Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

ความจริงที่ถูกปฏิเสธ

หากความขัดแย้งทางการเมืองนับแต่กลางปี 2548 เป็นต้นมาจะให้บทเรียนใดแก่ผมแล้ว บทเรียนนั้นก็คือ เราต้องยอมรับความเป็นจริงของสังคมที่ดำรงอยู่ โดยไม่ปล่อยให้ความเชื่อ ความชอบ ความรัก หรือความเกลียดชังครอบงำจนแว่นตาแห่งอคติเหล่านี้บิดเบือนการมองโลกที่ตรงต่อความเป็นจริง

โดยส่วนตัว ผมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในการต่อต้านรัฐบาลทักษิณมาตลอด จนกระทั่งกลุ่มนี้เรียกร้องนายกฯ พระราชทานผ่านมาตรา 7 นับแต่นั้น ผมก็ตัดขาดทางการเมืองจากพันธมิตรฯ จนปัจจุบัน แต่การถอนตัวของคนเช่น พวกผม ณ จุดนั้นก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ก่อนหน้าการเรียกร้องมาตรา 7 หลายท่านได้เตือนว่าจุดยืนแบบพวกผมที่ถูกเรียกว่าพวก “สองไม่เอา” คือไม่เอาทั้งรัฐบาลทักษิณ และการรัฐประหารนั้น เป็นจุดยืนที่อย่างเยี่ยมที่สุดก็เป็นเพียงความไร้เดียงสาทางการเมือง อย่างเลวก็เป็นพวก “ปัญญาชนสองหน้า” ที่ปากก็บอกว่าไม่เอารัฐประหาร แต่แอบเชียร์มันอยู่ในใจ ในช่วงนั้นผมไม่นำพากับคำเตือนนี้ สุดท้ายผมก็กลายเป็นผู้ไร้เดียงสาทางการเมืองอย่างแท้จริงในวันที่ 19 กันยายน และจะต้องอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตว่า ผมมีส่วนช่วยให้การรัฐประหารเกิดขึ้นได้ ผ่านการสนับสนุนของคนแบบพวกผมที่มีให้แก่กลุ่มพันธมิตรฯ

เมื่อมองย้อนกลับ สาเหตุที่ผมไม่นำพาต่อคำเตือนเกิดจากการที่ผมปล่อยให้อคติเข้าครอบงำ ในด้านหนึ่งเป็นเพราะเกลียดรัฐบาลทักษิณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงาน 2,500 ศพในสงครามปราบยาเสพย์ติด และอีกเกือบ 100 ศพในกรณีตากใบ ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นอคติทางบวกกับชนชั้นนำนอกวงรัฐบาล ที่หลงเชื่อว่าคนพวกนี้เป็นเสรีชนพอเพียงที่จะปฏิเสธการรัฐประหารในทุกๆ กรณีและทุกๆ สถานการณ์ อคติทั้งสองทำให้ผมตกอยู่ใต้ภาวะปฏิเสธความเป็นจริง โดยไม่ยอมรับว่ารัฐประหารมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย […]

“เพ็ต เลิฟเวอร์ บาย เจอร์ไฮ” คอมมิวนิตี้ของคนรัก…น้องหมา

“สุนัข” สัตว์เลี้ยงแสนรู้ที่บรรดาเจ้าของยอมทุกสิ่งที่จะให้ “น้องหมา” มีความสุขทั้งกายและใจ

หนึ่งในนั้น อาหารสุนัข กลายเป็นสิ่ง ที่ผู้เลี้ยงพยายามคัดสรรอย่างดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักเหล่านี้

ล่าสุดพรีเมี่ยมแบรนด์ “เจอร์ไฮ” ของค่าย ซี.พี. ทำเก๋ เปิดช็อปร้าน “เจอร์ไฮ” อย่างครบวงจรเป็นสาขาแรกที่เซนต์หลุยส์ ซอย 3 ย่านสาทร ด้วยสไตล์การตกแต่งออกโทนสีชมพู หวานแหวว ภายใต้ชื่อร้าน “Pet Lover by Jerhigh” ชื่อเดียวกับรายการที่ออกอากาศทางทรูวิชั่นส์ มากว่า 3 ปีแล้ว

“สุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข” กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ท ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสุนัข “เจอร์ไฮ” เล่าว่า จริงๆ ตั้งใจให้เป็นโชว์รูมสำหรับลูกค้าต่างประเทศที่จะเข้ามาดูสินค้า ตอนนี้เจอร์ไฮกำลังได้รับความนิยมและกำลังจะบุกเข้าไปอีกหลายโซนในปีนี้ หลังจากที่เปิดตลาดต่างประเทศไปแล้ว 10 ประเทศ

ด้วยแบรนด์โพซิชันนิ่ง ที่วางอยู่ในระดับพรีเมี่ยม ความโดดเด่นเรื่องแพ็กเกจจิ้งที่สีสันสะดุดตา พร้อมจุดต่างในตัวสินค้าที่เน้นไลน์ Dog Snack หรือขนมขบเคี้ยวสำหรับน้องหมา ทำให้สินค้ามีจุดขายชัดเจน และทำให้โอกาสในต่างประเทศอย่างมหาศาล

“เดิมไม่มีช็อปของเราเอง ลูกค้า ต่างประเทศที่บินมาก็ต้องพาไปดูที่โรงงานสระบุรี […]

ความกลัว

เพิ่งคุยกับ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ของ “ดีแทค” มาน้ำหนักของเขาวันนี้ลดลงจากเดิม 13 กิโลกรัม

“จุดเปลี่ยน” ครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าโรงพยาบาล

ช่วงเวลาสั้นๆ ที่นอนในโรงพยาบาลทำให้เขาคิดถึงอะไรต่างๆ มากมาย

หลังจากนั้นวิถีชีวิตของ “ธนา” ก็เปลี่ยนไป เขาเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ออกกำลังกายเป็นประจำ

บทสรุปของ “ธนา” เรื่องหนึ่งที่ผมชอบก็คือ “ความกลัว” มีพลังต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่า “ความอยาก”

เพราะ “กลัว” เขาจึงเปลี่ยน

ผมนึกถึงเรื่องนี้เมื่อเห็นสถานการณ์เศรษฐกิจที่รุมเร้าอยู่ในเวลานี้

เพื่อนคนหนึ่งที่ฐานะดีมากบอกผมเมื่อคืนก่อนว่า ขนาดฐานะอย่างมันยังต้องระมัดระวังในเรื่องการจ่ายเงินเลย

ทั้งที่ใช้จ่ายปกติก็ไม่ได้สะเทือนฐานะทางการเงินอะไร

แต่สถานการณ์รอบด้านทำให้เขาเกิดความรู้สึกกลัว

พอกลัวก็เลยระมัดระวังมากขึ้น

เรื่องนี้เป็นจิตวิทยาทั่วไปครับ มันเป็นการส่งไม้ผลัดระหว่าง “ความ รู้สึก”

พอเริ่มรู้สึก “กลัว” ก็จะ “ระมัดระวัง”

เหมือนเราเดินในป่าที่เราไม่คุ้นเคย ทั้งความไม่คุ้นและความหวาดระแวงไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในพงหญ้าหรือเปล่า

เราจะกลัว

และจะเดินด้วยความระมัดระวัง

สถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ขนาดคนมองโลกในแง่ดีอย่างผม ยังรู้สึกเหมือนกำลังหลงป่าอยู่เลย

ราคาน้ำมันพุ่งพรวดอย่างบ้าเลือด

สินค้าทุกตัวขยับราคาขึ้นไปอย่างพร้อมเพรียง

ค่าเงินบาทที่บ่นกันอยู่ว่า “แข็ง” กลับอ่อนยวบลงถึง 10% ภายในเวลาไม่กี่เดือน

“ข้าว” ที่ดีใจว่าราคาดี กลับตกลงในเวลาอันรวดเร็ว ฯลฯ

ไม่มีอะไรแน่นอนเลย

เมื่อ 11 ปีก่อน เมืองไทยโชคร้ายที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ “ฟองสบู่ แตก”

แต่วันนี้ต้องบอกว่าเมืองไทยโชคดี

โชคดีที่ผ่านวิกฤตครั้งนั้นมาได้

และโชคดีที่ทำให้เรามีบทเรียนที่เปี่ยมด้วยคุณค่า

ผมเชื่อว่านักธุรกิจทุกคนยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี

บางคนแผลเพิ่งตกสะเก็ด บางคนก็มีรอยแผลเป็น

“รอยแผล” หรือบทเรียนครั้งนั้นทำให้เราเกิด “ความกลัว”

ไม่มีใครอยากเจ็บปวดเหมือนเมื่อวันก่อน

พอเห็นข่าว “เวียดนาม” ฟองสบู่แตกจนต้องลดค่าเงินด่อง ผมเชื่อว่านักธุรกิจไทยเริ่มใจหวิว

ถ้าครั้งก่อนเรียกว่า “ต้มยำกุ้ง”

ครั้งนี้ก็ต้องเรียกว่า “เฝอ”

เพราะมีจุดเริ่มต้นที่เวียดนาม

ผมไม่รู้ว่าผลสะเทือนของวิกฤต “เฝอ” จะลามเข้ามาในเมืองไทยเหมือนครั้งหนึ่งที่เราส่งไวรัส “ต้มยำกุ้ง” ระบาดไปทั่วโลกหรือเปล่า

แต่ผมมั่นใจว่าเราจะรับกับวิกฤตได้

เพราะเราเคยผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในปี […]

ลีเวอร์ฯส่งสัญญาณบุกเทงบฯเพิ่ม นีลเส็นฯเผยตัวเลขโฆษณา5เดือนทะลุ3.6หมื่นล้าน

ถึงเวลายักษ์ “ลีเวอร์” หันทุ่มงบฯโฆษณาผ่านสื่ออีกครั้ง “นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ซ” เผยเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาตัวเลขการใช้งบฯของลีเวอร์เริ่มขยับขึ้นหลังจากปรับลดงบฯลงในช่วง 4 เดือนแรก แต่ตัวเลข 5 เดือนยังติดลบอยู่ที่ 380 ล้าน ขณะที่มูลค่าธุรกิจโฆษณาโดยรวมติดลบ 0.35% ส่วนผู้ใช้งบฯโฆษณาท็อปไฟฟ์ ยังทุ่มกันเต็มที่

จากรายงานของนีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมาบริษัท ยูนิลีเวอร์ (ไทย) โฮลดิ้ง จำกัด บริษัทที่ใช้งบฯผ่านสื่อโฆษณาสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย ได้กลับมาใช้งบฯโฆษณาในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนแล้วหลังจากที่ปรับลดงบฯโฆษณาผ่านสื่ออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา (มกราคม-เมษายน) โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยูนิลีเวอร์ใช้งบฯโฆษณาไปรวม 434.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนเดียวกันในปีก่อนที่ใช้เพียง 427.07 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่าในเดือนมกราคมยูนิลีเวอร์ใช้งบฯ 346.91 ล้านบาท ลดลงประมาณ 0.32 ล้านบาท กุมภาพันธ์ใช้งบฯ 379.33 ล้านบาท ลดลง 151 ล้านบาท มีนาคมใช้งบฯ 401.63 […]

“ทำงานที่บ้าน” ทางออกยุคน้ำมันเบรกแตก

ราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานทำสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ภาครัฐและเอกชนในหลายประเทศเริ่มหันมาหาทางเลือกใหม่ในการประหยัดพลังงาน ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลก

โดยเฉพาะการลดต้นทุนในการทำงาน กลายเป็นแนวคิดที่ได้รับการขานรับในวงกว้าง เพราะได้ประโยชน์ทั้งต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และสิ่งแวดล้อม

จากข้อมูลของศูนย์วิจัยระบบขนส่งมหานคร พบว่าชาวอเมริกันเดินทางไปทำงานคิดเป็นระยะทางโดยเฉลี่ย 30 ไมล์ต่อวัน ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อการเดินทางไปทำงานราวๆ 140 ดอลลาร์ต่อเดือน

โดยใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 100 ชั่วโมงต่อเดือน การใช้เวลาเดินทางนานๆ ส่งผลเสียต่อทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และสิ่งแวดล้อม โดยฝ่ายของลูกจ้าง ก่อให้เกิดความเครียด มีผลต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับ ผู้อื่น และอาจทำให้ทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน

ขณะที่ฝ่ายนายจ้างก็ได้รับผลกระทบจากการที่ลูกจ้างมาสาย ขาดงานบ่อย ไม่มีสมาธิในการทำงาน อารมณ์ขุ่นมัวและทำให้เกิดมลพิษ และปัญหาโลกร้อนตามมา

ทางออกที่น่าจะลงตัวในเวลานี้ คือ ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน โดยใช้อุปกรณ์การสื่อสารเป็นตัวช่วย (telework)

แม้จะมีเสียงค้าน เพราะกังวลเรื่องต้นทุนด้านเทคโนโลยี และไอทีที่อำนวยความสะดวกให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน

“พีซี เวิรลด์” ประเมินว่า การทำงานโดยใช้อุปกรณ์สื่อสารมาช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนการเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้ 25-90% ต่อปี ขณะที่นายจ้างประหยัดต้นทุนจากการขาดงานของพนักงานได้ 63% ต่อคนต่อปี และไม่ต้องเสียเวลาไปกับการคุยจุกจิก แต่ไม่ใช่พนักงานทุกตำแหน่งจะทำงานได้จาก ที่บ้าน เพราะก็มีงานบางประเภทที่ไม่เหมาะ

รายงานข่าวจาก “เอเอฟพี” ระบุว่าขณะนี้ภาครัฐและเอกชนในสหรัฐหันมาใช้วิธีปรับวันทำงานให้เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรับมือราคาน้ำมันแพง เช่น ในเมืองเบอร์มิงแฮม รัฐแอละแบมา ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงาน […]