![]() |
แล้วข้อเสนอเรื่อง “การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ” เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองของ น.พ.ประเวศ วะสี ก็ถูกรุมคัดค้านจากนักการเมืองทั้งจากซีกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลตามคาด นักการเมืองส่วนใหญ่เห็นว่า ไอเดียของหมอประเวศเป็นเรื่องที่ดี แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่อับจนถึงขั้นต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ จนในที่สุดดูเหมือนว่า ข้อเสนอของหมอประเวศก็ค่อยๆ เงียบหายไป
จริงๆ แล้วไม่เพียงแต่ข้อเสนอของหมอประเวศเท่านั้นที่พยายามหาทางออกให้กับประเทศไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความพยายามจากหลายฝ่ายในสังคมที่ร่วมกันเสนอทางออกที่สร้างสรรค์เพื่อปลดล็อกการเมืองไทย ไม่ให้จมอยู่กับฝันร้ายไปอย่างยาวนาน
ข้อเสนอแรกที่เกิดขึ้น ได้แก่ ข้อเสนอของเครือข่ายของนักวิชาการ นักศึกษาและภาคประชาชนจำนวน 14 องค์กร นำโดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ นางสาวเธียรขวัญ พงศ์ปรีชา แกนนำกลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทย ร่วมกันแถลงเปิดตัวเครือข่ายและรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนไม่ใช้ความรุนแรง โดยใช้ริบบิ้นสีขาว หรือเสื้อขาว เป็นสัญลักษณ์ลดความรุนแรง เพราะสีขาวเป็นสีที่ไม่มีข้าง
ข้อเสนอถัดมาคือ ข้อเสนอของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เห็นว่าควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นปัญหาหลักของความขัดแย้ง
ล่าสุด นายอภิสิทธิ์เปิดเผยว่า ได้พบกับนายสมัครในงานศพมารดาของ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (4 มิ.ย.) และได้พูดถึงแนวทางร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกันกับประธานสภาผู้แทนราษฎรมาก่อนหน้านี้ โดยนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
ซึ่งข้อเสนอของหัวหน้ามาร์ค มีเสียงขานรับเห็นด้วยเป็นจำนวนมาก
ถัดมาปลายสัปดาห์ มหาวิทยาลัย เที่ยงคืนเสนอทางออกประเทศไทยร่วมกับนักวิชาการจากหลายสถาบัน ออกแถลงการณ์เรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไปให้พ้นการเมืองแบบ 2 ขั้ว” โดย แถลงการณ์ระบุว่า นักวิชาการ 137 คนขอเสนอหลักการสำคัญ 4 ประการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ดังต่อไปนี้
ประการแรก การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเป็นการนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ มิใช่เป็นเพียงการแก้ไขในมาตราหนึ่งมาตราใดเท่านั้น
ประการที่สอง ต้องมีการตั้งคณะทำงานหรือสภาร่างรัฐธรรมนูญอิสระที่ประกอบไปด้วยตัวแทนจากกลุ่ม องค์กรต่างๆ เข้ามาเป็นองค์ประกอบ สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องมิใช่เป็นองค์กรของข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจ นักการเมือง หากต้องประกอบไปด้วยกลุ่มคนอันหลากหลาย ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เพศและชาติพันธุ์ที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย
ประการที่สาม ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญต้องเปิดให้กับการมีส่วนร่วมจากประชาชนในการแสดงความคิดเห็น ผลักดัน แลกเปลี่ยน ข้อมูลและความต้องการของแต่ละกลุ่มให้เป็นไปอย่างเสรีและกว้างขวางที่สุด เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นจากฐานของสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ด้วยบรรยากาศของสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและการเปิดพื้นที่ให้กับทุกฝ่ายให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสื่อมวลชนทุกประเภท
ประการที่สี่ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จสิ้นลงต้องเปิดให้มีการลงประชามติ โดยไม่มีการแทรกแซงจากทุกฝ่ายเช่นครั้งที่ผ่านมา
“นักวิชาการจำนวน 137 คนขอเรียกร้องสังคมไทยให้ร่วมกันกดดันให้เกิดกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามหลักการ 4 ข้อข้างต้น เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐ ธรรมนูญโดยกระบวนการที่สันติ เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการจัดความสัมพันธ์เชิงอำนาจในระบอบประชาธิปไตย และทำให้สังคมไทยหลุดพ้นจากสภาวะตีบตันทางการเมืองโดยเร็วที่สุด” แถลงการณ์ระบุ
ล่าสุด นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระบบสรรหา ออกมาเสนอว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ คือการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 นายสมัครควรแจ้งไปยังประธานรัฐสภา เพื่อขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส.และ ส.ว. ซึ่งนายกรัฐมนตรีสามารถทำได้ ในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2551
“นี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้ที่ทำการเมืองในระบบสามารถจะใช้ความพยายามแก้ไขความขัดแย้งในสังคมโดยใช้เวทีรัฐสภาได้หรือไม่” นายคำนูณกล่าว
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่อาจขอให้ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร และ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แกนนำ จปร.รุ่น 7 มาเจรจากับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำม็อบพันธมิตรฯ เพื่อให้ย้ายสถานที่การชุมนุม
อย่างไรก็ตาม พล.ต.จำลองกล่าวว่า ตนกับบุคคล 2 คนดังกล่าวเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หาก พล.ต.มนูญกฤต และ พล.อ. พัลลภ จะมาเจรจากับตน ก็คงไม่ใช่การเจรจาให้ยุติการชุมนุม แต่น่าจะเป็นการสนับสนุนให้ตนปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มข้นและสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีมากกว่า
นอกจากนี้สัปดาห์หน้าข่าวว่า มีความพยายามจะเสนอทางออกวิกฤตการเมืองไทย ผ่านเวทีสัมมนาอีกหลายเวที
ต้องจับตาดูว่า ทางออกใดจะช่วยเยียวยาสังคมการเมืองไทยได้มากที่สุด
แต่ถ้ายังไม่มีทางออกก็ควรให้พันธมิตรฯปิดถนนถาวรไปเลย ถึงเวลานั้นชาวบ้านอาจตัดสินชะตากรรมของตนเองได้
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม