พลันที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อผลักดันให้ผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ในคืนวันที่ วันเสาร์ที่ผ่านมาได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับประชาชนทั่วไปที่อยู่ๆ นายกฯสมัคร จะเล่นบทแรงกับประชาชนที่ชุมนุม ประท้วงทีร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คำประกาศดังกล่าวเท่ากับเป็น การราดน้ำมันราดเข้าสู่กองไฟแห่งความขัดแย้ง ให้ลุกโชนทันที บรรยากาศความตึงเครียดทาง การเมืองระหว่างรัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรฯ ดีกรียิ่งร้อนแรงยิ่งขึ้น เพราะในคำประกาศของนายกฯได้ตอกย้ำอย่างเอาจริงเอาจังทำนองว่า รัฐบาลได้เตรียมการไว้พร้อมแล้วทั้งทหารและตำรวจทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลหากมีการสลายม็อบด้วยวิธีรุนแรง ต้องบาดเจ็บล้มตายยิ่งจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับชาติบ้านเมืองอย่างมิอาจปฏิเสธได้
คำประกาศนายกฯสมัครเท่ากับยั่วยุให้ประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลอยู่แล้วและประชาชนที่เคยวางตัวเป็นกลางไปร่วมประท้วงมากขึ้น กระทั่ง ต้องหาทางลงด้วยการสั่งการให้ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาคลี่คลายสถานการณ์ลดดีกรีความไม่พอใจของประชาชนลง โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่สลายม็อบและได้ขอร้องประชาชนอย่าออกไปร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง แต่คำแถลงของรัฐมนตรีมหาดไทยไม่มีความหมาย เห็นได้จากจำนวนผู้ประท้วงในคืนวันเสาร์เพิ่มขึ้น ในที่สุดนายกฯสมัครต้องออกมาพูดแก้เกี้ยว ในเช้าวันรุ่งขึ้น ว่าไม่ได้พูดว่าจะสลายม็อบ แต่ คำพูดเสมือนธนูเมื่อออกจากคันศรแล้วก็ยากจะเอากลับคืนมา คำพูดของนายกรัฐมนตรีในเช้าวันเสาร์ได้ทำลายบรรยากาศที่จะหันหน้ามาตกลงกันต้องขาดสะบั้น
ในห้วงเวลาแค่สามเดือนที่นายกฯสมัครเข้ามา บริหารประเทศ ปากของนายกฯคนนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างน้อยสามครั้ง ตั้งแต่การออกมาปล่อยข่าวว่าจะมีการปฏิวัติจนคนทั่วไปต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ต่อมาได้เปิดประเด็นว่าจะมีธนาคารล้ม ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับธุรกิจการเงินอย่างมาก และล่าสุดการออกมาว่าจะดำเนินการกวาดล้างกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งสามครั้งที่นายกฯคนนี้ เปิดประเด็นล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ
นายกฯในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร จะต้องมีความหนักแน่น อดทนต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น มิใช่ใช้อารมณ์ชั่ววูบเข้าไปเป็น คู่กรณีกับฝ่ายตรงข้ามนั่นเท่ากับทำให้ความ ขัดแย้งกันกลายเป็นความแตกแยก ก่อนที่นายกฯ สมัครจะดำเนินการใดๆ ในการสลายม็อบให้กลับไปทบทวนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ว่าได้สร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมืองแค่ไหน หากยังคิดว่าการดำเนินการใดๆ ด้วยความรุนแรงเป็นการแก้ปัญหาแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมจะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองมหาศาล
บ้านเมืองเราขณะนี้ได้เผชิญทั้งวิกฤตการเมือง วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกรุมเร้า ยิ่งหากนายกฯสมัคร จะใช้วิธีการรุนแรงด้วยวิธีหนึ่งวิธีใดก็ตามในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหว เท่ากับยิ่งซ้ำเติมเชื้อไฟความแตกแยก ซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางต้องพังพินาศ และคนที่ทำลายแท้จริงหาใช่ใครอื่น แต่กลับเป็นนายกฯที่ชอบจุดไฟด้วยปาก
บทบรรณาธิการ ประชาชาติธุรกิจ
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม