Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

น้ำหนึ่งใจเดียว



Donate


ค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ดูจะ ไม่สดใสนัก แม้จะไม่ถึงกับน่าหวั่นเกรงเท่ากับวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ที่บริษัทน้อยใหญ่ต้องทยอยปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก แต่ถ้ายังจำกันได้ บรรยากาศในช่วงนั้นกับวันนี้ไม่แตกต่างกันนัก

10 กว่าปีที่แล้วฉันเองเพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้ไม่นาน ความรู้สึก ความกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศก็ยังมีไม่มากนัก

จะด้วยประสบการณ์ วุฒิภาวะ และภาระรับผิดชอบ หรืออะไรก็แล้วแต่

ช่วงนั้นสำนักพิมพ์หลายแห่ง ถ้าไม่ปิดตัวลงก็จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงาน

เพื่อนๆ พี่ๆ ร่วมอาชีพเป็นจำนวน ไม่น้อยต้องตกงาน

ถ้าจำไม่ผิด มหกรรมเปิดท้ายขายของ ที่แพร่หลายมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว

ฉันและพี่ๆ เพื่อนๆ ร่วมอาชีพยังไปช่วยกันอุดหนุนงานเปิดท้ายขายของกันอย่างเอิกเกริก

ไม่น่าเชื่อว่าความรู้สึกเก่าๆ จะหวนกลับมาอีกครั้งหลังผ่านมาแล้ว 10 กว่าปี

เราได้บทเรียนอะไรบ้างจากวิกฤต ในอดีต

บรรยากาศยามนี้ชวนให้รู้สึกว่า สิ่งที่เราจะต้องเผชิญดูหนักหนาสาหัสมากกว่าเดิม

คงเพราะเวลานั้นราคาน้ำมันยังไม่แพงขนาดนี้ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตก็ไม่ขึ้นราคากันพรวดพราดจนทำให้รู้สึกตกอกตกใจเท่านี้

สมัยที่ยังต้องพึ่งรถเมล์เป็นประจำ จำได้ว่าค่าโดยสารรถร้อนยังแค่ 3.50 บาท

มีเงิน 100 บาท พอใช้สำหรับ 1 วัน มาวันนี้เผลอๆ อาจพอแค่สำหรับค่ารถเมล์ อย่าได้คิดถึงรถไฟฟ้าใต้ดินหรือบนดินเชียว

“ขยัน สะอาด ประหยัด” เป็นสิ่งที่ พวกเราชาวมติชนยึดถือเป็นแนวทางในการทำงานเสมอมา

ที่ออฟฟิศมีนโยบายประหยัดพลังงาน มาหลายปีแล้ว 1-2 ปีมานี้อาจดูเป็นจริงมากขึ้นอีก อาจเพราะพวกเราอยู่ใกล้กับแหล่งข้อมูลทำให้ตระหนักรู้ และมองเห็นเค้ารางแห่งความยากลำบากก่อนใคร

ความไม่มั่นใจต่อสถานภาพในหน้าที่ การงานและการดำรงชีวิตในวันข้างหน้ากลับมาอีกครั้ง

10 กว่าปีที่แล้วกับวันนี้ ถ้าจะแตกต่างกันอย่างมากเห็นจะเป็นความคิดเห็นที่ ต่างกันในเรื่องแนวคิดทางการเมือง ซึ่ง หนักหนาสาหัสถึงกับทำให้สังคมไทยเดินมาถึงจุดที่เรียกว่า แตกแยกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เราไม่เคยเกลียดชังกันเอง และแบ่งพวกเขา พวกเราอย่างทุกวันนี้

ทั้งๆ ที่ฉันยังเชื่อเสมอมาว่า เราต่างรักและหวังดีต่อบ้านเมืองของเรา ประเทศ ของเราเหมือนกัน เหมือนเดิม

ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า เราพูดมากขึ้น แต่ฟังกันน้อยลง

ถ้าเรารักกันมากกว่านี้ อะไรๆ จะดีขึ้นไหม

หลายวันก่อนบริษัทของเราประกาศปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงานทุกคนเพิ่มอีก 1,000 บาทเท่ากันหมด เพื่อแบ่งเบาภาระที่เพิ่มขึ้นของพนักงาน สถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้บริษัทต่างๆ ไม่ได้มีรายได้มากขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

แต่หลายบริษัทก็ทยอยกัดฟันจ่าย ค่าครองชีพให้พนักงานเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เครือบริษัทใหญ่ๆ อย่าง ซี.พี. บริษัทมือถือ ดีแทค เอไอเอส และกลุ่มทรู อื่นๆ อีกมากมาย มากบ้างน้อยบ้างตามแต่สถานภาพของบริษัท

มูลค่าของเงิน 1,000 บาทก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่ได้มากกว่า อย่างน้อยที่สุดคือ ขวัญกำลังใจ และความรู้สึกมั่นใจต่อสถานภาพของตนเอง

แนวทาง “ขยัน สะอาด ประหยัด” และการรณรงค์แคมเปญประหยัดพลังงานได้รับความร่วมมือจากคนในองค์กรอย่างขยันขันแข็ง

พี่เพื่อนน้องช่วยกันเดินปิดไฟก่อนกลับบ้าน ปิดคอมพิวเตอร์ทุกครั้งช่วงพัก กลางวัน หรือถ้ารู้ว่าจะไม่อยู่ที่โต๊ะนานๆ

การตระหนักรู้ในวิกฤตข้างหน้าทำให้เรารักกันมากขึ้นหรือรัก (องค์กร) กันอยู่แล้วแต่ไม่แสดงออก (ฮา)

แม้หนทางข้างหน้าจะเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก ฉันก็ยังเชื่อว่าเราจะก้าวผ่านมันไปได้ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความรักที่เรามีต่อองค์กร

องค์กรอื่นๆ และประเทศของเราก็คงไม่ต่างกัน

เราจะก้าวข้ามไปได้ด้วยกัน ?

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย เชอรี่ ประชาชาติ ditsanee@matichon.co.th






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>