![]() |
ธนินท์ ขึ้นเวทีพร้อมกับคำยืนยันที่ว่า ตอนนี้ถือเป็นยุคทองทางการเกษตร คนไทยทุกคนล้วนเป็นลูกหลานของเกษตรกร เพราะประเทศไทยเกิดขึ้นมาจากการเกษตร แต่ทำไมชาวนาที่ปลูกข้าวให้พวกเรากินจึงยากจน
มีคนเป็นห่วงว่าราคาข้าวจะถูกลง ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าราคาข้าวจะลดลง ราคาน้ำมันต้องลดลงก่อน เพราะอาหารมนุษย์จะมีราคาถูกกว่าอาหารของเครื่องจักรได้อย่างไร โดยหากรัฐบาลเข้าใจว่า เกษตรกร พืชที่ปลูกบนดิน หรือ “น้ำมันบนดิน” เป็นทรัพยากรของชาติ และทุกคนต้องตอบแทนบุญคุณของชาวนา
“ขอเรียนว่า ข้าวจะไม่มีทางมีราคาถูกลง ยกเว้นราคาน้ำมัน ลดลง หรือผู้บริหารประเทศบริหารผิดพลาด เพราะหากข้าวมี ราคาถูก ชาวนาไปปลูกมันสำปะหลัง หรือยางพาราดีกว่า เนื่องจากขายได้ราคาดีกว่า จนทำให้วันหนึ่งประเทศไทยต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ที่ดินที่ปลูกข้าวสามารถนำไปใช้ปลูกพืชชนิดอื่นๆ ได้ แต่ที่ดินที่ปลูกพืชอย่างอื่นไม่สามารถนำมาใช้ปลูกข้าวได้” นายธนินท์กล่าว
ในโลกมีการบริโภคข้าวมากกว่า 400 ล้านตันต่อปี ซึ่งประเทศไทยส่งออกข้าวประมาณ 9 ล้านตันต่อปี มีผู้บริโภคข้าวเพิ่มขึ้นทุกปีจนผลิตแทบไม่ทัน แต่เราจะทำอย่างไรให้ข้าวมีราคาแพงขึ้น
รัฐบาลจะต้องแนะนำและจัดกลุ่มเจรจากับคนซื้อข้าว และร่วมมือกับประเทศที่ปลูกข้าว เช่น เวียดนาม จีน และอินเดีย ว่า จะขายข้าวราคาเท่าไร โดยผู้ขายข้าวต้องเป็นผู้กำหนดราคาขาย ไม่ใช่ให้ผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดราคาขาย
นอกจากนี้ เราต้องช่วยกันซื้อแพงและขายแพง โดยประเทศไทยควรเก็บสต๊อกข้าวไว้ประมาณ 5 ล้านตัน และส่งออก 4 ล้านตัน เพราะเท่ากับเราจะมีข้าวฟรีเก็บไว้ตลอดเวลา
มีคนห่วงว่า หากข้าวเหลือแล้วจะทำอย่างไร หากเราร่วมมือกัน ข้าวที่เหลือก็สามารถนำไปแปรรูปได้ ขอให้ลองไปศึกษาดูว่าในโลกนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วมีประเทศใดบ้างที่แทรกแซงราคาสินค้าเกษตรให้ถูกลง เพราะที่เห็นมีแต่การอุดหนุนให้ราคาเกษตรมีราคาแพงขึ้น
หากรัฐบาลนำเงินไปทำให้สินค้าเกษตรถูกลง เกษตรกรก็ไม่มีเงินใช้สอยจับจ่าย ส่งให้ธุรกิจ บริการ การค้าไม่หมุนเวียนสุดท้ายโรงงานปิด แต่หากประชาชนมีเงินใช้สอย ธุรกิจทุกอย่าง จะขับเคลื่อนตามไปด้วย สุดท้ายรัฐบาลจะเก็บภาษีได้เพิ่มอย่างทวีคูณ มีการจ้างงานเกษตรกร ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน หรือเกษตรกรสามารถกลายเป็นนักธุรกิจ ซึ่งสุดท้ายเกษตรกร จะร่ำรวยขึ้น
อย่าเชื่อผม ทุกท่านลองศึกษา ดูอเมริกา เกษตรกรจาก 100 เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้เหลือ 1 เปอร์เซ็นต์ แล้วทำไมประเทศเขามั่งคั่งร่ำรวย
อีกปัญหาคือ เงินเฟ้อ ผมอาจจะอธิบายผิดก็ได้นะครับ เมื่อสินค้าเกษตรสูง มันคือทรัพย์สมบัติของเรา ประเทศที่มีน้ำมัน น้ำมันยิ่งสูงเขายิ่งรวย รัฐบาลก็มีเงินจากภาษี จากการขายน้ำมัน แล้วทำไมเราไม่ใช้น้ำมันบนดิน
เราต้องทำให้เงินเดือนประชาชนสูงเท่ากับน้ำมันบนดิน หรือสินค้าเกษตร ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ต้องมีราคาสูงกว่าน้ำมัน โดยขอยืนยันว่าทฤษฎีนี้จะไม่นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเงินเฟ้อมีความหมายว่า ประชาชนมีเงินแต่ไม่มีของให้ซื้อ แต่หากราคาสินค้าสูงขึ้นตามความเป็นจริง ก็ต้องปล่อยให้สูงขึ้น และเงินเดือนประชาชนสูงขึ้น จนถึงจุดหนึ่งจะหยุดสูงขึ้นไปเอง
เราควรนำมาตรการต่างๆ ของโลกมาศึกษา เช่น รัฐบาลญี่ปุ่น ที่เป็นรัฐบาลที่จนที่สุด เนื่องจากมีหนี้มากที่สุด โดยเป็นหนี้กับประชาชน ในขณะที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้ในโลก เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นฉลาดปล่อยให้ราคาสินค้าแพง เงินเดือนสูง
ญี่ปุ่นใช้ทฤษฎี 2 สูง คือพยายามทำให้ประชาชนมีเงินเหลือ ซึ่งประชาชนจะประหยัดการใช้เงินโดยอัตโนมัติ เนื่องจากของแพง นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นกู้เงินจากประชาชน ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ เจ้าหน้าที่รัฐตระหนักว่า เงินมาจากการกู้ยืมจากประชาชน ทฤษฎี 2 สูง ดีกว่า 2 ต่ำแน่นอน เนื่องจากประชาชนมีทางเลือก รัฐบาลควรนำเงินไปให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย และผู้ที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งดีกว่าการลดราคาสินค้า เช่น ข้าวธงฟ้า
อยากถามว่ามีประเทศไหนใช้ทฤษฎี 2 ต่ำแล้วมั่งคั่งบ้าง ทฤษฎีนี้ถูกนำไปใช้ในประเทศคอมมิวนิสต์ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนเป็น 2 สูงหมดแล้ว เพราะ 2 ต่ำทำให้ประชาชนเกียจคร้าน แต่ 2 สูงทำให้ประชาชนมีทางเลือก มีเงิน การพัฒนาด้านเทคโนโลยี ก็เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วสินค้าเกษตรจะถูกลงมาเอง ตามธรรมชาติ เช่น เมื่อก่อนไก่เป็นอาหารคนรวยแต่ตอนนี้ไก่กลับมีราคาถูกกว่าหมู เนื่องจากรัฐบาลไม่เข้า
ไปแทรกแซงราคา ทำให้มีการพัฒนาเทคโนโลยี ต้นทุนต่ำลง คนกล้าลงทุนขึ้น
ทำไมญี่ปุ่นทำ 2 สูง เพราะเมื่อราคาสินค้าแพง รัฐบาลก็เอาสินค้าไปขาย ได้กำไรกลับมาลงทุน เมื่อประชาชนมีเงินเดือน ให้ของแพงไม่เป็นไรเพราะมีเงินในกระเป๋า แต่คนสงสารเงิน เห็นเงินมีค่า จึงไม่อยากใช้ รัฐก็กู้เงินจากประชาชนด้วยดอกเบี้ยต่ำ ให้รัฐตระหนักว่า เงินมาจากการกู้จากประชาชน เวลาจะใช้อะไร ต้องมีประสิทธิภาพจึงบอกว่า รัฐบาลญี่ปุ่นฉลาดบางอย่างเราต้องเรียนรู้จากเขา
อยากฝากรองนายกฯว่า หากขึ้นเงินต้องคิดถึงข้าราชการที่เกษียณไปแล้วด้วย ต้องยกย่อง ข้าราชการที่ช่วยพยุงประเทศให้เจริญ ไทยโชคดี มีน้ำมันบนดินจึงอยากฝากท่านรองนายกฯ ว่าเราน่าจะปล่อยให้เกษตรตัดต่อยีนให้ก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง ไม่ใช่ใช้วิธีแบบเก่า อย่างอเมริกาตัดต่อยีนมานานแล้ว
ผมอยากเล่าเรื่องตัดต่อยีนให้ฟัง เรื่อง ตัดต่อยีนฝ้าย กลัวว่าจะทำให้ผีเสื้อในโลกตายหมดเพราะผีเสื้อไปกินฝ้าย ทีแรกผมเชื่อ แต่พอคิดอีกทีตัดต่อยีนถูกต้องเพราะ ผีเสื้อ ต้องบินมากินฝ้ายจึงจะตายแต่หากใช้ยาพ่น ผีเสื้อก็ตายหมด
เรื่องข้าว ผมมองว่า เป็นโอกาสทอง ยกเว้นว่าน้ำมันจะลงราคา แต่เราถือโอกาสนี้ทำกำไรและนำมาพัฒนา
ผมดีใจที่รองนายกฯบอกว่า จะลงทุนสามแสนล้านบาท ทำเรื่องชลประทาน ผมมองว่าคุ้มชาวนาไม่มีความเสี่ยง ผมห่วงที่สุดเรื่องข้าราชการประจำ ซึ่งมีบทบาทกับประเทศมาก แต่ห่วงเรื่องกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ไม่มีใครไม่เคยทำผิด แต่ราชการผิดไม่ได้ แล้วต้องถูกฟ้อง ต้องแก้ หากเป็นอย่างนี้ ใครจะกล้ารับราชการ คนจะคิดว่า ทำมากผิดมาก แล้วจะหาคนเก่งๆ มารับราชการได้อย่างไร
คนส่วนใหญ่ยังมองว่า เป็นไปไม่ได้ ยังไม่ได้ทำแล้วบอกว่า เป็นไปไม่ได้ แต่จริงๆ เกษตรกรของไทย หากมีผู้นำที่ดีรับรับรองว่า เกษตรกรเราไม่แพ้ใคร และยันว่าเกษตรกรไทยไม่ขี้เกียจ และเชื่อฟังทำตามทุกอย่าง แต่เราขาดผู้นำ
เรื่องที่มองว่า ซี.พี.ผูกขาดเพราะทำก่อน ล่วงหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่า ทำก่อนล่วงหน้าไม่มีใครทำ พอคนอื่นเห็นทำสำเร็จ คนอื่นทำ เมื่อก่อนเราเป็นที่หนึ่ง ตอนหลังเราเป็นที่สองเพราะสหฟาร์มเข้ามา แล้วผูกขาดอย่างไร
ลองย้อนกลับไป ซี.พี.คิดว่า เราถอยไปหาข้างนอกดีกว่า ถอยจาก 10 เปอร์เซ็นไปหา 100 เปอร์เซ็นต์ดีกว่า นโยบายของเราไม่ได้แกล้งให้คู่แข่งให้ล้มละลายแต่คิดว่า หากมีการแแข่งขันจะไปหาตลาดอื่นไปสู้กับตลาดต่างประเทศ
นโยบายของ ซี.พี.ไปประเทศไหน คิดเรื่องสามประโยชน์ ประเทศ ประชาชน และซี.พี. ต้องได้ประโยชน์ คาถาสามตัวนี้ดีมากเพราะไปประเทศไหนถูกยกย่องว่ามาช่วยประเทศนั้นพัฒนาเรื่องสัตว์น้ำ สัตว์ปีก พืช
ดังนั้น อย่าห่วงเรื่องผลิตพันธุ์ข้าวซี.พี.เพิ่งเริ่มผลิตไม่กี่ปี หากจะผลิตให้ได้ 20% ของพื้นที่เพาะปลูกข้าว ในพื้นที่ 25 ล้านไร่ ต้องใช้เวลาอีก 10 ปี เพราะเรื่องพันธุ์ข้าว ไม่ใช่เสกคาถาจะได้ เมื่อได้เทคโนโลยีต้องไปขยายพันธุ์
ดังนั้นยินดีชักชวนทุกคนที่มีกำลัง และรัฐบาลน่าจะมีงบประมาณราณมาช่วยค้นคว้า
“ผมคิดว่า น่าจะตัดต่อยีน อย่างข้าวหอมมะลิ ตัดต่อเข้าไปทำให้ข้าวหอมขึ้น หากมาพัฒนาพันธุ์ที่ให้ผลผลิต 400 กิโลกรัม หรือ 800 กิโลกรัมต้องใช้เวลานาน หากใช้เทคโนโลยีจะเร็ว”
อย่างยกตัวอย่าง เศรษฐีไต้หวัน ทำอิเล็กทรอนิกส์ คนตกใจ มาทำดอกไม้ สุดท้าย ร่ำรวยกว่าทำอิเล็กทรอนิกส์ เพราะใช้ตัดต่อยีน ทำให้ดอกไม้ ผสมอย่างไรไม่เปลี่ยนสี เลยกลายเป็นโลกนี้ทำได้แต่ผู้เดียว ขายได้แพงด้วย ไม่ต้องใช้ยาศัตรูพืช ขายไปได้ทั่วโลก
ทฤษฎี 2 สูงมีประโยชนย์อย่างยิ่ง จะทำให้ผลผลิตสูงขึ้นอย่างแน่นอนเหมือนไก่ ทั้งไก่ไข่และไก่เนื้อ ที่แพงขึ้นมาและ คนเลี้ยงมีกำไร เพราะใช้วิธี 2 สูง ลงทุนสูงประสิทธิภาพสูงทำให้ต้นทุนถูก ทำให้ประชาชนบริโภคไก่และไข่ ถูกและแข่งขันกับทุกประเทศทั่วโลก ยกเว้นประเทศที่กีดกันอย่างอเมริกา ไม่ยอมให้เข้า แต่หากปล่อยให้เข้า เราก็สู้ได้
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม