รองรับวิกฤตอาหารและสร้างโอกาสของประเทศไทยนั้น ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร กล่าวว่า ระยะสั้นต้องสร้างความั่นคงแก่ครัวเรือนฐานราก ขณะที่ระยะยาวต้องเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตร, สร้างสมดุลพื้นที่เพื่อผลิตอาหารและพลังงานทดแทน และต้องสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าอาหาร

รายละเอียดของแผนระยะสั้นว่าด้วยการสร้างความมั่นคงแก่ครัวเรือนฐานราก จะต้องทำใน 3 ประเด็น คือ 1.สร้างสมดุลระหว่างการบริโภคภายในประเทศและส่งออกโดยบริหารจัดการสต๊อกอาหาร เพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และรักษาระดับราคาภายในประเทศให้เหมาะสม

“ประเทศไทยมีนโยบายสร้างครัวไทยให้เป็นครัวโลก และเป็นประเทศที่มีการส่งออกข้าวมากที่สุด แต่ต้องมีการเข้าคิวแถวยาวๆ เพื่อซื้อข้าว เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น”

2.การเร่งรัดการส่งออกโดยการเพิ่มตลาดใหม่ทางการค้าไปสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อ เช่น ประเทศรัสเซีย ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างตลาดส่งออกของไทยจาก more for less ไปเป็น less for more, เพิ่มโอกาสในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง, เพิ่มมูลค่าการส่งออกและนำวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศมาแปรรูปเป็นสินค้าส่งออก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่อาศัยความได้เปรียบ

และ 3.สร้างรายได้แก่ทุกภาคส่วนของประเทศ ตั้งแต่เกษตรกร แรงงาน จนถึงผู้ประกอบการโดยการปรับขึ้นค่าแรงตามภาวะค่าครองชีพทั้งในส่วนของค่าแรงขึ้นต่ำและเงินเดือน ดูแลระดับราคารับซื้อผลผลิตทางการเกษตรให้เหมาะสมกับต้นทุน

ส่วนระยะยาวการเพิ่มผลิตภาพภาคการเกษตรนั้นต้องทำใน 4 แนวทาง คือ 1.การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มผลิตภาพภาคการเกษตร ในเรื่องการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีในการผลิตให้เพียงพอ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการของเหลือใช้

2.บริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน โดยอาจจะลดภาษีนำเข้าปุ๋ยเพื่อการเพาะปลูก

หรือให้ความรู้แก่เกษตรกรในการผลิตปุ๋ยใช้เองในประเทศ 3.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า เช่น ระบบโลจิสติกส์ ระบบชลประทาน และ 4.ประกันภัยสินค้า โดยริเริ่มให้มีการทำประกันภัยสินค้าเกษตร เริ่มตั้งแต่การป้องกันความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ […]

SMEs ตั้งรับอย่างไร กับ…วิกฤตอาหารโลก

เมื่อเร็วๆ นี้สถาบันอาหารได้ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “วิกฤตอาหารโลก…โอกาส SMEs ไทย” โดยมี ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหารเป็นวิทยาการ ซึ่งได้ให้ข้อมูลพร้อมกับแนวทางการปรับตัวสำหรับเอสเอ็มอีไว้อย่างน่าสนใจ

อาหาร ภาระที่ต้องจ่าย 30-50%

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารและการขาดแคลนซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นกับหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยนั้น เกิดจากหลายๆ สาเหตุและส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ

โดยสาเหตุหลักๆ เกิดจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง, การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร, การแย่งชิงผลผลิตทางการเกษตรระหว่างอาหารสัตว์กับพลังงานทดแทน, การขยายตัวของสังคมเมือง/อุตสาหกรรมที่ส่งผลให้พื้นที่เกษตรลดลง, ภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติ ส่งผลให้สินค้าเกษตรเสียหาย และมีการเก็งกำไรในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

สาเหตุดังกล่าวได้ส่งผลกระทบด้านลบ ก็คือสต๊อกอาหารลดลง, สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านอาหารเพิ่มขึ้น, ผลผลิตอาหารเพื่อการบริโภคลดลง, พื้นที่เพาะปลูกการเกษตรลดลง และเกิดการกักตุนสินค้า

ส่วนด้านผลบวกที่เกิดขึ้นก็คือ มูลค่าการส่งออกสูงขึ้น และภาคการเกษตรได้รับความสนใจมากขึ้น

“จากการที่สินค้าอาหารปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่องทำให้ภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคคนไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนจนหรือคนมีรายได้น้อยที่มีระดับเงินเดือนประมาณ 4,204 บาท/เดือน ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายค่าอาหารประมาณ 1,980 บาท หรือคิดเป็น 50% ของรายจ่ายทั้งหมด ขณะที่ครัวเรือนที่มี รายได้ 14,215 บาท/เดือน มีค่าใช้จ่ายอาหารประมาณ 4,204 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่รายได้ไม่สูงขึ้น ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ […]

กระดาษพูดได้

วัสดุแผ่นบางที่สามารถเก็บและเล่นข้อความเสียงได้

กระดาษอิเล็กทรอนิกส์และกระดาษชนิดอื่นๆ ที่มีระบบการทำงานอย่างมีนวัตกรรมกำลังถูกนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ดพูดได้ที่มีวางจำหน่ายแล้ว หรือโปสเตอร์โฆษณาที่ทำหน้าที่เสมือนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการนำเสนอข่าวสารและรายงานสภาพอากาศซึ่งได้ถูกนำมาทดลองใช้ภายในสถานีรถไฟในประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนยังมีความพยายามที่จะพัฒนาระบบเทคโนโลยีของกระดาษให้สามารถป้องกันความผิดพลาดของข้อมูลข่าวสารต่างๆ ขึ้นด้วย ทุกวันนี้บรรดานักวิจัยจึงอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะบางและเบาเหมือนกระดาษ ทว่าสามารถใช้งานได้หลากหลาย เพื่อในที่สุดแล้วกระดาษจะสามารถก้าวเข้าสู่ยุคไอทีได้ด้วยการผสมผสานกับเทคโนโลยียุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว

การส่งข้อความเสียงที่บันทึกไว้บนกระดาษ

“Audio paper” หรือ “กระดาษพูดได้” มีความหนาเพียง 0.75 มิลลิเมตร แต่สามารถ “พูดได้” อย่างน่าอัศจรรย์อันเป็นผลมาจากการติดตั้งลำโพง ไมโครโฟนและแบตเตอรี่ขนาดเล็กพิเศษไว้ใน

กระดาษ โดยในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ.2005 กระดาษพูดได้ที่มีขนาดเท่าโปสการ์ดนี้ได้ถูกนำออกวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า Tokyo Hands ในราคาแผ่นละ 1,260 เยน (หรือ 10.65 เหรียญสหรัฐในขณะนั้น) และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วด้วยคุณสมบัติพิเศษของมันที่สามารถบันทึกข้อความเสียงที่มีความยาวได้ถึง 20 วินาที และยังเปิดฟังได้ราว 50 ครั้งด้วยการกดปุ่มเท่านั้น ทั้งยังสะดวกในการจัดส่งเพราะสามารถบรรจุลงในซองจดหมายขนาดมาตรฐานเพื่อส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้โดยติดแสตมป์ราคาเพียง 80 เยน (0.68 เหรียญสหรัฐ)

โดยบริษัท Toppan Forms ซึ่งเป็น ผู้จำหน่ายกระดาษพูดได้นี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนากระดาษพูดได้ชนิดใหม่ๆ เช่น บัตรอวยพรที่มีรูปและเสียงของดาราศิลปินหรือนักแสดงคาบูกิ และกำลังพิจารณาที่จะวางจำหน่ายกระดาษมีเสียงซึ่งมีอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตาด้วย

ข่าวสารด้านอิเล็กทรอนิกส์และการพยากรณ์อากาศบนกระดาษ

ทุกวันนี้การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโรงพิมพ์ได้ทวีความดุเดือดมากขึ้น โดยเฉพาะในการพัฒนาและผลิตวัสดุที่สามารถนำไปใช้ประกอบกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บางเฉียบและม้วนงอได้เหมือนกระดาษ ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปใช้ในวงการโฆษณา หนังสือ และหนังสือพิมพ์ เช่น กระดาษอิเล็กทรอนิกส์ที่ตัวอักษรและรูปภาพจะปรากฏขึ้นได้ด้วยการชาร์จไฟให้กับหมึกชนิดพิเศษที่บรรจุอยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นฟิล์มสองแผ่น […]

อวสานนิติบริกร “พิชิฏ ชื่นบาน” จาก “ติ๊กผิด” ถึง “หยิบผิด” ถุงขนม 2 ล้าน ฉงน “หญิงอ้อ” วานเครือญาติทำงานเสี่ยงๆ

เป็นอันว่าบทสรุปเรื่อง เงิน 2 ล้านในกล่องขนม ที่มีการปูดข่าวจากศาลฎีกา ว่าทีมทนายของนัก การเมืองใหญ่นำเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ในวันที่ 10 มิถุนายน 2551 จบลงด้วยทีมทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องติดคุกไป 3 คน

วันที่ 10 มิถุนายน ยังเป็นวันเดียวกันกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อรายงานตัวต่อศาลฎีกา ตามคำสั่งศาล ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก (ที่ดินรัชดาฯ) พร้อมกับ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร

เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา วันที่ 13 มิถุนายน มีรายงานข่าวจากศาลฎีกาว่า เมื่อเวลา 07.00 น. นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และ นายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้ไต่สวนข้อเท็จจริงได้ประชุมกัน ณ ห้องประชุมเล็กข้างห้องประธานศาลฎีกา และมีการเรียกเจ้าหน้าที่ธุรการซี 7 ซึ่งเป็นผู้รับถุงขนมใส่เงินสด 2 ล้านบาท […]

มหาอาณาจักรฮั่น

“ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” ถือว่าเป็นนักบริหารคนสำคัญคนหนึ่งของเครือ ซี.พี.เพราะในเครือ ซี.พี.ฮอลล์ที่เขาดูแลอยู่นั้นมีพนักงานมากมายถึง 6-7 หมื่นคน

เช่นเดียวกับที่ “ก่อศักดิ์” ให้ความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ของจีนและหมากล้อม หลังจากเขาได้ออกหนังสือ “รัฐศาสตร์ ถังไท่จง” มาไม่นาน เขายังได้ออกหนังสือ “มหาอาณาจักรฮั่น” ตามมาอีกเล่มหนึ่ง

ซึ่งเป็นการมองประวัติศาสตร์แบบสายตาของนักบริหารองค์กรธุรกิจ

“ศ.น.พ.เกษม วัฒนชัย” องคมนตรีได้เขียนคำนิยมในหนังสือ “มหาอาณาจักรฮั่น” ไว้ตอนหนึ่งว่า ในช่วง 4-5 พันปีของประวัติศาสตร์จีน มีบทเรียนให้ศึกษามากมาย ทั้งผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง ทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ

“ความสำเร็จและความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากเหตุปัจจัยเดิมๆ แต่เพราะไม่เรียนรู้ จึงต้องทนรับวิบากจาก ผลกรรมของความผิดซ้ำ”

คงไม่ปฏิเสธว่าชาติของเราเดินหน้าไปไหนไม่ไกลก็เนื่องจากเกิดความผิดพลาดซ้ำๆ เช่นเดียวกับที่หลายองค์กรต้องพังครืนลงเพราะไม่รู้จักจำบทเรียนความผิดพลาดที่ซ้ำๆ

ในเรื่องราวของ “มหาอาณาจักรฮั่น” ก่อศักดิ์ได้หยิบยกถึงเคล็ดการปกครองแบบอู๋เหวย ของไก้กง ปราชญ์แห่งลัทธิเต๋า ได้ให้แง่คิดเรื่องการบริหารไว้อย่างน่าสนใจ

“การบริหารบ้านเมือง เปรียบได้กับการทอดปลาในกระทะ หากใช้ไฟแรงเกินไป ปลาก็จะไหม้เสียหมด หากพลิกปลาบ่อยๆ เนื้อปลาก็จะหลุดเละไม่มีชิ้นดี การปกครองบ้านเมืองก็เช่นกัน หากต้องการเห็นบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองก็จงหยุดการระราน ชาวบ้านเสีย ปล่อยให้ชาวเมืองได้พักฟื้นจากภาวะสงคราม ดูแลบ้านเมืองให้สงบ แล้วค่อยๆ ปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติ เมื่อชาวบ้านทำมาหากินเป็นปกติ เศรษฐกิจก็ดีขึ้น บ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรืองตามครรลองของมันเอง”

ส่วนการบริหารคนของ “ฮั่น เหวินตี้” ก็น่าสนใจ เพราะให้ความสำคัญกับการ […]

ภูมิแพ้ของเลขาฯ

ฟังเวลาเขาเรียกเลขาฯแล้ว พลันให้เกิดความรู้สึกว่า เหมือนพ่อกำลังเรียกลูกสาว ในสำเนียงที่ออกจะดุดันสักหน่อย ขึ้นต้นด้วยคำว่า ไอ้ ตามด้วยชื่อเล่น น้ำเสียงมันออกมาในประมาณว่า ให้มาหาในทันที เบื้องหลังคือความไม่พอใจอะไรสักอย่าง

สังเกตปฏิกิริยาของเลขาฯ พอได้ยินเสียงของนาย สีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที จากยิ้มแย้มเพราะถูกเราแซวเล่น เปลี่ยนเป็นสีหน้าเครียดทันที ลุกขึ้นคว้าสมุดโน้ตและปากกาขึ้นหนีบแขน พร้อมกับพูดเสียงอ่อยๆ ว่า “ขอโทษนะคะ นายเรียก”

ผู้เป็นเจ้าของเสียงอยู่ในห้องใหญ่ ซึ่งเธอนั่งอยู่ในห้องเล็กที่ติดกันด้านหน้า ใครที่จะเข้าพบนายเธอจะต้องผ่านห้อง ผ่านหน้าโต๊ะทำงานของเธอก่อน ถ้ายังเข้าพบไม่ได้ก็จะต้องนั่งรอที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเธอ สำหรับคนที่รู้จักและสนิทสนม หรือที่โซฟาเล็กๆ ใกล้ๆ ตัวนั้น สำหรับแขกจากภายนอก

ได้ยินเสียงเอ็ดตะโรโวยวายจาก ในห้องใหญ่ เล็ดลอดออกมา ไม่ได้ยินเสียงเลขาฯเลย ฟังน้ำเสียงและเรื่องราวแล้ว สงสารเลขาฯที่คงจะยืนหน้าโต๊ะนายด้วยความรู้สึกที่คงจะอึดอัด กดดัน รู้สึกแย่ แต่ต้องเก็บกดอารมณ์เหล่านั้นไว้

มีช่วงที่เงียบอยู่บ้าง ซึ่งเดาว่าอาจจะเป็นช่วงที่เธอน่าจะกำลังพูดอะไร แต่หลังจากนั้นก็เป็นเสียงโวยวายอีกตามมา คราวนี้จะหาช่วงเงียบไม่ได้เลย เธอกลับออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่อธิบายไม่ถูก แต่ที่รู้ๆ และเดาออกก็คือ เซ็ง โกรธ ไม่พอใจ รู้สึกแย่มากๆ บ่นพึมพำอุบอิบอยู่ในปาก พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งแบบหมดกะจิตกะใจ ก็รู้สึกเห็นใจเลยไม่อยากชวนคุยอะไรต่อ

จากเหตุการณ์ที่สะดุดความรู้สึก ในวันนั้น โดยเอาความรู้สึกของตัวเองวัด ว่าหากเราเป็นเธอ เป็นเลขาฯของนายคนนี้ เราจะทนไหวหรือไม่แค่ไหน ในการที่จะทำงานตรงนี้จึงเริ่มหาข้อมูลจากคนเก่าๆ […]

การเมืองว่าด้วย “ข้อมูลข่าวสาร”

A lie told often enough becomes the truth Lenin

คุณูปการของสังคมยุคข่าวสาร ปรากฏชัดแจ้งอีกครั้งในการเมือง ช่วงรัฐบาล “สมัคร 1″

การเมืองบนท้องถนน ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสถานีโทรทัศน์ช่องปกติ มากนัก ยกเว้นช่วงที่พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนมวลชน แบบ “ดาวกระจาย” ไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล หลายช่องก็ตื่นตัว หันกลับมารายงานสถานการณ์แบบเกาะติด และพยายามใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่สร้างความได้เปรียบ

แต่นั่นก็ไม่ทำให้คอการเมืองหมดโอกาสรับรู้ข่าวสารอีกฟากหนึ่ง อินเทอร์เน็ต เคเบิลทีวีต่างจังหวัด และดาวเทียม กลายช่องทางสื่อสารทางเลือก ทำให้ จังหวัดอื่นๆ ก็รู้ความเคลื่อนไหวในกรุงเทพมหานคร

สภาอันทรงเกียรติของนักการเมือง แต่ไหนแต่ไรมา เป็นเสมือนเวทีละคร ที่เต็มไปด้วยศิลปะการพูด และคมวาทะเชือดเฉือน สลับฉากด้วยเทคนิคประท้วง เพื่อทำลายจังหวะการอภิปรายของฝ่ายซักฟอก

ทำให้ประชาชนรู้สึกอึดอัด เบื่อหน่าย และเสียเวลา สู้เปลี่ยนช่องไปดูละคร คลายเครียด และสบายใจกว่าเป็นไหนๆ

แต่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว กลับเรียกความสนใจของประชาชนได้มากกว่าปกติ ข้อมูล กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญกว่าคมวาทะ เพราะการพูดเฉไฉ และใช้อารมณ์ฉุนเฉียว ไม่สามารถตอบคำถาม ที่ประชาชนกังขา ได้ดีกว่าข้อมูล

การเมืองรูปแบบนี้ ให้คุณมากกว่าโทษ เพราะให้คนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีต และติดตามความเคลื่อนไหวในปัจจุบัน […]