Performancing Metrics

Custom Search

หญิงไทยใส่ใจใบหน้าสุดฤทธิ์



Donate

ผู้หญิง” เป็นเพศที่มีสัญชาตญาณ “รักสวยรักงาม” แต่มีสักกี่คนที่รู้ว่าพฤติกรรมของหญิงไทยในการดูแลความสวยงามให้กับตนเองอย่างไร และคุณรู้หรือไม่ว่าเขาได้ประโยชย์จากความสวยงามของผิวพรรณ และหน้าเด้งในมิติใดบ้าง มีเหตุผลใดในการศัลกรรมเสริมความงามบ้างที่นี่มีคำตอบ… 

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลผิวพรรณและความงามบนใบหน้า แน่นอนว่าในปัจจุบันนี้ผู้ผลิตเครื่องสำอางต่างพยายามคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมและคุณสมบัติใหม่ๆขึ้นมามากมายเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของตนเองตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและมีความแปลกใหม่แตกต่างจากคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี ต้องทำการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณ โดยทำการสำรวจความคิดเห็นกับผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี จำนวน 200 คน ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งได้ทำการศึกษาผ่านทาง Insights Springboard เครื่องมือการศึกษาเบื้องลึกของผู้บริโภคที่สามารถทำให้เข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติและความต้องการของผู้บริโภคและสังคมแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้งที่สุดแห่งยุค
 
การสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์หลักๆที่กลุ่มตัวอย่างนิยมใช้เพื่อเป็นการดูแลความงามของผิวหน้าตนเองนั้นประกอบไปด้วย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า และผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ชี้ให้เห็นพฤติกรรมการที่มีต่อการใช้เครื่องสำอางของผู้หญิงได้อย่างชัดเจน ผลบการวิจัยระบุพฤติกรรมของพวกเขาว่า ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าสูงถึง 86% รองลงมาใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า 74% ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสี UV จากแสงแดด 70% และน้อยที่สุดเป็นการออกกำลังกาย (เล่นกีฬา / เล่นโยคะ) 33%
 
นอกจากนั้นผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นพฤติกรรมในการดูแลเอาใจใส่ตนเองให้สุขภาพดี โดยเฉพาะในเรื่องของการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใต้แสงแดดเป็นเวลานาน หรือแม้แต่การทำจิตใจให้แจ่มใส
 
เท่านั้นยังไม่พอโดยนัยหนึ่ง ผลสำรวจนี้ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงทัศนคติของกลุ่มตัวอย่างเพศหญิงในการดูแลความงามของผิวหน้าตนเองที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตของตนเองควบคู่ไปกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิวหน้า ส่วนหนึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากกระแสสุขภาพซึ่งกำลังได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และมีแนวโน้มสูงขึ้น
 
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีผลิตภัณฑ์ประเภทครีม/โลชั่นบำรุงผิวที่สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่จากพฤติกรรมการใช้สินค้าประเภทนี้ของกลุ่มตัวอย่างชี้ให้เห็นว่าส่วนใหญ่ยังคงใช้ผลิตภัณฑ์แยกกันระหว่างที่ใช้กลางวันและกลางคืน

73% ไม่เคยเข้าคลินิกเสริมความงาม

แม้ความสวยความงามจะเป็นของคู่กันกับผู้หญิง แต่รายงานผลวิจัยในครั้งนี้ พบว่า มีผู้หญิงจำนวนมากที่ยังไม่เคยย่างกายเข้าไปใช้คลินิกเสริมความงามคิดเป็น 73% โดยพวกเขายอมรับว่ายังไม่เคยไปใช้บริการในลักษณะดังกล่าวจริง ด้วยสาเหตุหนึ่งที่บริการในลักษณะนี้ยังเป็นที่นิยมสำหรับคนบางกลุ่ม ส่วนอาจจะเป็นเพราะค่าบริการที่ยังมีราคาค่อนข้างสูงอยู่ แถมยังบอกว่าพึงพอใจกับใบหน้าของตนเองอยู่แล้วถึง 36% กลัวผลข้างเคียง/กลัวหน้าพังยับเยินอีก 25% นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่อยากสวยแต่กลัวเจ็บอีก 18% ที่บอกราคาแพงค่าใช้จ่ายสูงมีเพียง 13% ขณะที่มีคนบอกว่าทำมาแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง 7%
 
ซึ่งผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลางอาจจะยังมองว่าเป็นสิ่งไม่จำเป็นในขณะนี้ แม้ว่าจะมีความต้องการอยากจะใช้บริการก็ตามทีมีเพียง 27% ของกลุ่มตัวอย่างบอกว่าเคยไปใช้บริการที่คลินิก/สปาเสริมความงามมาแล้ว
 
ในเรื่องของการทำศัลยกรรมบนใบหน้านั้น พบว่า มีเพียง 6% ของกลุ่มตัวอย่างเท่านั้นที่เคยเข้ารับการทำศัลยกรรม โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำเสริมจมูกและทำตาสองชั้น ส่วนกลุ่มตัวอย่าง 94% ที่ไม่เคยเข้ารับการทำศัลยกรรม เหตุผลหลักๆที่ผู้ให้สัมภาษณ์บอกกับทางทีมงานสัมภาษณ์ก็คือ การที่รู้สึกพอใจในใบหน้าของตนเองอยู่แล้ว เหตุผลอื่นๆก็จะเกี่ยวกับทัศนคติเชิงลบที่มีต่อการทำศัลยกรรมใบหน้า ตัวอย่างเช่น ผลข้างเคียงหรือผลกระทบจากการทำศัลยกรรม และเรื่องของค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นเดียวกับคลินิก/สปาเสริมความงาม ยังเป็นหัวข้อที่กลุ่มตัวอย่างยังให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสวยงามอย่างไม่มีเหตุผล

88% ระบุผิวดีสร้างความมั่นใจได้
 
น่าจะกลายเป็นค่านิยมหนึ่งของผู้บริโภคหลายๆคนไปแล้วกับการที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าต้องมีคุณสมบัติครอบคลุมหลายๆประการ ดังนั้นจึงกลายเป็นงานที่ไม่เบาเลยสำหรับผู้ผลิตสินค้าและนักการตลาดที่จะต้องทำการค้นคว้าวิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนผสมใหม่ๆและคุณสมบัติใหม่ๆ เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายตัดสินใจเป็นลูกค้าขาประจำให้ได้
 
ในการสื่อสารทางการตลาดนั้น นอกจากทางเลือกในการที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคโดยอาศัยส่วนผสมและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แล้ว อีกหนทางหนึ่งที่ทำให้ยี่ห้อหรือแบรนด์นั้นๆ มีความแตกต่างจากคู่แข่งและเป็นที่จดจำ
 
สำหรับผู้บริโภคได้มากขึ้นก็คือการสร้างความรู้สึกร่วม (Emotional connection) ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อยี่ห้อหรือแบรนด์นั้นๆ ซึ่งโดยทั่วๆไปนั้นเราสามารถที่จะเริ่มต้นจากประโยชน์ทางด้านอารมณ์ความรู้สึก (Emotional benefits) ที่ผู้บริโภคมีต่อสินค้า
 
โดยประโยชน์ที่คิดว่าจะได้รับจากการดูแลผิวพรรณ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้น 88%, ช่วยทำให้ตนเองมีความสุขอารมณ์แจ่มใส 72%, ช่วยเสริมสร้างบุคลิกให้ดูน่าเชื่อถือ 64%, ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเอง 63% และน้อยที่สุดช่วยให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน 39%
 
นอกจากนี้ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นในอีกมิติหนึ่งของประโยชน์หรือสิ่งที่ผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างมองว่าจะได้รับจากการที่ได้ดูแลผิวพรรณของตนเอง ซึ่งแง่มุมที่ได้จากผลวิจัยนี้น่าจะเป็นการเปิดช่องว่างให้กับนักการตลาดและโฆษณาในการนำไปใช้หรือศึกษาต่อเพื่อให้เกิดความเข้าใจในผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและพัฒนาการสื่อสารการตลาดได้โดนใจตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
 
โดยสรุปแล้ว ในยุคสมัยที่ตลาดของสินค้าประเภทนี้เป็นของผู้บริโภคเช่นนี้ กล่าวคือ ผู้บริโภคมีทางเลือกของสินค้าที่หลากหลายและมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนใจจากผลิตภัณฑ์และยี่ห้อผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันได้ง่าย
 
อีกทั้งคู่แข่งในตลาดต่างก็พยายามที่จะสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตนเองเพื่อที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งพื้นที่บนใบหน้าของผู้บริโภค การสร้างความแตกต่างด้วย Emotional connection ยังคงมีโอกาสทางการตลาดให้ศึกษาค้นหาในอีกหลายๆมิติหรือหลายแง่มุมที่จะโดนใจผู้บริโภคและสร้างความผูกพันกับแบรนด์นั้นๆ ในระยะยาว

นักการตลาดฟันธง เครื่องสำอาง “ตลาดใหญ่”

แหล่งข่าวจากนักวิชาการด้านการตลาด วิเคราะห์ว่า ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย เมื่อพิจารณาในด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค ยังเป็นเสมือนขุมทองขนาดใหญ่ที่ยังสามารถตักตวงเม็ดเงินที่มีอยู่นับหมื่นล้านบาทได้อีกนาน ขอเพียงแต่รู้วิธีและรู้ซึ้งถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มเท่านั้น แม้เศรษฐกิจไม่ดีสุภาพสตรียังไม่ลดกำลังซื้อเครื่องสำอางลงไปอย่างฮวบฮาบ เพียงแต่เขาจะมองหาเครื่องสำอางมาทดแทนให้เหมาะสมกับกำลังซื้อในช่วงนั้น
 
ในบางกรณีผู้บริโภคอาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อเครื่องสำอางจากเคาน์เตอร์หันมาเป็นสมาชิกในระบบขายตรงเพื่อซื้อเครื่องสำอางในราคาถูกว่า ทำให้ค่ายเครื่องสำอางในระบบขายตรงเองก็มีการปรับกลยุทธ์ แทนที่จะอาศัยเพียงผู้จำหน่ายตรงในการขยายตลาด ก็อาศัยกลยุทธ์ที่เป็นแมสมาช่วยขยายตลาดทำให้เครื่องสำอางในระบบขายตรงมีอัตราการเติบโตสวนทางเศรษฐกิจเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค
 

สนใจคำตอบของความงามสมบูรณ์แบบ
คลิกไปที่ InKnowVate - Beauty Solutions






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>