Performancing Metrics

Custom Search
Page Ranking Tool

 Donate

ความรู้ล่าสุด

ปากเป็นเอก




เดือนพฤษภาคม 2551 เป็นเดือนพิเศษจริงๆ เพราะภายในเดือนเดียวเราได้เห็นคนที่ “พพป.” พัง-เพราะ-ปาก ระดับชาติอย่างน้อย 4 คนด้วยกัน ที่น่าสนใจก็คือ แต่ละคนล้วนเป็นบุคคลระดับเสนาบดีของประเทศไทย

ปากของคนเรานั้นเป็นอวัยวะที่สามารถจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตก็ได้ทั้งนั้น

ทางพระพุทธศาสนามีหลักธรรมที่เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของปากเอาไว้ค่อนข้างมากทีเดียว แม้แต่พระโพธิสัตว์ก็ยังมีอยู่บางพระชาติที่ทรงงดการใช้ปากไปเลย เพราะทรงเห็นว่าการพูดนั้นเป็นทางมาของอันตรายหรือโอษฐภัย อย่าง

พระโพธิสัตว์ที่ชื่อพระเตมีย์ หรือบางทีเราก็เรียกพระเตมีย์ใบ้ คือท่านไม่ตรัสอะไรเลยตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จนกระทั่งทรงเจริญวัยเป็นหนุ่มใหญ่ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ไม่อยากเล่นการเมืองเหมือนพระบิดา พระเตมีย์ใบ้เคยเป็นฉายาของ ฯพณฯ

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีคนปัจจุบันด้วย สาเหตุก็เพราะท่านมักจะเลือกพูดในสิ่งที่เห็นว่าจำเป็นต้องพูดเท่านั้น

การไม่พูดนั้นบางครั้งก็ได้ผลมากกว่าการพูด (พล่าม) เสียอีก

ในเบญจศีลหรือศีล 5 ก็มีศีลข้อที่ 4 ว่าด้วยเรื่องการไม่พูดเท็จ ซึ่งนี่ก็สะท้อนให้เห็นว่า พุทธศาสนาให้ความสำคัญกับการพูดมากแค่ไหน

ในหลักเรื่องมงคลแห่งชีวิตก็มีข้อที่ว่าด้วย “วาจาสุภาษิต” อันหมายถึง การรู้จักพูดอย่างมีศิลปะ พระพุทธเจ้าตรัสว่า การพูดที่ดีนั้นควรจะประกอบด้วย

(1) เป็นความจริง

(2) มีหลักฐานน่าเชื่อถือ

(3) พูดด้วยเมตตา

(4) พูดด้วยภาษาสุภาพ

(5) พูดถูกกาลเทศะ

(6) เป็นภาษาของผู้มีอารยธรรม (ผู้ดี)

(7) ไม่ยุให้แตกสามัคคี

(8) เป็นที่รักที่ชื่นใจของผู้ฟัง

(9) มีประโยชน์

เห็นหรือยังว่าการพูดที่เราพูดๆ กันอยู่ทุกวันนั้น จะพูดให้ดีไม่ใช่เรื่องง่าย หากลองเหลียวมองไปรอบกายของเราดูก็จะพบว่ามีคนที่ “พูดได้” อยู่มากมาย แต่มีคนที่ “พูดเป็น” อยู่เพียงไม่กี่คน

การ “พูดได้” หมายความว่า ใครก็ตามที่เกิดมามีลิ้น มีปาก ก็สามารถพูดได้

การ “พูดเป็น” หมายความว่า นอกจากจะพูดได้แล้วต้องมี “คุณภาพ” ของการพูดประกอบด้วย การพูดที่มีคุณภาพก็คือ การพูดที่สอดคล้องกับเงื่อนไขอย่างน้อย 9 ข้อดังกล่าวมาข้างต้นนั้น

การ “พูดเป็น” นั้นไม่จำเป็นต้องพูดมาก และไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังก็ได้ เพราะการพูดเป็นสิ่งสำคัญอยู่ที่ “เนื้อหา” ของการพูดมากกว่าเสียงพูด

พระพุทธเจ้าทรงเป็นต้นแบบของคนที่พูดเป็น เช่น ครั้งหนึ่งมหาโจรองคุลีมาลวิ่งไล่กวดพระองค์ พลางตะโกนก้องตามมาติดๆ บอกให้พระองค์หยุดเดิน พระพุทธองค์หันกลับมาแล้วตรัสกับองคุลีมาลว่า

“เราหยุดแล้ว แต่เธอสิยังไม่หยุด”

ประโยคเดียวแค่นี้ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของมหาโจรให้เป็นพระอรหันต์ได้อย่างเหลือเชื่อ

อับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีคนเก่งของสหรัฐอเมริกาก็เคยกล่าววรรคทองซึ่งสะท้อนให้เห็นความเป็นสุดยอดนักพูดของท่านว่า

“ประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน”

มาจนถึงยุคโลกาภิวัตน์แล้ว วรรคทองของท่านก็ยังคงเป็นคำนิยามของการ

ปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างชัดเจน

น่าสงสัยว่าในเมืองไทยของเรานั้น พอจะมีวรรคทองที่สะท้อนให้เห็นการพูดอย่างมีคุณภาพของนักการเมืองไทย หรือคนไทยชั้นนำได้บ้างไหม

เพราะเท่าที่ได้ยินได้ฟังกันทุกวันนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นการพูดหรือเป็นการ “แช่ง” กันแน่

ไม่แน่ใจว่าเป็นการแสดงความรู้ หรือการแสดงความรู้สึก เวลาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ไม่แน่ใจว่าเป็นการห้ามปรามมิให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง หรือว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาเสียเอง

เราพูดกันอยู่ทุกวันก็จริง แต่เอาเข้าจริงแล้วเราหาคนที่พูดเป็นกันได้น้อยมาก

สุนทรภู่เคยเขียนถึงการพูดเอาไว้ว่า

“เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก

จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา

แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา

จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ”

ขอฝากกวีนิพนธ์ของบรมครูสุนทรภู่มาให้พวกเราคนไทยทุกคน ผู้ซึ่งจะต้องพูดกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไว้เตือนตนเอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เรียนรู้ที่จะยกระดับจากการ

“พูดได้” ไปวันๆ มาเป็นการ “พูดเป็น” อย่างมีคุณค่าโดยถ้วนหน้ากัน :D

คอลัมน์ Dhamma Intrend
โดย ว.วชิรเมธี wvmedhi@yahoo.com






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>