![]() |
จากเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ว่าที่สำนักงานของสำนักพิมพ์โอเพ่นบุคส์ มีมุมโปรดที่หลายคนชอบแวะไปลิ้มชิมรสชาติของชา วันนี้สบโอกาส เราเลยแวะไปเยี่ยมเยียน
สำนักงานของโอเพ่นอยู่ติดถนนพิชัย มันคือบ้านที่เอามาทำเป็นสำนักงาน
บุคคลที่มาต้อนรับคือ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เจ้าของสำนักพิมพ์นี้ นอกจากงานผลิตหนังสือคุณภาพแล้ว ภิญโญยังต้องเขียนคอลัมน์ให้กับนิตยสารอยู่ 3 เล่ม หนึ่งในนั้นก็คือคอลัมน์ EYE WIDE OPEN ในหน้า 8 ของนิตยสาร DLife ของเรานั่นเอง ซึ่งเพื่อนๆ ในวงการสิ่งพิมพ์ ต่างแซวเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่างเป็นคอลัมน์ที่บ้าพลังเหลือเกิน เพราะจำเป็นจะต้องหาข้อมูลอย่างหนักในการอธิบายปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ผ่านการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของวงการต่างๆ ทั้งแฟชั่น อาหาร และสิ่งพิมพ์ เป็นต้น
ภิญโญพาเราขึ้นไปชั้น 2 ที่เป็นห้องชงชา ภายในห้องนี้บ่งบอกบุคลิกของคุณภิญโญและคนของโอเพ่นฯได้เป็นอย่างดี หันไปทางไหนมีแต่หนังสือเต็มไปหมด อยู่ในตู้บ้าง กองเรียงกันบ้าง แสดงให้เห็นถึงความใฝ่รู้ของคนที่นี่ แต่ตรงมุมห้อง เราเห็นว่ามีกาต้มน้ำไฟฟ้า อุปกรณ์ชงชา และกระป๋องชาอยู่เต็มไปหมด
“ห้องนี้เป็นห้องทำงานปกติ แต่ไม่ได้ใช้เขียนหนังสือ เวลาทำงานจะมีคนมาคุยด้วย”
เราลองถามรายชื่อคนที่มาเยี่ยมเยียนแล้ว เรียกได้ว่ามีเกือบทุกวงการ ตั้งแต่ตุลย์ นักร้องนำวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า ไปจนถึงสุริยะใส กตะศิลา แห่งเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เลยทีเดียว
“ก็นั่งกินน้ำชา แล้วแต่นัดกันว่าจะกินวันไหน ส่วนใหญ่แขกโทร.มานัด เวลามาก็จะมาคุยกันตรงนี้ พอยังไม่ได้คุยกัน เราก็ต้มน้ำรอแล้ว พอน้ำเดือดเราก็จะชงชา เหมือนธรรมเนียมจีนโบราณ กินชาก่อน พอเริ่มสบายใจก็คุยกันไป 4-5 ปีที่ผ่านมาก็กินน้ำชากันไปเยอะแล้ว”
“ชามันทำให้มีกิจกรรมเวลาที่เรานั่งคุยกันไป ไม่อย่างนั้นเราจะนั่งคุยเฉยๆ มันเหนื่อยและมันคอแห้ง แต่ถ้ามีชาเนี่ย เฮ้ย ! เราได้มีกิจกรรม ได้เทน้ำชาให้มีการเคลื่อนไหว แล้วก็มันมีบรรยากาศของการดูแลแขก ให้เรารู้ว่าเราใส่ใจคุณ ผมก็เป็นคนชง ผมก็จะเป็นคนชงไม่ให้แขกของผมชง เป็นมารยาทอันดีงามในการรับรองแขกที่มาเจอกัน”
ระหว่างที่คุยกัน เขาก็กำลังง่วนอยู่กับการชงชาให้พวกเราชิม และเล่าย้อนไปว่า
“ผมไปอยู่ที่เมืองจีนประมาณปี พ.ศ.2540 จีนเป็นประเทศที่กินชาอย่างสนุกสนานมาก ครูที่สอนหนังสือผมเขาก็จะพกติดตัวเลย ที่ประเทศจีนมีร้านขายชา มีตู้ขายชาเต็มไปหมด มีชาทุกประเภทที่เราอยากกิน ก็กินกันไปเรื่อยๆ”
จากความทรงจำดีๆ ในครั้งนั้น ทำให้ในห้องนี้มีชาหลายชนิด เช่น ชาเอิร์ลเกรย์ ชาซีลอน ชาญี่ปุ่น ชาไทย เป็นต้น แต่ที่เขาดูจะนิยมชมชอบเป็นพิเศษเห็นจะเป็นชาจีนแบบชาอู่หลง
“ส่วนใหญ่เรากินชาจีนกัน ก็ชงตามมาตรฐานที่เขาชงชากันทั่วไป ก็ชงด้วยน้ำร้อน ล้างทิ้ง หนึ่งน้ำ แล้วก็กินน้ำที่สอง สำหรับเสน่ห์ของชาจีน ถ้าสมมติคนที่ไม่ได้ค่อยกินชาจีน พอเริ่มกินใหม่ก็จะชอบชาอู่หลงที่รสชาติมันไม่ขม มันชุ่มคอ มีกลิ่นหอมของดอกไม้ ถ้าใครที่ได้กินชาชั้นดี รับรองว่าจะติดใจทุกคน”
เมื่อถามถึงเคล็ดลับการเลือกซื้อชา ภิญโญออกตัวมาก่อนเลยว่า
“ผมเลิกซื้อชามาพอสมควรแล้ว เพราะว่ามีคนซื้อมาให้ เขารู้ว่าผมชอบ แล้วเวลาซื้อก็จะซื้อมาเยอะ เราก็จะแบ่งให้คนอื่นด้วย แล้วเราก็จะไว้กินด้วย พอหมดปุ๊บ วาสนามันดีคนก็จะซื้อมาให้อีก ผมไม่ได้ซื้อชามาเป็นปีสองปีแล้ว แต่ผมไม่เคยขาดชา เพราะว่าบุญที่เกิดจากการชงชาให้แขกกิน ผมก็จะได้ชามา (หัวเราะ)…
…แต่ถ้าจะเลือกซื้อชา ร้านที่เยาวราชเยอะมาก วิธีที่ดีที่สุดคือ ถามคนขายว่าแต่ละตัวรสชาติเป็นอย่างไรหรือให้เขาชงให้กินเลย แล้วเราก็บอกว่าเราต้องการรสไหน ราคาแบบไหน อย่าไปบ้าจี้ ว่าต้องซื้อของแพงมาก กินอะไรที่มันสบายใจ ไม่ต้องใส่ใจกับอุปกรณ์ชงชามาก เพราะว่ามันมีเพื่อความสะดวก อย่าไปซีเรียสกับมัน แล้วถ้ามาดื่มด้วยกัน ตั้งวง มันจะเกิดอารมณ์ ความสนุก บทสนทนารื่นไหล”
“สิ่งที่ได้จากการชงชาคือ ได้ชงกับได้ชิม มันจบในตัวมัน กระบวนการชง ในช่วงเวลาของการชงมันจะต้องมีสติพอสมควร มันก่อให้เกิดความสงบ เพราะว่าถ้าวันไหนเราไม่สงบ วันนั้นเราก็จะตักชาหก น้ำร้อนกระเด็น ทำล้นบ้าง มันทำให้เราต้องนิ่งอยู่ตรงนั้น ส่วนเวลากิน เราจะต้องจดจ่ออยู่กับมัน เราจึงจะได้รสชาติที่ดี”
ผมจบบทสนทนาแสนสนุกนี้ด้วยการยกถ้วยชาดื่มคารวะเขา 1 ถ้วย
คอลัมน์ LIVING
โดย ณัฐกร เวียงอินทร์ / ภาพ ธนศักดิ์
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม