|
|
|
อีกเพียง 5 ปี มิค แจ็คเกอร์ก็จะมีอายุครบ 7 ทศวรรษแล้ว ตำนานร็อกแอนด์โรลล์เคลื่อนที่ฉบับนี้ยังคงร้อนแรงและไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น เห็นได้จากคำพูดยียวนกวนประสาทตามประสาขาร็อกเกอร์รุ่นเก๋า
เรื่องราวของเขาและชาวหินกลิ้งได้ถูกบันทึกไว้บนแผ่นฟิล์มหลายครั้งหลายครา และล่าสุดก็ถูกนำมาถ่ายทอดใหม่โดยผู้กำกับชื่อดังอย่าง “มาร์ติน สกอร์เซซี่” ภายใต้ชื่อเรื่อง Shine a light ที่เกาะติดถ่ายทำการทำงานของโรลลิ่ง สโตนส์ ในคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ที่นิวยอร์กเมื่อปี 2006 โดยมีแขกรับเชิญเจ๋งๆ ร่วมแสดงในครั้งนั้นอย่าง บัดดี้ กาย คริสติน่า อากีเลร่า และ แจ็ค ไวท์ จากวงร็อกรุ่นใหม่อย่าง The White Stripes
มิค แจ็คเกอร์ หัวหอกคนสำคัญของวงเปิดใจถึงเรื่องนี้กับนิตยสารดนตรีชื่อดัง The Rolling Stones ทุกๆ ความเห็นของเขาล้วนมีร่องรอยของชีวิตให้ขบคิดตาม…
ในมุมมองของคุณ อะไรคือความแตกต่างระหว่างโรลลิ่ง สโตนส์ ที่เราเห็นในหนัง กับโรลลิ่ง สโตนส์ ในยุค 70 ?
แก่ขึ้นไง (หัวเราะ) ผมก็ยังร้องเพลงเก่าๆ อยู่แหละ เพียงแต่ตอนนี้มันก็แค่การเล่นดนตรีในแบบที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น อะไรที่มันไร้สาระ รุนแรง เราก็เอาออกไป ในสมัยนั้นโรลลิ่ง สโตนส์ มันเอาแน่เอานอนไม่ได้ คืนหนึ่งพวกเขาอาจจะเล่นโชว์ได้ยอดเยี่ยมมาก แหกปากตะเบ็งกันเข้าไป แต่คืนถัดมาพวกเขาอาจจะเล่นได้ห่วยมาก จังหวะผิดไปหมด เหมือนพวกซ้อม (ดนตรี) มาแบบป่วยๆ เต็มไปด้วยข้อผิดพลาดมากมาย ถึงเวลานี้ การเล่นเป็นทีมมันก็เริ่มนิ่งมากขึ้นเท่านั้นเอง
การแสดงของคุณในเพลง Far Away Eyes ดูตลกและฮามาก คุณคิดว่าไง ?
ผมว่าเพลงทุกเพลงมีคาแรคเตอร์ของมันทั้งนั้น ถึงได้เรียกว่าโรลลิ่ง สโตนส์ไง มันมีแง่มุมมากมายอยู่ในนั้นซึ่งทำให้พวกเขาน่าสนใจ พวกเขาไม่ได้ยึดติดอยู่กับดนตรีร็อกแบบคลาสสิก
แล้วถ้าเกิดมีคนขอให้คุณช่วยนิยามความหมายของ “คาแรคเตอร์” เฉพาะเจาะจงกว่านี้ล่ะ ?
โอ้! พระเจ้าอย่าบังคับผมเลย (หัวเราะ) อย่าบีบให้ผมทำให้มันดูฉลาดขึ้นเลย ผมแต่งเพลงไปสองสามเพลงในช่วงยุคแรกๆ เพลงอย่าง Dear doctor และเพลงอื่นๆ อีก ซึ่งพวกมันก็มีรูปแบบของมันเอง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมาจากความที่ผมเป็นคนผูกพันกับเพลงคันทรี่มั้ง
มันจำเป็นจะต้องมีตัวละครในเพลงทุกเพลงของคุณรึเปล่า ?
ไม่เลย บางครั้งมันก็ใกล้เคียงกับบุคลิกของตัวคุณเอง เห็นมั้ย ผมไม่รู้หรอกว่า สำหรับนักแต่งเพลงคนอื่นแล้ววิธีการนี้จะเวิร์กรึเปล่า สิ่งสำคัญสำหรับร็อคแอนด์โรลล์ก็คือ ผู้คนคาดหวังว่าคุณจะต้องเป็นของจริง ซื่อสัตย์และรู้สึกกับมันจริงๆ อะไรประมาณนี้ มันไม่ควรจะมาจากระบบอุตสาหกรรม ดนตรีป๊อปได้รับอนุญาตให้ฟังดูไร้สาระฉาบด้วยน้ำตาล ไม่มีใครว่าอะไรตราบใดที่พวกเขายังชอบทำนองดนตรี แต่ดนตรีร็อกก็มีรูปแบบเฉพาะทางของมัน แต่คุณก็สามารถเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วคุณก็จะติดอยู่ในแนวทางอะไรบางอย่างเพียงอย่างเดียว
หนังเรื่องแรกที่คุณจำได้เมื่อตอนเป็นเด็ก คือเรื่องอะไร?
แม่ผมชอบหนังเพลง และพาผมไปดูหนังพวกนี้บ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเลย แม่ชอบดอริส เดย์ และจูดี้ การ์แลนด์ ผมเลยติดแหง็กอยู่กับหนังแนวนี้
เคยอ่านเจอว่า คุณกับคีธ (ริชาร์ดส์) ชอบหนังเรื่อง Jazz on a Summer’s day มาก เพราะอะไร ?
มันเป็นหนังที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลต่อคนดูรวมไปถึงนักทำหนังจำนวนมาก สิ่งสำคัญเกี่ยวกับ Jazz on a Summer’s day ก็คือมันมีเรื่องมากมายในคืนเดียว และมันก็ให้ความรู้สึกที่หยาดเยิ้มมาก คุณจะได้เห็นช็อตที่ผู้คนกำลังเต้นรำ ความโรแมนติก และความเมามาย
คุณเคยพูดในช่วงยุค 60 ว่า “พวกเราไม่ใช่ตัวตลก เราจะไม่ทำหนังแบบ The Beatles เด็ดขาด” คุณคิดยังไงเกี่ยวกับหนังของ The Beatles อย่าง A Hard Day’s night หรือ Help ?
ผมแค่นึกภาพโรลลิ่ง สโตนส์ ทำอะไรแบบนั้นไม่ออกง่ะ มันดูตลกเกินไปจากรสนิยมการดูหนังของผม จอห์น (เลนนอน) เป็นคนที่ดูจริงจังในหลายๆ ด้าน มันก็แค่มากเกินไปทั้งพล็อตเรื่อง และการตัดต่อในหนัง
โรลลิ่ง สโตนส์ ก็มีหนังมาหลายเรื่องเหมือนกันนะ ยกตัวอย่าง Gimme Shelter (หนังเรื่องหนึ่งของพวกเขาในปี 1970) นี่ คุณสามารถนั่งดูมันได้หรือเปล่า?
ผมไม่เคยฟังเพลงอัลบัมไหนของโรลลิ่ง สโตนส์ ไม่ฟังเลย และผมก็ไม่เคยดูหนังของพวกเขาด้วย ปล่อยมันเป็นไปเหอะ คุณเชื่อได้เลยว่าผมไม่เคยคิดจะกลับบ้านตอนกลางคืนแล้วเปิด Gimme Shelter ดูหรอก
มีโอกาสมั้ยที่คุณเอาหนังเรื่อง Cocksucker Blues (สารคดีเรื่องอื้อฉาวของเขาซึ่งถูกยกเลิกการฉายไป กำกับโดย โรเบิร์ต แฟรงค์ ว่าด้วยเรื่องของพวกเขากับเซ็กส์และยาเสพติดในช่วงปี 1972) ออกมาขาย ?
ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่ ผมไม่ได้สนใจเรื่องการฉายเท่าไหร่หรอก
กับเรื่อง Shine a Light นี่ล่ะ คุณคิดเห็นยังไงบ้าง ?
มันเป็นหนังที่ดีนะ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่ก็ดูคลาสสิกดี แต่ก่อนนี้ผมอยากทำหนังประเภทหนึ่งแต่ผู้กำกับแม่งไม่ยอมทำ เพราะเขาไม่อยากทำหนังแบบที่เขาตกลงจะทำในตอนแรก ผมเลยบอกว่า “คุณจะหนังดาร์คๆ ก็ได้นะ แต่มันจะต้องใส่ช่วงเวลาพีคๆ เข้าไปด้วย เพราะว่าการออกทัวร์คอนเสิร์ต มันเป็นเรื่องของการได้ขึ้นแสดงบนเวที คุณเข้าใจมั้ย”
เพราะการออกไปยืนอยู่บนเวทีนั่นต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดในหนังคอนเสิร์ต และคุณต้องใส่มันลงไป แต่เขา (โรเบิร์ต แฟรงค์) ไม่ยอมใส่มันลงไป ผมเลยโกรธมาก และพวกเราก็ไล่เขาออกไป นั่นแหละปัญหาของการจ้างผู้กำกับหนัง
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม