ไม่เคยมีสนามรบไหน ที่ “เนวิน ชิดชอบ” รบไม่ชนะ ไม่มี “นายกรัฐมนตรี” คนไหน ที่ “เนวิน” อยู่ด้วยแล้วไม่ปลื้ม
ทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, บรรหาร ศิลปอาชา แม้กระทั่งชวน หลีกภัย ยังเคยไว้ใจให้ทำงานใหญ่
สถานภาพปัจจุบัน ไม่มีนักการเมือง คนไหนกล้าปฏิเสธว่า “เนวิน” คือทายาททางการเมือง ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ระดับตัวจริง เสียงจริง ทุกกระดานการเมือง
นอกจากควบคุมตัวและจิตใจนักการเมืองภาคอีสานไว้เป็นตัวประกันไม่ต่ำกว่า 80 คนแล้ว “เนวิน” ยังเตรียมการ “ควบรวม” กลุ่ม ส.ส.ภาคเหนือไว้ใน ครอบครองอีกไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยมี “สันติ พร้อมพัฒน์” เป็นตัวเชื่อม
มือวางระดับ “เลขาธิการพรรค” น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ยังต้องเคลื่อนตัว ไปผนึกรวม
แม้ “เนวิน” จะปฏิเสธเรื่อง “บารมี” ส่วนตัว เพราะเชื่อว่า “ส่วนใหญ่เป็นบารมีท่านทักษิณทั้งนั้น ทุกคนอยู่ได้ก็เพราะทักษิณ ใครจะกล้ามีบารมีเท่าท่านทักษิณ”
จึงเป็นที่กล่าวขานกันเป็นวงกว้างยิ่งกว่ากว้างในพรรคพลังประชาชนและเครือข่ายในทำนองว่า เหนือสิ่งอื่นใด “เนวิน” ยังได้รับการไว้วางใจจากผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของพรรคที่สุด ระดับประมุขพรรค คือ “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร”
บัดนี้ชื่อ “เนวิน” แผ่บารมีแก่กล้า ถึงขนาด ไม่ต้องปรากฏตัว เพียงปรากฏเฉพาะ “ชื่อ” ก็อาจทำให้บรรดานักการเมืองเงี่ยหูฟังการถ่ายทอด “เสียง” ที่มองไม่เห็น
แต่กว่าจะซื้อใจ ได้ใจ จากคนในตระกูล “ชินวัตร” ได้นั้นย่อมต้องใช้ “ต้นทุน” กว่าครึ่งทศวรรษ
ทั้งภารกิจที่พรรคพลังประชาชน และ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า “เนวิน” ล้วนเข้าถึง เข้าใจ
“เนวิน” เคยเปรียบเทียบตัวเองว่า “เหมือนหมูไม่ถูกตาเจ๊ก” ดังนั้นไม่ว่าจะอ้วน ขาว เจ๊กก็ไม่เอา ทำอะไรก็ถูกโจมตลอดเพราะมีคนไม่ชอบ
“ก็ต้องยอมรับว่าผมมันต้นทุนน้อย วันนี้ต้องพยายามแสวงหาต้นทุนเพิ่มเติม ให้ตัวเอง”
ดังนั้น ตั้งแต่เข้าสังกัด “ไทยรักไทย” เขาต่อทุนด้วยงาน “ส.ป.ก.4-01″ บนเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะพันธะทางการเมือง
“ชีวิตการเมืองของผมเกิดจากสถานการณ์ ส.ป.ก. 4-01 แต่ไม่ใช่ว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจนกระทั่งล้มรัฐบาล แล้วได้เกิดทางการเมือง มีชื่อเสียงแล้ว ไม่ทำอะไร เท่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้แผ่นดินยังไม่ได้อะไรจากการกระทำของผมเลย”
“เนวิน” จึงได้งานการขึ้นทะเบียนคนจน, บัญชีครัวเรือน, แปลงสินทรัพย์เป็นทุน, และเป็น special task force ในการ ลงไปแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามออร์เดอร์ของ “ทักษิณ” ในช่วงทรงอิทธิพลที่สุด
ทำงานพิทักษ์ผลประโยชน์ทับซ้อน ของตระกูล “ชินวัตร” และเครือข่าย ทั้งงานกรณีขายหุ้น “ชินคอร์ป” งานด้าน “สื่อ” และการกำกับด้าน “กฎหมาย” ถูกจัดให้อยู่ภายใต้การกำกับของเขา
ช่วงปีที่ 6 ของ เทอม 2 ของ “นายก รัฐมนตรีคนที่ 23″ ต้องเผชิญหน้ากับ “ม็อบพันธมิตร” ก็ได้ “เนวิน” พาออกจากเมืองสู่ชนบท
แทบทุกหย่อมหญ้าของทัวร์นกขมิ้นมี “เนวิน” คอยจัดคนมาสดุดี ให้กำลังใจ ทั้งกิจกรรมเสริมบารมี ขี่ช้าง รับออร์เดอร์ปัญหาชาวบ้าน ถึงมือรัฐมนตรีทันทีทันใจ
“ทักษิณ” ไม่เคยนอนบ้านส่วนตัว ของใคร แต่เขากับ “พานทองแท้” เลือกนอน “บ้านเนวิน” ใน จ.บุรีรัมย์
จวบจนนาทีสุดท้ายก่อนที่ “ทักษิณ” จะหมดอำนาจบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ยังมี “เนวิน” เป็นผู้พิทักษ์บัลลังก์ ผ่านจอโมเดิร์นไนน์ทีวี
“เนวิน” เคยบอกว่า นักการเมืองทุกคนต้องการผลงานทั้งนั้น และผลงานของนักการเมืองทุกคนก็เป็นประโยชน์แก่ ชาวบ้าน “วิน-วิน” ด้วยกันก็จบ
ครอบครัว “ชิดชอบ” ที่เล่นการเมือง มา 3 เจเนอเรชั่น ตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นตัวเอง ไปถึงรุ่นน้องและภรรยา ทุกเกม ทุกกระดานการเมือง “เนวิน” ไม่เคย “ไม่วิน”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เนวิน” มีความเชื่อว่า การเมืองแบบ “ทักษิณ” จับต้องสัมผัสได้
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ “เนวิน” ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ติด “พื้นที่” ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เขามีนัดอย่างเป็นทางการกับนักการเมืองระดับท้องถิ่น ที่มี “กรุณา ชิดชอบ” นายก อบจ.บุรีรัมย์ เป็นแกนนำ
วันทำการเขาปักหลักอยู่กรุงเทพฯ มอนิเตอร์การเมืองผ่านรัฐมนตรีในสังกัด 4 เก้าอี้ และบรรดานักการเมืองที่ใกล้ชิด ในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน” เชื่อมต่อกับ เครือข่าย “ชัย ชิดชอบ” ประธานสภา ผู้แทนราษฎร
เหมือนที่เขาเคยบอกว่า จุดสุดท้ายสำหรับชีวิตทางการเมืองของเขา “ไม่ใช่ตำแหน่งรัฐมนตรี” แต่ถ้าใครมีปัญหา “ต้องนึกถึงเนวิน”
วันว่างจากวงการเมืองเขาบอกว่า “ผมคงเป็นมีดเล่มหนึ่งที่เหมาะสมจะทำอะไรอย่างหนึ่งเพื่อบ้านเมือง อาจจะเป็น มีดปอกผลไม้ มีดหั่นผัก หรือมีดหั่นหมูไม่รู้ แต่อย่างน้อยมันมีคม และเอาคมไปใช้ประโยชน์ได้”
ควรทราบด้วยว่า “เนวิน” นั้นศึกษา พระธรรมคร่ำเคร่งจาก “พระไตรปิฎก” และไปปฏิบัติธรรมที่ “พุทธคยา” ปีละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย
อนาคตทางการเมือง “เนวิน” ไม่เคยเปลี่ยนใจ “ถ้าท่านทักษิณเลิกเล่นการเมือง…ผมก็เลิก”
คอลัมน์ มนุษย์การเมือง
โดย อิศรินทร์ หนูเมือง isuans@yahoo.com
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม