“จงต่อกรกับความไม่เท่าเทียมกันอันร้ายกาจ” วลีสั้นๆ แต่แสดงถึง ความยิ่งใหญ่ของเศรษฐีใจบุญอย่าง “บิลล์ เกตส์” แห่งไมโครซอฟท์ ผู้ประกาศว่าจะบริจาคเงิน 95% ของทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อใช้ในกิจการสาธารณกุศล ความใจกว้างของเขาทำให้เขาต้องหล่นจากอันดับมหาเศรษฐีที่รวยอันดับหนึ่งของโลก อันเป็นตำแหน่งที่เขาไม่ได้แยแสแม้แต่น้อยอย่างที่รู้กันว่า นอกจากเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกอย่าง บิลล์ เกตส์ แล้ว “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เจ้าพ่อวอลล์สตรีต ที่สละเงินจำนวนมหาศาลเพื่อต่อกรกับความไม่เท่าเทียมของมนุษย์
แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเมื่อ “เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน” เจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ในอังกฤษได้ก่อตั้ง “สภาปราชญ์สูงวัยของโลก” ประกอบด้วยอดีตผู้นำสาขาต่างๆ บุคคลที่มาร่วมอยู่ในสภาปราชญ์สูงวัยมีการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน โดยว่าจ้าง “ซิล เอลเวิร์ด” ผู้ก่อตั้งออกซ์ฟอร์ด รีเสิร์ช กรุ๊ป ทำการรวบรวมรายชื่อผู้เข้าข่าย และกำหนดเกณฑ์คัดเลือก อาทิ ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองในช่วงเวลานั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ส่วนตัว ผลประโยชน์ หรืออคติแอบแฝง ได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติ มีความซื่อตรงเป็นประจักษ์และมีชื่อเสียงด้านเป็นผู้นำไม่นิยมความรุนแรง และแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม
บุคคลที่เข้าข่าย จากทั้งหมด 300 คนทั่วโลก อาทิ “อ่อง ซาน ซู จี” สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในการแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม “มูฮัมหมัด ยูนุส” ผู้ก่อตั้งกรามีน แบงก์ หรือธนาคารคนยากโดดเด่นในฐานะเป็นบุคคลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบุคคลจำนวนมาก เป็นผู้ที่พลิกแพลง เพื่อยกระดับชีวิตผู้คนให้พ้นความยากจน เอาชนะความยากลำบาก “เนลสัน แมนเดลลา” โดดเด่น ในฐานะผู้ก้าวข้ามความหวาดกลัวได้ในลักษณะมีนัยสำคัญ นอกจากนี้เกณฑ์ในการคัดเลือกบุคคลต้องเป็นผู้ฟังที่ดี
โครงการนี้เริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปเป็นร่างเมื่อเดือนสิงหาคม 2549 เมื่อแบรนสันจัดให้มีการพบปะของบุคคลสำคัญ บนเกาะเนกคอร์ที่พักตากอากาศส่วนตัว เพื่อระดมสมองกำหนดแนวความคิดของโครงการนี้
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย “อาร์คบิชอป เดสมอนต์ ตูตู” แกนนำรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิวในอัฟริกา” จิมมี่ คาร์เตอร์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและยังมีโคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ “แมรี โรบินสัน” ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไอร์แลนด์ เนลสัน แมนเดลลา อีลากัต ผู้ก่อตั้งสมาคมสตรีอาชีพอิสระของอินเดีย “ลักท์คาร์ บราธินี” รองเลขาฯ ยูเอ็น “เฟอร์นานโด อาร์โดโช” และ ลี เจ้าชิง อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศจีน “โกร บรุนแลนด์” นายกหญิงนอร์เวย์ “เฟอร์ดินานอาร์โดโซ” ประธานาธิบดีบราซิล และยังมีผู้ได้รับรางวัลโนเบลเข้าร่วมอีก 6 คน นอกจากนี้ยังมีสภาปราชญ์สูงวัยระดับรากหญ้าโดยคัดจากรายชื่อ 300 คน
บทบาทของปราชญ์ก็เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกนี้ แต่จะไม่แก้ปัญหาทุกอย่างของโลกความจริงนอกจากแบรนสันและ แกเบรียล เพื่อนสนิทควักกระเป๋าเพื่อเป็นเจ้าภาพงานนี้แล้ว ยังมีเศรษฐีของโลกอีกหลายคนให้การสนับสนุน อาทิ เทคเทอร์เนอร์, แพม โอมิคบาร์ เรมอนด์ แฮมเบอร์ส เป็นต้น
เห็นเศรษฐีฝรั่งเขาให้ความสนใจ กับการออกมาช่วยเหลือสังคม ทำให้นึกถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ที่อดีตผู้นำ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ในนามประธานมูลนิธิไทยคม พยายามสร้างความอินเตอร์ ด้วยการเชิญบรรดามหาเศรษฐีของโลกมาปาฐกถาพิเศษในเมืองไทย และเศรษฐีแต่ละคนก็สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในบ้านเรา
ถ้าดูเผินๆ อาจจะดูดี เพราะการที่นักลงทุนระดับมหาเศรษฐีสนใจลงทุนบ้านเรา แต่ถ้าดูลึกๆ แล้วเหมือนกับปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้าย เพราะโครงการที่บรรดาเศรษฐีลงทุนตั้งแต่ “นายลักษมี มิตัล” เจ้าของธุรกิจเหล็กกล้ารายใหญ่ของโลกและสุลต่านแห่งอาหรับเอมิเรตส์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แห่งดูไบเวิลด์ที่สนใจลงทุนโครงการแลนด์ บริด กระทั่งบรรดาเศรษฐีซาอุฯ ที่สนใจการทำนา ล้วนแต่มีนัย แฝงเร้น โครงการเหล่านี้มีปัญหาด้าน สิ่งแวดล้อม และเน้นธุรกิจที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างมิอาจปฏิเสธได้
ปรากฏการณ์ของ “เซอร์ ริชาร์ดแบรนสัน” กับกรณีของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รายแรกได้หลุดพ้นจากธุรกิจมุ่งไปสู่การช่วยเหลือสังคมโลก บุคลากรที่แบรนสันเลือกคบล้วนแต่เป็นบุคคลระดับ “ปราชญ์ของโลก” ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ใน วังวนผลประโยชน์ทางธุรกิจ และบุคคล ที่คบหาล้วนแล้วแต่อภิมหาเศรษฐีในโลกทุนนิยม
คนวัยเดียวกัน ร่ำรวยเหมือนกัน แต่รสนิยมกลับต่างกันลิบลับ คนหนึ่งหลุดพ้นจากโลกที่เห็นแก่ตัว แต่อีกคนยังตกอยู่ในหลุมดำแห่งอำนาจผลประโยชน์ อย่างมิเสื่อมคลาย
คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย ทวี มีเงิน
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม