Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

หลากหลายแนวทางสรรค์สร้าง “นวัตกรรม”

นวัตกรรม ยังเป็นคำสุดฮอตของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของกิจการ เป็นอีกแนวทางหลักในการนำไปสู่การได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะในยุคนี้และผู้คนมุ่งเน้นที่จะหาทางลดราคากันเสียเป็นส่วนใหญ่ ทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยงสงครามราคา คือ สร้างความแปลกแตกต่างเป็นเอกลักษณ์เพื่อตอบสนองลูกค้าแบบไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

กิจการระดับโลก ที่ได้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมจนติดอันดับนั้น หนึ่งในใจของนักธุรกิจ คงหนีไม่พ้น พีแอนด์จี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในฐานะที่เป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมในสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดที่เข้มแข็งก็นำสู่ความสำเร็จในระดับ “เมกะแบรนด์” ในหลากหลายสายผลิตภัณฑ์ โดยความสำเร็จดังกล่าวนั้นก็มาจากการสร้างนวัตกรรมและความแปลกใหม่อันเป็นที่ยอมรับของลูกค้าเป้าหมายของบริษัทนั่นเอง

โดยกลยุทธ์ที่พีแอนด์จีใช้นั้น เริ่มจากการเข้าหาลูกค้าตัวต่อตัว เพื่อเข้าไปใช้เวลาคลุกคลีพูดคุยและสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะห์ต่อไป เช่น เข้าไปใช้เวลากับตัวแทนแม่บ้านท่านหนึ่ง และสังเกตพฤติกรรมที่เขาทำความสะอาดบ้าน ล้างครัว เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก ฯลฯ ซึ่งจะทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าชอบอะไร สิ่งใดเป็นปัญหาของสินค้าแต่ละประเภท หรือการทำกิจกรรมแต่ละอย่าง ซึ่งจะนำมาสู่ความเข้าใจในตัวลูกค้าลึกซึ้งขึ้นและนำมาปรับปรุงสินค้าใหม่ของกิจการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า เรียกว่าเข้าใจลึกถึงก้นบึ้งแห่งความต้องการกันเลยทีเดียว

ถัดมา คือ เน้นนำพนักงานจากส่วนต่างๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนแนวคิด ดังที่ทราบแล้วว่าที่พีแอนด์จีนั้น พนักงานทุกคนถูกปลูกฝังในเรื่องของการคิดนอกกรอบเชิงสร้างสรรค์จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว การที่สามารถทำให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียกันในประเด็นต่างๆ ย่อมจะก่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดของแนวความคิดใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กรได้ เช่น การกระตุ้นให้พนักงานด้านการวิจัยพัฒนาถึง 7,500 คน กระจายอยู่ 20 ศูนย์ใน 9 ประเทศ มีการแลกเปลี่ยนความรู้กันโดยการให้มีเว็บบอร์ดที่สามารถเข้าไปตั้งคำถามได้ และจัดตั้งเป็นชุมชนของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง และได้สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ของพีแอนด์จีเป็นอย่างมาก

และท้ายสุดที่มีความสำคัญมากสำหรับพีแอนด์จี นั่นคือ การทำนวัตกรรมแบบเปิด (open innovation) […]

จัดการ “โซเชียล เน็ตเวิร์ค” สุดโปรด ให้อยู่หมัดด้วย Flock.com

ในโลกอินเทอร์เน็ตปัจจุบันนี้รูปแบบของเวบไซต์ที่เป็น “โซเชียล เน็ตเวิร์ค” (Social Network) ได้มีเพิ่มมากขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งหากถามว่าเวบในรูปแบบของโซเชียล เน็ตเวิร์ค คืออะไร ก็คงต้องบอกง่ายๆ ว่า มันคือเวบที่คุณสามารถ “สร้าง” ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนได้ผ่านเวบไซต์ในรูปแบบเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายจาก “เพื่อนสู่เพื่อน”

อธิบายแบบนี้อาจมองเห็นภาพยาก แต่หากยกตัวอย่างเวบไซต์ เช่น www.Hi5.com ที่โด่งดังมากในกลุ่มวัยรุ่น (และไม่รุ่น) ของเมืองไทย www.Facebook.com ที่คนฝั่งอเมริกาใช้กันฮิตถล่มทลายตอนนี้ หรือแม้แต่ www.Twitter.com ระบบไมโคร บล็อก (Micro Blog) ที่สามารถบอกให้เพื่อนรู้ว่า “คุณกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้” กำลังเป็นบริการออนไลน์อันใหม่ที่มาแรงมาก

ทั้งหมดที่อธิบายมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเวบไซต์โซเชียล เน็ตเวิร์ค ขอเรียกแบบไทยๆ ว่า “โครงข่ายความสัมพันธ์” ที่กำลังฮิตติดลมบนแซงหน้าเวบไซต์รูปแบบเดิมๆ ในปัจจุบันนี้

ต้องยอมรับว่า หลังจากเวบในรูปแบบ โซเชียล เน็ตเวิร์คได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้มีนักพัฒนาเวบในรูปแบบนี้ออกมามากมายจนคนใช้ ใช้แทบไม่ทันเลยทีเดียว ซึ่งเวลาจะใช้แต่ละบริการของเวบโซเชียล เน็ตเวิร์คก็ต้องมาคอยเข้าไปแต่ละเวบ และจำ ยูสเซอร์ + พาสเวิร์ด ของแต่ละเวบที่มากมายเต็มไปหมด

แต่ปัญหานี้จะหมดไปเพราะตอนนี้ได้มีเบราเซอร์รูปแบบใหม่ช่วยทำให้ชีวิตออนไลน์ของคุณ เป็นเรื่องง่ายขึ้น การรวบรวมบริการโซเชียล เน็ตเวิร์คไว้ทั้งหมดในเบราเซอร์นี้ที่ชื่อ “ฟล็อก” […]

“เวบไซต์” ปั่นโลกธุรกิจ

อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจดิ่งเหว และเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นปัจจุบัน ใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากกว่า โลกแห่งความเป็นจริง จึงไปจุดกระแสให้หลายบริษัทเห็นเคล็ดลับ “มัดใจ” ลูกค้ากลุ่มนี้ ด้วยการใช้เวบไซต์ทำการตลาดในแบบมีชั้นเชิง “อาร์เอส” ธุรกิจสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่ หนึ่งในหลายๆ ธุรกิจ ที่กำลังใช้ช่องทางบนโลกไซเบอร์สเปซ เชื่อมกลยุทธ์การทำตลาดระหว่างโลกเสมือน และโลกแห่งความเป็นจริง

“ผมทำงานกับอาร์เอสมาตั้งแต่ปี 2542 ส่วนเวบไซต์ เริ่มเข้ามาดูจริงจังเมื่อปี 2549 ตำแหน่งสุดท้ายที่ทำ คือ เอ็กซ์คลูทีฟ โปรดิวเซอร์ ทีนี้ในทีมงานก็มานั่งคุยกันว่า ค่ายเราทำศิลปินวัยรุ่นเยอะน่าจะทำค่ายเพลงสำหรับวัยรุ่น ซึ่งพี่ชมพู (ฟรุตตี้) ก็อยากทำค่าย ก็เกิดเป็นกามิกาเซ่ขึ้น ผมเองก็มีไอเดียว่า ถ้าเราจะทำตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ควรจะมีคอมมูนิตี้ให้ด้วย ก็นึกถึงอินเทอร์เน็ต เวบไซต์ เพราะทุกวันนี้เด็กวัยรุ่นใช้เวลาเล่นเน็ตอยู่ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง การเดินไปซื้อซีดีก็น้อยลง”

ความเห็นของ “อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล” Department Manager ของเวบไซต์ www.zheza.com, (ชีซ่าดอทคอม) www.zhezafighter.com (ชีซ่าไฟท์เตอร์ดอทคอม) บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)

อาทิตย์ บอกว่า จากความคิดตอนนั้น กลายเป็นจุดกำเนิดของ […]

ยุคทองอาหารพร้อมปรุง รับไลฟ์สไตล์แม่บ้านมือใหม่

เมื่อคุณแม่ยุคใหม่ต้องวิ่งแข่งกับเวลาที่โดนบีบ ทั้งจากการทำงานจนส่งผลให้บางครั้ง การดูแลครอบครัวเกิดอาการบกพร่อง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ที่อาหารสำเร็จรูปนอกบ้านไม่ตอบความต้องการได้เสมอไป หลากธุรกิจอาหารจึงต่างพาเหรดเปิดสินค้า “ช่วยปรุง” ทางลัดที่ช่วยให้การปรุงอาหารทานเองที่บ้านเป็นเรื่องง่าย และสะดวก ลดเวลาการทำแต่ละเมนูเหลือเพียง 5 นาทีเท่านั้น

ท่ามกลางบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจอาหารที่มาออกบูธในงานแสดงสินค้าอาหาร หรือ THAIFEX เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เทรนด์อาหารอย่างหนึ่งที่โดดเด่น และมีหลายผู้ประกอบการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ คือ “อาหารพร้อมปรุง” ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นทางลัดในการทำอาหาร ตัดขั้นตอนความยุ่งยากต่างๆ ออกไป เพื่อตอบสนองต่อชีวิตแม่บ้านรุ่นใหม่

กฤษฎา โสภา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด เปิดเผยถึงข้อมูลของผู้บริโภคที่ได้จากการทำวิจัยในกลุ่มแม่บ้าน โดยพบว่าเวลากับคนยุคใหม่ ดูเหมือนว่าต้องวิ่งไล่ตามกันให้ทัน ความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และการดูแลคนในครอบครัวทำให้หลายคนไม่มีเวลาลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง ต้องอาศัยซื้ออาหารสำเร็จรูปจากนอกบ้าน หรือบางครั้งบางคราวที่ต้องการทำอาหารแต่ขาดความถนัดในด้านการปรุงให้อร่อยถูกปาก

โดยเฉพาะอาหารไทยประเภท “แกง” ที่ต้องอาศัยช่วงเวลานานในการปรุง เริ่มต้อนตั้งแต่การเตรียมส่วนผสมของเครื่องเทศเพื่อทำพริกแกง เตรียมกะทิ ผักต่างๆ และเนื้อสัตว์

เมื่อโจทย์ผู้บริโภคเปลี่ยนเป็นชีวิตที่เร่งรีบขึ้นกว่าเดิม ประกอบกับการขาดทักษะในการปรุงอาหารที่ดีของคนเมืองยุคใหม่ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับตัวออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “รอยไทย” น้ำแกงพร้อมปรุง ซึ่งเป็นการนำพริกแกงชนิดต่างๆ ผสมเข้ากับกะทิสดแท้พร้อมปรุงให้ได้รสชาติ เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปยูเอชทีตราชาวเกาะ ที่คอนเซปต์ของสินค้าไม่ได้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปมากนัก

จุดขายสินค้าของแบรนด์รอยไทย คือ ความง่ายและเร็วในการปรุงแกงหนึ่งชามมี 3 ขั้นตอน […]

สเตอริไรซ์ ฟู้ด พร้อมทานเพิ่มความสะดวก

เพราะความสะดวกเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้ออาหารกล่องพร้อมทาน ผู้ผลิตจึงเร่งพัฒนาจุดอ่อนที่ต้องเก็บในตู้เย็นเพื่อรักษาความสด ให้สามารถเก็บได้ในอุณหภูมิห้องนานถึง 1 ปีภายใต้กระบวนการสเตอริไรซ์ ที่อาจเป็นเทรนด์ใหม่ของอาหารพร้อมทานในวันนี้

อาหารกล่องพร้อมทานเริ่มพัฒนาให้ตอบโจทย์ความสะดวกผู้บริโภคมากขึ้น จากเริ่มแรกที่เปิดตัวด้วยนวัตกรรมชิลล์ ฟู้ด (Chilled Food) อาหารแช่เย็นที่ถึงแม้จะคงความสดและความอร่อยของอาหารได้ดีกว่าประเภทอื่น แต่มีจุดอ่อนที่เก็บได้ไม่นาน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาจนลงตัวที่อาหารแช่แข็ง (Frozen Food) ซึ่งเก็บรักษาได้นานนับปีแต่มีข้อแม้ต้องแช่ไว้ในอุณหภูมิจุดเยือกแข็งเท่านั้น

ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นมากับอาหารแช่แข็ง แต่ก็ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น สเตอริไรซ์ ฟู้ด จึงเป็นนวัตกรรมอาหารกล่องล่าสุดที่ผู้ผลิตอาหารต่างนำเสนอ ด้วยจุดขายที่คงคุณค่าทางอาหารไว้ครบถ้วน และเก็บรักษาได้นานในอุณหภูมิห้อง ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น

‘โรซ่า’ เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่เปิดตัวอาหารกล่องพร้อมทานที่ผ่านกระบวนการสเตอริไรซ์สู่ตลาดภายใต้แบรนด์ “โรซ่า พร้อมท์ อิน วัน”

นวนุช วังพิพัฒนมงคล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวถึงที่มาของการพัฒนาอาหารกล่องพร้อมทานรูปแบบใหม่ว่า ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนเมืองรุ่นใหม่พักอาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียม คนกลุ่มนี้มักมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาจึงไม่สะดวกในการทำอาหารกินเอง หรือการเตรียมอาหารที่ต้องใช้เวลานาน ทางบริษัทฯจึงมองว่าสินค้านี้จะสามารถสนองความต้องการของผู้บริโภคได้

“ด้วยรูปแบบของอาหารกล่องพร้อมทานที่ต้องแช่ตู้เย็น กลายเป็นข้อจำกัดให้สินค้าต้องทานแค่ภายในบ้านเท่านั้น แต่ในบางเวลาผู้บริโภคก็ต้องการนำอาหารเหล่านี้ติดตัวไปทานที่อื่น ซึ่งอาหารกล่องที่ผ่านกระบวนการสเตอริไรซ์สามารถตอบโจทย์นี้ได้”

4 เมนูนำร่องที่ทางโรซ่าเปิดตัว ประกอบด้วย สปาเกตตีซอสไก่ ข้าวแกงกะหรี่ไก่ ราคากล่องละ 55 บาท ส่วนซุปเห็ด และซุปข้าวโพด ราคากล่องละ 35 บาท […]

ยูเครน : การตลาดแบบคอนเทมพ์ (Contemporary Marketing)

จากงานวิจัยที่เวียนนาฉบับที่แล้ว คณะของเราเคลื่อนย้ายต่อไปยังเมือง Kiev ประเทศยูเครน ด้วยความที่ตัวเลขแสดงให้เห็นถึงแถบภูมิภาคนี้ ว่ามีปริมาณการค้าของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตลาดหลักทั่วโลกชะงักงัน อาจด้วยปัญหา Subprime ในสหรัฐฯที่เป็นตลาดบริโภคขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในอุตสาหกรรมนี้

ถ้าจะเปรียบเวียนนาเป็นความคลาสสิก ก็สามารถมอง Kiev (ยูเครน) เป็นความร่วมสมัยแบบ Contemporary ด้วยความที่ยูเครนเพิ่งเป็นอิสระจากสหภาพโซเวียตเมื่อปี พ.ศ. 2534 ลักษณะบ้านเมืองและผู้คนจึงยังอยู่ในภาวะตั้งไข่ อิทธิพลทุนนิยมตะวันตกยังพบเห็นไม่มาก แต่ส่วนที่เข้าถึงและเริ่มการปูพรมก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด McDonald’s ที่มีคนเข้ามาใช้บริการกันแบบคึกคัก สาขาที่คณะวิจัยโฉบเข้าไปหาอะไรประทังชีวิต แน่นแทบเรียกได้ว่าเกือบต้องขี่คอกันซื้อ!

แม้ว่าปัจจุบันยูเครนจะยังเป็นตลาดใหม่ แต่นักธุรกิจที่มองไกลอาจคำนึงถึงโอกาสในการเข้าไปจับจองพื้นที่เพื่ออนาคตโดยพิจารณาถึงอัตราการเติบโตของตลาดมากกว่ามูลค่าโดยรวมซึ่งยังอาจดูไม่ใหญ่โตอะไร จากภาวะที่เคยอยู่ใต้อาณัติสหภาพโซเวียต ไม่สามารถจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าสารพัดแบรนด์หรือไม่สามารถเดินทางไปเปิดหูเปิดตาในประเทศต่างๆ ได้ง่ายๆ ทำให้เมื่อเป็นอิสระ ผู้บริโภคมีความต้องการชดเชยความรู้สึกเหล่านั้น เห็นได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น วงการท่องเที่ยว รวมทั้งแฟชั่น นอกจากนั้น ผู้บริโภคเหล่านี้ยังมีกำลังซื้อสูง แต่อาจกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเศรษฐีเนื่องจากช่องว่างทางสังคมยังแตกต่างอยู่มาก

อย่างไรก็ดี ตลาดยูเครนนับว่าเป็นตลาดที่มีอนาคต และในการบุกตลาดอาจต้องอาศัยกลยุทธ์ที่แตกต่างไปจากปกติ เรียกได้ว่าเป็นแบบคอนเทมพ์ (Contemporary) เพื่อเจาะตลาดที่เพิ่งเปิดตัวรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ต่างจากการตลาดแบบคลาสสิกที่ดิฉันเคยเขียนถึงไปในฉบับที่แล้ว แนวทางสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือการสร้างการเรียนรู้ในกลุ่มลูกค้า

แม้ว่าผู้บริโภคอาจไม่มีพื้นความรู้ในสินค้าหรือในแบรนด์อยู่เดิมทำให้ยากในการสร้างความเข้าใจ แต่ข้อดีคือถ้าเราเข้าได้ก่อน เข้าถึงเร็ว ก็จะเป็นการสร้างฐานความพึงพอใจไว้ได้อย่างมั่นคง ในวงการอัญมณีและเครื่องประดับที่ทีมวิจัยทำการศึกษา เห็นแนวทางนี้อยู่แยะทั้งในรูปแบบคอลัมน์ในนิตยสารกึ่งโฆษณากึ่งให้ความรู้สำหรับการเลือกซื้อเลือกใช้ หรือจะเป็นการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา […]

ความบันเทิงใจของผู้บริโภค กับ Impact ของงานสื่อสารทางการตลาด

ขอเชิญโหวตฟรี เพียงคลิกลิ้งค์โพลล์ข้างล่างนี้ !! 

  Polls

    ท่านชอบโหวต “นักล่าฝัน” ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ปี 5 (AF5) คนใด ? 

 

ผมติดตามดูนักล่าฝัน Academy Fantasia ซีซัน 5 กับเขาเหมือนกันครับ และยังคงจะตามดูต่อไป แม้ว่า “น้องหนิม” ซึ่งผมเอาใจช่วยมากเป็นพิเศษ จะต้องเดินออกจากบ้านไปก่อนใครในรอบ 12 คนสุดท้ายก็ตาม

เพราะความสามารถและโอกาสที่เด็กรุ่นใหม่ได้รับมากขึ้น เป็นสิ่งที่ได้เห็นแล้วน่ายินดีและน่าชื่นชม แค่การสอนให้เด็กๆ รู้ว่าการเดินทางตามฝันนั้น ต้องมีความมุ่งมั่น การฝึกฝน และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้รู้ว่าเส้นทางจะไปสู่ฝันนั้นไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ก็น่าจะเป็นบทเรียนนอกตำรา ที่สามารถสอนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันได้ดีทีเดียว และอยากให้เกิดการเอาอย่างในทางที่ดีแบบนี้

แต่ที่มากไปกว่านั้น ในทางการตลาด มีเรื่องราวที่ต้องคิด ติดตาม และสามารถเรียนรู้ได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะปรากฏการณ์การเข้าไปมีส่วนร่วมของผู้บริโภคที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ 5 แล้วก็ตาม

แค่เราลองตั้งคำถามเล่น ๆ กับตัวเอง ทำไมจึงมีคนนับล้านส่งกำลังใจ (ด้วยการเสียเงิน) ในรูปแบบต่าง ๆ ไปให้กับใครสักคนที่ไม่รู้จักกันเลย ว่ากันว่าบางคนโหวตกันเดือนละเป็นหมื่นทีเดียว […]

จุฬาแนะยกเครื่อง “เนชั่น อิมเมจ” ดันส่งออกโต 12% ในระยะ 5 ปี

จุฬาฯเผยผลศึกษายุทธศาสตร์ส่งออก แนะยกเครื่องภาพลักษณ์ประเทศไทย หรือ เนชั่น อิมเมจ ดันยอดส่งออกโตไม่ต่ำกว่า 12% ในระยะ 5 ปี วิพากต์ที่ผ่านมาขาดการชูจุดขายที่ชัดเจน เผยผู้ส่งออกมาใช้ตรา “ไทยแลนด์แบรนด์” เพียง 6% ดันสร้างทีมการตลาดประเทศ โดยการตั้งหน่วยงาน MIU คลังสมองบุกตลาดเชิงรุก

ศาสตราจารย์ ดร.ธนพรรณ แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการหน่วยให้คำปรึกษาและวิจัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงผลศึกษาส่งเสริมการส่งออกรายกลุ่มสินค้าและกลุ่มธุรกิจบริการ (Cluster) ในระยะ5ปี (2552-2556) ว่า หนึ่งในโครงการที่ได้เสนอกรมส่งเสริมการส่งออก จากทั้งหมด 5 โครงการ คือ ควรจะมีการทบทวนระบบการสร้างแบรนด์ เนื่องจากการสร้างตราสินค้า “Thailand Brand” กับ “Made in Thailand” ยังไม่มีความแข็งแรงพอในที่จะสร้างการตอบรับและยอมรับต่อตราสินค้าไทย เนื่องจากที่ผ่านมายังขาด “เจ้าภาพ” ในการทำงาน นโยบายไม่ดำเนินไปในทิศทางเดียวกันและขาดความต่อเนื่อง รวมถึงหน่วยงานยังขาดความเป็นอิสระในการทำงานดำเนินการ รวมไปถึงงบประมาณสนับสนุนที่มีจำกัด และขาดการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

เธอยังระบุว่า ที่ผ่านมา Thailand Brand ที่ต้องการจะสื่อไปยังผู้นำเข้า เอเย่นต์ […]