เพิ่งคุยกับ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ของ “ดีแทค” มาน้ำหนักของเขาวันนี้ลดลงจากเดิม 13 กิโลกรัม
“จุดเปลี่ยน” ครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าโรงพยาบาล
ช่วงเวลาสั้นๆ ที่นอนในโรงพยาบาลทำให้เขาคิดถึงอะไรต่างๆ มากมาย
หลังจากนั้นวิถีชีวิตของ “ธนา” ก็เปลี่ยนไป เขาเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ออกกำลังกายเป็นประจำ
บทสรุปของ “ธนา” เรื่องหนึ่งที่ผมชอบก็คือ “ความกลัว” มีพลังต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่า “ความอยาก”
เพราะ “กลัว” เขาจึงเปลี่ยน
ผมนึกถึงเรื่องนี้เมื่อเห็นสถานการณ์เศรษฐกิจที่รุมเร้าอยู่ในเวลานี้
เพื่อนคนหนึ่งที่ฐานะดีมากบอกผมเมื่อคืนก่อนว่า ขนาดฐานะอย่างมันยังต้องระมัดระวังในเรื่องการจ่ายเงินเลย
ทั้งที่ใช้จ่ายปกติก็ไม่ได้สะเทือนฐานะทางการเงินอะไร
แต่สถานการณ์รอบด้านทำให้เขาเกิดความรู้สึกกลัว
พอกลัวก็เลยระมัดระวังมากขึ้น
เรื่องนี้เป็นจิตวิทยาทั่วไปครับ มันเป็นการส่งไม้ผลัดระหว่าง “ความ รู้สึก”
พอเริ่มรู้สึก “กลัว” ก็จะ “ระมัดระวัง”
เหมือนเราเดินในป่าที่เราไม่คุ้นเคย ทั้งความไม่คุ้นและความหวาดระแวงไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในพงหญ้าหรือเปล่า
เราจะกลัว
และจะเดินด้วยความระมัดระวัง
สถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ขนาดคนมองโลกในแง่ดีอย่างผม ยังรู้สึกเหมือนกำลังหลงป่าอยู่เลย
ราคาน้ำมันพุ่งพรวดอย่างบ้าเลือด
สินค้าทุกตัวขยับราคาขึ้นไปอย่างพร้อมเพรียง
ค่าเงินบาทที่บ่นกันอยู่ว่า “แข็ง” กลับอ่อนยวบลงถึง 10% ภายในเวลาไม่กี่เดือน
“ข้าว” ที่ดีใจว่าราคาดี กลับตกลงในเวลาอันรวดเร็ว ฯลฯ
ไม่มีอะไรแน่นอนเลย
เมื่อ 11 ปีก่อน เมืองไทยโชคร้ายที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ “ฟองสบู่ แตก”
แต่วันนี้ต้องบอกว่าเมืองไทยโชคดี
โชคดีที่ผ่านวิกฤตครั้งนั้นมาได้
และโชคดีที่ทำให้เรามีบทเรียนที่เปี่ยมด้วยคุณค่า
ผมเชื่อว่านักธุรกิจทุกคนยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี
บางคนแผลเพิ่งตกสะเก็ด บางคนก็มีรอยแผลเป็น
“รอยแผล” หรือบทเรียนครั้งนั้นทำให้เราเกิด “ความกลัว”
ไม่มีใครอยากเจ็บปวดเหมือนเมื่อวันก่อน
พอเห็นข่าว “เวียดนาม” ฟองสบู่แตกจนต้องลดค่าเงินด่อง ผมเชื่อว่านักธุรกิจไทยเริ่มใจหวิว
ถ้าครั้งก่อนเรียกว่า “ต้มยำกุ้ง”
ครั้งนี้ก็ต้องเรียกว่า “เฝอ”
เพราะมีจุดเริ่มต้นที่เวียดนาม
ผมไม่รู้ว่าผลสะเทือนของวิกฤต “เฝอ” จะลามเข้ามาในเมืองไทยเหมือนครั้งหนึ่งที่เราส่งไวรัส “ต้มยำกุ้ง” ระบาดไปทั่วโลกหรือเปล่า
แต่ผมมั่นใจว่าเราจะรับกับวิกฤตได้
เพราะเราเคยผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในปี 2540 มาแล้ว
ที่สำคัญผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ยึดถือคติของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่บอกว่า “ความกลัวทำให้เสื่อม”
แต่ถือหลักว่า “คนจะเสื่อม ถ้าไม่รู้จักกลัว”
“ความกลัว” นี่แหละครับที่จะเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
และขออนุญาตมองโลกในแง่ดี อีกครั้ง
หลังจากปัจจัยต่างๆ เริ่มนิ่งแล้ว เราจะเห็นภาพของการปรับฐานครั้งใหญ่ของคนไทย
ทั้งการใช้ชีวิต และระบบธุรกิจ
บางทีอาจลามไปถึงเรื่อง “การเมือง”
ทุกครั้งที่มี “วิกฤต” ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบอกไว้เช่นนั้นจริงๆ
คอลัมน์ market-think
โดย สรกล อดุลยานนท์
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม