แนวคิดเรื่อง sustainability หรือความยั่งยืน นั้นไม่ใช่แนวคิดใหม่ หากแต่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในแง่มุมของสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม แต่อีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ ทำอย่างไรองค์กรจึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนที่สุด
ทำไมเราถึงต้องมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนขององค์กร เพราะทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่มีใครที่เปิดกิจการแล้วจะมีความคิดว่า หากไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร ล้มเหลวก็เลิกไป ทำอย่างไรก็ได้ แม้แต่ผู้บริหารมืออาชีพคงไม่ได้มาคิดแค่ว่าจะบริหารไปเรื่อยๆ พอจบก็ออกไป องค์กรจะเป็นอย่างไรก็ไม่เป็นไร เพราะความตั้งใจของทุกคนคือจะทำอย่างไรว่าแม้เราจะไม่อยู่ องค์กรก็ยังยั่งยืนต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารมืออาชีพ หรือเจ้าของธุรกิจ เจ้าของกิจการ เถ้าแก่ เองก็คิดเหมือนกัน แต่องค์กรเคยมานั่งสำรวจดูหรือไม่ว่าสิ่งที่เรากำลังนั่งทำอยู่ในทุกๆ วันนี้กำลังทำให้ความยั่งยืนในอนาคตขององค์กรถูกทำร้ายหรือเปล่า
ดังนั้น เพื่อให้ชัดเจนขึ้นเราควรที่จะมาทำความเข้าใจประเด็นสำคัญๆ เหล่านี้ก่อน โดยจะขอแบ่งออกเป็น 5 ประเด็นหลักๆ
ประเด็นแรก ตัวตนขององค์กร หรือ organizational identity ในภาพของการเป็นตัวตนขององค์กรสิ่งสำคัญมากๆ เลยคือวันนี้องค์กรมองไปไกลขนาดไหน ทุกๆ องค์กรมีวิสัยทัศน์ (vision) และ พันธกิจ (mission) กันทั้งนั้น แต่วิสัยทัศน์ตรงนั้นเราควรจะกลับไปทบทวนดูว่าในวิสัยทัศน์ที่องค์กรตั้งไว้นั้น เมื่อองค์กรไปถึงจุดตรงนั้นแล้วองค์กรเราจะมีความมั่นคง (sustainability) หรือไม่
ฉะนั้น ประเด็นที่สำคัญคือหลายๆ ครั้งที่องค์กรนั่งมอง นั่งคิดในเรื่องของวิสัยทัศน์ขององค์กร จะต้องไม่ลืมที่จะพิจารณาว่าวิสัยทัศน์ตรงนี้จะอีก 3 ปี 5 ปี 8 […]
Share on Facebook
สิ่ งหนึ่งที่เป็นข้อแตกต่างระหว่างการบริจาคเพื่อสังคม corporate philanthropy และความรับผิดชอบทางสังคม corporate social responsi bility (CSR) คือการที่ CSR มองการช่วยเหลือสังคมให้เกิดผลเชิงธุรกิจได้ด้วย
คำถามที่ผู้บริหารบริษัทมักจะถามตัวเองเมื่อจะมีการตัดสินใจในเรื่อง CSR คือ จะช่วยเหลือสังคมอย่างไร และนอกเหนือจากการเกิดประโยชน์ต่อสังคมนั้น จะเกิดประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจที่ทำอยู่อย่างไร บริษัทเม็คคินซี่ย์ได้สำรวจทั่วโลก พบว่าบริษัทส่วนใหญ่คาดหวังผลเชิงธุรกิจควบคู่กับการเกิดประโยชน์ทางสังคม CEO บริษัทเมอร์คได้ส่งบทความ The state of corporate philanthropy : A McKinsey Global Survey (The McKinsey Quarterly) ซึ่งอ่านแล้วไม่น่าแปลกใจว่าบริษัทส่วนใหญ่คาดหวังผลเชิงธุรกิจ
(ดูตารางแสดงวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของงาน CSR)
หากเป็นเช่นนั้นการตัดสินใจของบริษัทว่าจะช่วยเหลือสังคมในเรื่องอะไรบ้าง ก็อาจจะมีส่วนคล้ายการตัดสินใจในเชิงธุรกิจ ดังนั้นการเลือกงานทางสังคมจะต้องดูตัวแปรหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะประเด็นงาน พื้นที่ ชื่อเสียง และศักยภาพของหน่วยงานที่เป็นภาคีในงานพัฒนา แม้ว่าบริษัทจะมีความคาดหวังสูงจากการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม จำนวนบริษัทที่ตอบว่ามีความพอใจมากในผลของ CSR มีเพียงร้อยละ 14 เท่านั้น ขณะที่ส่วนใหญ่มองการบรรลุผลเชิงธุรกิจอยู่ในระดับปานกลาง
ในประเด็นการช่วยเหลือสังคมนั้น การสำรวจของเม็คคินซี่ย์พบว่างานที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ การศึกษา ตามด้วยการพัฒนาชุมชน […]
Share on Facebook
ปลายปีที่แล้ว คณะทำงาน ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งเเวดล้อมของบริษัทจดทะเบียน (CSR) ได้จัดทำคู่มือเล่มหนึ่งมีชื่อว่า “เข็มทิศธุรกิจเพื่อสังคม” (CSR Guidelines) ที่มีเรื่องราวของหลักการการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม แต่หลักการดังกล่าวอาจเข้าใจได้ไม่ง่ายนักสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มทำ
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะทำงานส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งเเวดล้อมของบริษัทจดทะเบียน (CSR) จึงร่วมกับสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (CSRI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงจัดสัมมนาเรื่อง “เข็มทิศธุรกิจเพื่อสังคม : จากหลักการสู่แนวปฏิบัติ CSR” ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อขยายความเข้าใจในหลักการทั้ง 8 ข้อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
งานนี้ ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ รับหน้าที่บรรยายในหัวข้อ “8 แนวทางเพื่อบรรลุ เป้าหมายธุรกิจที่มี CSR” ดร.พิพัฒน์ เริ่มต้นด้วยคำกล่าวที่ว่า “ธุรกิจไม่สามารถประสบความสำเร็จภายใต้สังคมที่ล้มเหลว แม้ปรัชญาของธุรกิจคือการมุ่งแสวงหา ผลกำไร แต่เมื่อสังคมรอบข้างเราอยู่ไม่ได้ ธุรกิจของเราจะเก่งอย่างไรก็ไม่สามารถไปได้ดี” ตอกย้ำแนวคิดว่าทำไมธุรกิจถึงต้องทำซีเอสอาร์
และอธิบายต่อว่า ขณะนี้ความเข้าใจเรื่องซีเอสอาร์ในสังคมว่ามี 2 ประเด็นคือ E (environment) หมายถึงสิ่งแวดล้อม S (social) สังคม และ G (governance) การกำกับดูแลกิจการ อีกประเด็นหนึ่งคือ 3 […]
Share on Facebook
ก่อนวันปิดต้นฉบับเพียงหนึ่งวันได้ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพคุณรุ่งโรจน์ ศรีประเสริฐสุข อดีตข้าราชการท่านผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือกันมานานเกือบ 20 ปี หรือเท่ากับอายุการทำงานในสายอาชีพนักข่าวที่บริษัทมติชน
หลังทราบข่าวจากครอบครัวท่านว่า ท่านลาจากโลกนี้ไปแล้วด้วยโรคหัวใจล้มเหลวในวัย 68 ปี ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ก็รู้สึกใจหาย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่า อาการท่านเริ่มดีขึ้น และพร้อมเตรียมตัวจะกลับบ้านอยู่แล้ว
ยิ่งสังเกตผิวพรรณท่านที่ดูขาวผุดผ่อง นัยน์ตาใสสว่าง ก็คิดว่าท่านคงไม่เป็นอะไรมาก แต่ที่สุดท่านก็จากไปด้วยอาการสงบ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ซึ่งคุณอารี ศรีประเสริฐสุข ภรรยาท่านก็ไม่ทันตั้งตัว
คุณรุ่งโรจน์เป็นข้าราชการมือสะอาด มากความสามารถ และมีความคิดลึกซึ้ง บ่อยครั้งที่ท่านสอนและให้ข้อคิด และบ่อยครั้งท่านมักพูดติดตลกด้วยคำคมที่ตรงไปตรงมา
เมื่อครั้งเป็นอธิบดีกรมการบินพาณิชย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานบอร์ด องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) และผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ชีวิตท่านช่วงนั้นเหมือนการเล่นโต้คลื่น ยามที่คลื่นลมสงบท่านกับครอบครัวก็มีชีวิตสบายๆ มีความสุข เป็นครอบครัวพอเพียงจริงๆ และออกจะแนวๆ โลว์โปรไฟล์ด้วยซ้ำ
แต่ยามที่ลมการเมืองพัดกระหน่ำ ความสุขในการทำงานของท่านอาจลดน้อยลง แต่ความสุขในใจกับความสุขในครอบครัวกลับเพิ่มทวีคูณ
ที่สำคัญเท่าที่รู้จักกันมา ท่านไม่เคยเอ่ยปากว่าใครเลย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง น้องๆ นักข่าวจะหลอกถามยังไงก็ไม่เคยหลุด ท่านสมกับเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ
มีข้อคิดมากมายที่ท่านเคยฝากไว้กับคนใกล้ชิด เช่น คุณชิดชนก-กรรณิการ์ เขมาวุฒานนท์ อ่านกี่เที่ยวๆ ก็ยิ่งซาบซึ้งและเข้าใจโลกมากขึ้น ซึ่งเป็นจดหมายที่ท่านเขียนให้คุณชิดชนกเมื่อ 30 ปีก่อน
ส่วนแรกเป็นคำไว้อาลัยที่คุณกรรณิการ์เขียนถึงท่านเมื่อวันสองวันนี้ค่ะ ทั้งหมดได้บันทึกไว้ในหนังสือไว้อาลัยเล่มกะทัดรัดที่มีผู้ต้องการอ่านมากที่สุดในขณะนี้
เรียนคุณรุ่งโรจน์
ได้ทำงานกับคุณรุ่งโรจน์มากว่า 20 […]
Share on Facebook
เกือบ 6 ปีที่ “บัณฑูร ล่ำซำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เทียวไปเทียวมาเมืองจีนทุกๆ เดือน โดยมียุทธศาสตร์ในใจว่าจะก้าวที่ละสเต็ปอย่างไร
ประเทศจีนมีโอกาสมหาศาลรออยู่เมื่อเทียบกับประเทศไทยที่อุตสาหกรรมแบงกิ้งไม่ใหญ่มากแต่มีการแข่งขันสูง ที่สำคัญตลาดแบงกิ้งไทยไม่ได้โตเร็ว และมาร์จิ้นก็ต่ำลงเรื่อยๆ
เมื่อพิจารณาการค้าไทย-จีน ที่มีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 28% ต่อปี แต่การลงทุนระหว่างไทย-จีนมีเพียงปีละ 250-300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าต่ำ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนไทยจะเข้ามาลงทุนในจีน แต่จะมีสักกี่ธนาคารที่สามารถฉกฉวยโอกาสนี้ได้
ธนาคารกสิกรไทย ภายใต้การนำของบัณฑูร เห็นโอกาสและ ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ลอยไปง่ายๆ จึงเริ่มรุกธุรกิจในจีนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างฐาน เพิ่มความสามารถในการช่วยนักธุรกิจไทย โดยเฉพาะลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่ต้องการไปลงทุนในจีน และยังเป็นการสร้างฐานธุรกิจของธนาคารกสิกรไทยเองด้วย
ก้าวแต่ละก้าวของกสิกรไทยเพื่อรุกธุรกิจในจีน มีงานที่ต้องทำพอสมควรกว่าที่จะให้บริการในระดับที่คนคาดหวังเชื่อมั่นในธนาคารกสิกรไทย โดย “บัณฑูร” เริ่มต้นก้าวแรกอย่างจริงจังเพื่อบุกธุรกิจในจีนเมื่อ 6 ปีที่แล้ว
กลยุทธ์สำคัญที่บัณฑูรต้องทำงานหนักเพื่อวางรากฐานอย่างจริงจังในจีนคือ การสร้างสายสัมพันธ์ (connection) กับ นักธุรกิจในจีน บัณฑูรต้องมาจีนทุกเดือนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ดังกล่าวในหลายมิติ
กล่าวคือ มิติแรก จะเน้นความกว้างของการสร้างความ สัมพันธ์ โดยเริ่มแรกๆ จะมุ่งแค่ 4 เมืองหลักที่มีสำนักงานตัวแทนคือ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง และเสิ่นเจิ้น […]
Share on Facebook
วิกฤตราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนยากที่จะคาดเดาได้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะไปหยุดอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือจะทะยานขึ้นต่อไปเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังไม่มีใคร ให้คำตอบได้
และถ้าหากราคาน้ำมันเป็นไปตามการประมาณการที่บริษัทโกลด์แมน แซกส์ประมาณการเอาไว้ โอกาสที่คนไทยจะได้เห็นราคาน้ำมันขยับขึ้นไปเป็นลิตรละ 50 บาท จึงอยู่ไม่ไกลนัก โอกาสที่จะกลับไปใช้น้ำมันในราคาถูกเหมือนในอดีต… ขอให้ลืมไปได้เลย
ขณะนี้บริษัทรถยนต์ใหญ่ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นค่ายของยุโรป ค่ายอเมริกา ค่ายญี่ปุ่น ก็หันไปพัฒนาเครื่องยนต์ที่สามารถใช้พลังงานทดแทนอย่างอื่นที่ไม่ใช่น้ำมัน อาทิ เครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์, E 10-E 85, ไฮบริด, ไฮโดรเจน เป็นต้น
ซึ่งปัจจุบันค่ายรถยนต์หลายแห่งก็เริ่มผลิตและนำออกมาขายในหลายประเทศแล้ว แต่ยังมีราคาแพงมาก เนื่องจากรถยนต์ที่ผลิตออกมายังมีจำนวนไม่มากพอที่จะทำให้ราคา ต่อหน่วยถูกลง
เพราะฉะนั้นแนวโน้มข้างหน้าก็คงจะได้เห็นรถยนต์พลังงานทดแทนใหม่ๆ ถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในโครงสร้างพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตอยู่เรื่อยๆ อย่างปีที่แล้วรัฐบาลสนับสนุนให้มีการผลิตรถยนต์ E 20 กับอีโคคาร์ หลังจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วในปีนี้ นโยบายของรัฐบาลจึงต้องปรับเปลี่ยนไปสนับสนุนรถยนต์ E 85 แทน
ทั้งนี้เนื่องจากรถยนต์ทั้ง 2 ประเภทแรกยังคงใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลักอยู่ ทำให้นโยบายต้องแปรเปลี่ยนตาม
ส่วนผู้ที่ยังไม่มีเงินพอที่จะไปถอยรถยนต์ป้ายแดง ซึ่งปัจจุบันใช้รถเก่าอยู่ หากทนใช้น้ำมันลิตรละ 40 บาทต่อไปไม่ไหว สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินอยู่ก็สามารถนำรถยนต์ไปดัดแปลงเพื่อใช้ก๊าซ NGV หรือ LPG ได้ในราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่ก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไปจนไม่สามารถ บอกได้ว่าติดก๊าซชนิดไหนจะดีกว่ากัน เหมือนกับบรรดาเซียน วิจารณ์รถยนต์ต่างยี่ห้อ […]
Share on Facebook
“แอปเปิ้ล” ปูพรมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 50 แห่งทั่ว ปท. ทั้งโมเดล iStudio, iBeat และล่าสุดเปิด “U-Store” บุกมหา”ลัยดัง เข้าถึงกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง ประเดิม มธ.-มช. และ ม.รังสิต ประกาศพร้อมเดินหน้าเจรจากับทุกสถาบันการศึกษาที่สนใจ เผยแนวโน้มการเติบโตยอดขายไปได้สวย ผู้บริโภคให้การตอบรับแบรนด์ “แอปเปิ้ล” มากขึ้น ขณะที่ข้อมูลยังไม่ชัด “ไอโฟน” มาเมืองไทยเมื่อไหร่
นายเทอดศักดิ์ สกุลยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันโมเดลช่องทางการจัดจำหน่ายของแอปเปิ้ลมี 3 รูปแบบ คือ iStudio, iBeat และ U-Store โดยในส่วนของ U-Store เป็นโมเดลใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น โดยขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง คือ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต และที่มหาวิทยาลัยรังสิต และเร็วๆ […]
Share on Facebook
รายงาน
10 มิ.ย.ที่ผ่านมา “ฮิวเลตต์-แพคการ์ด” จัดงานเปิดตัวนวัตกรรมและสินค้าใหม่ ของกลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ หรือที่เรียกกันว่า PSG ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีด้วยคอนเซ็ปต์ “HP Connecting to your world” จัดว่าเป็นงานใหญ่ระดับโลกที่เอชพีใช้เป็นเวทีสำหรับสินค้าประจำปี 2551 เลยทีเดียว
“ทอดด์ แบรดลี่ย์” รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ของเอชพี ขยายความว่าปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันการเติบโตของธุรกิจคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กในยุคต่อไป ก็คือการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์ที่ตัวเองต้องการ นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “HP Connecting to your world” และจากแนวโน้มดังกล่าว การพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมของเอชพีจึงจะเน้นไปที่เรื่องการ “เข้าใจ” ในความต้องการของผู้บริโภคในทุกๆ เซ็กเมนต์เพื่อตอบสนองการใช้งานของแต่ละคน แนวทางดังกล่าวสะท้อน ออกมาเป็นคีย์เวิร์ดว่า “Making the computer Personal Again” ซึ่งเอชพี ใช้ในการทำตลาดไปทั่วโลก
“ด้วยความที่คอนเทนต์ถูกสร้างขึ้นมามากมายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งคอนเทนต์ส่วนบุคคลและคอนเทนต์ทางธุรกิจ ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคคือต้องการเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจความต้องการในจุดนี้ และช่วยให้ลูกค้ามีประสบการณ์การใช้งานเพื่อเข้าถึงคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันเราก็จะเน้นการทำตลาดในคนกลุ่ม next generation […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม