Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

เกล็ดหิมะ… แก้กระหาย น้ำส้ม-ขิงสด-น้ำผึ้งปั่น

คุณเคยเป็นบ้างไหมคะที่รู้สึกกระหายน้ำมากๆ แต่ดื่มน้ำเข้าไปกี่แก้วๆ ก็ยังไม่หายสักที แต่พอดื่มน้ำบางชนิดเข้าไปถึงจะหาย เค็กคิดว่าน้ำบางชนิดลดความกระหายน้ำมากกว่าน้ำปกติ เพราะช่วยทำให้เราชุ่มคอด้วยค่ะ ตอนจะเปิดร้านตะลิงปลิงที่เซ็นทรัลเวิลด์นั้น เราพยายามหาน้ำผลไม้แบบที่ต้องการ คือดื่มแล้วลดความกระหายน้ำเป็นพิเศษค่ะ

เค็กเลยทดลองผสมขิงสดที่ทำให้ชุ่มคอเข้าไปในน้ำส้มปั่นและใส่น้ำผึ้งเพื่อให้ทานง่าย หลังจากการปรับไปปรับมาและทำให้คนลองชิมอยู่พักใหญ่ก็ได้ผลที่น่าพอใจเลยละค่ะ หลายๆ คนชอบเพราะบอกว่าดื่มแล้วทำให้ชื่นใจดี พอไปเปิดดูสรรพคุณของขิงสดและน้ำผึ้งก็เลยเข้าใจค่ะ ขิงสดนั้นช่วยย่อยอาหารและลดอาการวิงเวียน เลยทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้น ส่วนน้ำผึ้งนั้นถูกใช้เป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ มีสรรพคุณช่วยสมานแผล (เป็น antibacterial) ใช้รักษาได้ตั้งแต่แผลสดถึงอาการไอเลยค่ะ พอได้ยังงี้แล้วเราก็ไม่รอช้า รีบจับใส่เมนูทันทีเลยค่ะ

จริงๆ แล้วสูตรของน้ำส้ม-ขิงสด-น้ำผึ้งปั่นนี้ ต้องเป็นสูตรตามที่แต่ละคนชอบทาน แต่เค็กจะทำสูตรแบบกลางๆ ไว้ให้ก่อน ส่วนใครจะไปเพิ่มน้ำผึ้งหรือขิงทีหลังก็ได้ ตามพอใจนะคะ ใส่น้ำส้มคั้นสดๆ 1 ถ้วย ขิงสดหั่นฝอย 1/2 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะลงไปในโถ (น้ำส้มคั้นสดนั้นธรรมชาติของเขาจะทำให้มีรสหวานไม่ค่อยเท่ากัน เพราะฉะนั้นเราต้องปรับปริมาณของน้ำผึ้งขึ้นลงตามความหวานของน้ำส้ม) ปั่นส่วนผสมให้ละเอียดเข้ากัน ใส่น้ำแข็งลงไป 1 ถ้วย ใช้ความเร็วต่ำปั่นจนส่วนผสมเข้ากันแล้วจึงใช้ความเร็วสูงปั่นให้ขึ้นฟู เครื่องปั่นน้ำให้เลือกใช้แบบที่ความเร็วสูงที่สุดเท่าที่หาได้ ถ้ายิ่งความเร็วสูงก็จะยิ่งทำให้น้ำปั่นเนียนฟูเป็นเกล็ดหิมะค่ะ ก่อนนำไปเสิร์ฟให้โรยน้ำผึ้งอีก 1 ช้อนโต๊ะ การโรยสูงๆ จะให้ได้น้ำผึ้งเป็นเส้นๆ บนภูเขาน้ำปั่นของเรา เค็กว่าส่วนนี้อร่อยที่สุดเลยค่ะ เวลาทานเค็กจะใช้ช้อนตักภูเขาน้ำผึ้งที่จับตัวกันเป็นเส้นเหนียวๆ นี้ทานก่อนเพื่อนเลยค่ะ […]

นิทานใต้สายฝน

I cannot tell how the truth may be ; I say the tale as it was said to me

Sir Walter Scott

ฉันชอบวันฝนตก

เสียงเม็ดฝนกระทบกะละมังพลาสติกและสังกะสีหลายใบที่แม่เอามารองน้ำไว้ข้างบ้านดังป๋องแป๋ง หลอกให้เราจินตนาการว่าข้างนอกนั่นฝนกำลังตกหนักกว่าที่เป็นอยู่

บ้านต่างจังหวัดของเรามีบริเวณกว้าง หลังบ้านเป็นสวนผลไม้ ก่อนฝนตกจะได้กลิ่นดินโชยหอมติดจมูก เวลาฝนตกแม่จะให้เราช่วยกันเอากะละมังหลากสีสารพัดชนิดไปวางเรียงรองน้ำฝนไว้รอบบ้าน เสียงเม็ดฝนตกกระทบกะละมังดังป๋องแป๋งไพเราะเพราะพริ้ง ทำให้พวกเรามีลุ้น…ลุ้นให้ฝนตกหนักมากๆ

เราชอบให้ฝนตกหนักมากๆ เพราะถ้าฝนตกหนักมากๆ เราจะได้รับอนุญาตให้ออกไปเล่นน้ำฝน…

…แค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง…

แต่ถ้าวันไหนฝนตกแค่เปาะแปะ เป็นอันรู้กันว่าวันนั้นห้ามโผล่หน้าออกไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก้านมะยมจากต้นหลังบ้านจะแล่นลิ่วมาหา สามพี่น้องมีอันต้องเกาะขอบหน้าต่างตาละห้อยมองสายฝนอยู่ในบ้าน

และในวันนั้นพ่อจะมีนิทานปลอบใจมาเล่าให้ฟัง…

พ่อเป็นเซียนเล่านิทานและเป็นต้นตำรับนิทานดัดแปลงทุกรูปแบบ นอกจากนั้นยังมีพลอตนิทานแต่งเองหลายร้อยเรื่องอยู่ในหัว นิทานก่อนนอนเรื่องล่าสุดที่วางพลอตค้างไว้คือเรื่องลูกเสือลูกวัว-หลวิชัยคาวีกับหลอดกาแฟวิเศษ-ที่ยังคงติดค้างและยังเล่าไม่จบจนทุกวันนี้

ในวันฝนตกรอบบ้านเก่าของเราระงมไปด้วยเสียงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ทั้งอึ่งอ่าง กบ เขียด ปาด คางคก ฯลฯ ประสานเสียงกันจนแยกสปีซีส์ไม่ออก พ่อเคยเล่านิทานอีสปเกี่ยวกับแม่คางคกที่พยายามจะพองตัวให้โตเท่าแม่วัว แล้วสอนเราว่า ให้รู้จักความพอดีและอย่าทำอะไรที่มันเกินตัว

พ่อเคยเล่านิทานเรื่องกบเลือกนาย ที่สุดท้ายสวรรค์เบื้องบนก็ส่งเจ้านายนกกระสาลงมาจับกินบรรดากบเรื่องมากจนแทบจะเกลี้ยงสระ แล้วสอนลูกๆ ว่าโลกนี้ไม่มีใครหรืออะไรดีพร้อมตรงใจเราไปเสียทุกอย่าง สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักเรียนรู้และยอมรับ เพราะถ้ามัวแต่เลือกมากอยากจะเฟ้นหาเอาสิ่งที่ดีที่สุดให้ได้ สุดท้ายก็กลับไม่ได้อะไร แถมตัวยังตายเสียอีก

ในวันฝนตกนิทานเหล่านี้จะเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยตามแต่พ่อจะนึกออก แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ลูกทุกคนติดใจ ไม่เล่าไม่ร้องไม่ได้ทุกครั้งที่ฝนตก

นิทานเรื่องนั้นเริ่มต้นด้วยประโยคง่ายๆ ว่า…

ฝนเอยทำไมจึงตก…ฝนเอยทำไมจึงตก…จำเป็นต้องตกก็เพราะว่ากบมันร้อง

กบเอยทำไมจึงร้อง…กบเอยทำไมจึงร้อง…จำเป็นต้องร้องก็เพราะว่างูมันรัด

งูเอยทำไมจึงรัด…งูเอยทำไมจึงรัด…จำเป็นต้องรัดก็เพราะว่าหญ้ามักรก

หญ้าเอยทำไมจึงรก…หญ้าเอยทำไมจึงรก…จำเป็นต้องรกก็เพราะว่าควายไม่กิน

ควายเอยทำไมไม่กิน…ควายเอยทำไมไม่กิน…ควายมันไม่กินก็เพราะว่าท้องมันปวด

ท้องเอยทำไมจึงปวด…ท้องเอยทำไมจึงปวด…จำเป็นต้องปวดก็เพราะว่าข้าวมันดิบ

ข้าวเอยทำไมจึงดิบ…ข้าวเอยทำไมจึงดิบ…จำเป็นต้องดิบก็เพราะว่าฟืนมันเปียก

ฟืนเอยทำไมจึงเปียก…ฟืนเอยทำไมจึงเปียก…จำเป็นต้องเปียกก็เพราะว่า…ฝนมันตก

เริ่มจากช้าๆ แล้วค่อยๆ […]

พักใจในโลกกาแฟ

ยามเหนื่อยล้าจากงานหนักหักโหม … “กาแฟ” รสชาติเยี่ยมสักถ้วยช่วยให้

หลุดพ้นจากโลกอันอ่อนล้าได้อย่างเหลือเชื่อ

ใครไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ กาแฟทรงอิทธิพลกับชีวิตมนุษย์ยุคปัจจุบันขนาดขึ้นแท่นเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับ 2 (รองจากน้ำมัน)

คิดดูว่ามีการเพาะปลูกในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมีผู้ยังชีพด้วยการปลูกกาแฟกว่า 25 ล้านคน !

ว่ากันว่า ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ รวมทั้งกรรมวิธีในการเพาะปลูกต่างกัน ส่งผลให้กาแฟที่ผลิตได้จากแต่ละภูมิภาคมีลักษณะรสชาติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน

ความรู้เรื่องนี้ยักษ์ใหญ่ค่ายกาแฟอย่างสตาร์บัคส์ศึกษาจริงจัง เรียกว่า “Geography is a flavor” โดย “กาแฟจากแถบละตินอเมริกา” มักจะให้รสชาติที่กลมกล่อมของกาแฟแท้ ให้รสชาติของโกโก้หรือถั่ว รวมถึงความสดชื่นกระปรี้ประเปร่า ขณะที่ “กาแฟจากแถบแอฟริกา/อาระเบียน” มักมีรสชาติหลากหลายตั้งแต่รสของผลเบอร์รี่ เครื่องเทศหายาก และกลิ่นหอมของมะนาว ส่วน “กาแฟจากหมู่เกาะเอเชีย-แปซิฟิก” โดดเด่นด้วยบอดี้ที่หนัก มีกลิ่นไอแห่งธรรมชาติ สำหรับ “กาแฟจากแถบหมู่เกาะอินโดนีเซีย” จะเจือกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรจางๆ

ยังมีอีกแบบที่เรียกว่า “เบลนด์” เป็นการผสมกาแฟจากหลายภูมิภาคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งเรื่องกลิ่นและรสชาติ

การันตีกลิ่นและรสชาติด้วยกว่า 100 สาขาทั่วโลก สำหรับบรรยากาศเลือกได้ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ใครชอบกลิ่นอายวัยรุ่นแบบนั่งติวหนังสือไปได้ที่สตาร์บัคส์ สยามฯ ถ้าแนวทันสมัยวัยทำงานก็ต้องที่ทองหล่อ อ้อ ! แต่ถ้าอยากเป็นส่วนตัว มีมุมสวน มุมสงบ อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตัวเอง ตรงไปได้ที่สตาร์บัคส์ หลังสวน

Recommended […]

ซาชิมิ ซูชิ ทูน่า เรื่องของพุงปลากับราคาน้ำมัน

ชาวต่างประเทศอาจจะเรียกปลาดิบหลากชนิดที่ถูกจับวางมาอย่างดีในจานเสิร์ฟรวมๆ ว่า ซูชิ หากแต่ความจริงแล้ว คนญี่ปุ่นเรียกปลาดิบว่า ซาชิมิ ส่วนซูชินั้นหมายเฉพาะถึงปลาดิบที่เสิร์ฟมาเป็นคำพร้อมข้าวหุงผสมน้ำส้มสายชู โดยพ่อครัวจะปั้นข้าวเป็นก้อนทาด้วยวาซาบินิดหน่อย ก่อนจะใช้เนื้อปลาที่แล่เตรียมไว้ประกบเข้าด้วยกันให้มีขนาดพอดีคำ วิธีกินซูชิจึงควรกินครั้งเดียวให้หมดก้อน เพราะถ้าตัดแบ่งจะทำให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากกัน การกินซูชิจึงควรกินด้วยมือ ซึ่งนอกจากจะไม่ผิดมารยาทบนโต๊ะอาหารแล้ว ยังกินได้ง่ายกว่าการใช้ตะเกียบ แต่ถ้ายังห่วงว่าจะไม่งาม ก็ให้นึกไว้ว่าแม้ในซูชิบาร์ราคาแพงของญี่ปุ่น พ่อครัวผู้ชำนาญการแล่ปลาและปั้นข้าว ก็ล้วนใช้มือเปล่าในการทำซูชิทั้งสิ้น

การใช้มือเปิบซูชิเข้าปากจึงเป็นเรื่องปกติ แถมยังเป็นการย้อนระลึกถึงรากเหง้าของซูชิ ซึ่งว่ากันว่าถือกำเนิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แถวบ้านเรานี่เอง โดยคนญี่ปุ่นเรียนรู้วิธีการถนอมอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาสดๆ ที่จับได้ด้วยการใช้ข้าวกับเกลือ ทำให้เกิดกระบวนการหมัก นอกจากจะช่วยยืดอายุของปลาแล้ว รสเปรี้ยวเล็กน้อยที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างเนื้อปลากับข้าวที่กลายสภาพเป็นน้ำส้มสายชู ก็ช่วยทำให้อาหารอร่อยขึ้น คำว่าซูชิในภาษาญี่ปุ่น จึงชัดเจนอยู่ในตัวของมันเอง เพราะแปลว่า มันเปรี้ยว

จากวิธีการเดิม ชาวเมืองเอโดะหรือโตเกียวในปัจจุบัน ได้พัฒนาซูชิให้สะดวกในการกินมากขึ้น โดยไม่ต้องรอหมักปลากับข้าวจนเกิดรสเปรี้ยว หากแต่ใช้น้ำส้มสายชูผสมลงในข้าวเพื่อร่นระยะเวลาแทน โดยปลาถูกนำมาใช้ประกบภายหลัง เรียกว่า นิกิริซูชิ หรือซูชิที่กินด้วยนิ้ว อันเป็นต้นตำรับของซูชิที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากปลาดิบแล้ว คนญี่ปุ่นยังใช้กุ้ง ไข่ปลา หนวดปลาหมึก และไข่หวานในการสร้างสูตรซูชิใหม่ๆ ในร้านที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วประเทศ ยิ่งเมื่อซูชิเดินทางออกสู่ต่างประเทศตามความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น พ่อครัวจากภูมิภาคต่างๆ ได้พยายามหาเนื้อดิบอีกหลายประเภทเพื่อนำมาทำซูชิ แต่เนื้อสัตว์เหล่านี้ก็ไม่สามารถแทนที่เนื้อปลาทูน่า ซึ่งเป็นสุดยอดของซูชิญี่ปุ่นได้ โดยเฉพาะเนื้อช่วงพุงปลาที่เรียกกันว่า โอะโทะโระ ซึ่งนอกจากจะมีความอร่อยล้ำแล้ว ยังหายากและมีราคาแพงมากด้วย

แม้เราจะพบเห็นซูชิสำเร็จรูปวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วทุกหัวระแหง […]

สู้ต่อไป…

จับกระแสข่าวยอดนิยมและอยู่ในความสนใจของผู้คนในรอบสัปดาห์ นับนิ้ววนไปวนมามีเพียง 2 เรื่องหลัก

เรื่องแรก - วิกฤตการเมืองอันแสนร้อนรุ่มและน่าเบื่อหน่าย

เรื่องสอง - วิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก ไม่ยกเว้นแม้แต่คนไทย มาเลย์ และคนเวียดนาม

สองเรื่องนี้ผูกปมติดกันแน่นจนแกะแทบไม่ออก

แต่ชีวิตและธุรกิจก็ต้อง “สู้ต่อไป”

แม้ปมจะเป็นคนอื่นที่ผูกไว้ “เราเป็นเจ้าของชีวิตเรา เราเป็นเจ้าของธุรกิจเรา” ก็ต้องคิดและคลี่ปมด้วยตัวเอง โดยหวังว่า “สักวันเราจะก้าวผ่านพ้น”

ในวงประชุมสัมมนาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันก่อนเหล่ากูรูทางด้านเศรษฐศาสตร์ของเมืองไทย อาทิ ดร.อัมมาร สยามวาลา รักษาการประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หรือหม่อมอุ๋ย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาประเมินผลงานและแจกเกรด F สอบตกแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มาร์เก็ตติ้งแมนที่แก้ไขปัญหาราคาข้าวจนเละ

ร้อนถึงนายกรัฐมนตรี “สมัคร สุนทรเวช” และรัฐมนตรีขุนคลังหมอเลี้ยบ “นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” เพราะต้องฟังคำติติงด้วยหัวใจเป็นธรรม โดยเฉพาะนโยบายการบริหารข้าวเกิดข้อผิดพลาด ทั้งสองท่านก็มีส่วนในกระบวนการตามขั้นตอนรับจำนำข้าวผ่านกลไก ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)

แม้แต่ “ข้าราชการประจำ” ก็ต้องรับฟังด้วย ไม่ใช่วันๆ เอาแต่พยักหน้า

ถ้ารับรู้ข้อมูลข่าวสารแล้วปวดหัว สิ่งหนึ่งที่จะแก้ได้ในช่วงนี้ คือ ปรับหน้าจอไปช่องกีฬา

ดูบอลยูโร 2008 ดีกว่า แต่ละคู่ที่ฟาดแข้งกัน […]

บัตรเครดิตต่อลมหายใจลูกหนี้ ชงธปท.ผ่อนเกณฑ์ชำระขั้นต่ำเหลือแค่ 5% หวั่นNPLโป่ง

ชมรมบัตรเครดิตเตรียมชงแบงก์ชาติ คลายกฎชำระขั้นต่ำ 10% เหลือ 5% ช่วยต่อลมหายใจลูกหนี้ หลังค่าครองชีพทะยาน หวังสกัดปัญหา NPL เผยเอ็นพีแอลบัตรเครดิตไตรมาสแรกอยู่ที่กว่า 6 พันล้าน ขยับเพิ่มขึ้น 3.45%

จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่สภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นทุกด้าน สินค้าต่างๆ ทยอยปรับราคาขึ้น ภาระทางการเงินของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังคงมีรายได้เท่าเดิม จึงต้องพยายามลดรายจ่ายหลายๆ ด้านลง แต่หนึ่งในกลุ่มรายจ่ายที่ลดลงไม่ได้ คือ สินเชื่อบัตรเครดิตที่ต้องผ่อนชำระขั้นต่ำ 10% ของยอดค้างชำระตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงเป็นกลุ่มสินเชื่อที่เสี่ยงจะเกิดเอ็นพีแอลในช่วงนี้ เพราะความสามารถในการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง

นายโชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต เปิดเผยว่า ในการประชุมสมาชิกชมรมครั้งที่ผ่านมา มีสมาชิกผู้ประกอบการบัตรเครดิต 3-4 ราย พบว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพสูงในปัจจุบัน ทำให้การผ่อนชำระขั้นต่ำ 10% ของยอดค้างชำระในบัตรเครดิตตามเกณฑ์ของ ธปท.ทำได้ค่อนข้างลำบาก และเสี่ยงว่าจะทำให้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น จึงขอให้ชมรมเป็นตัวกลางในการเสนอ ธปท. ขอผ่อนปรนเกณฑ์การชำระขั้นต่ำลงเหลือเพียง 5% ของยอดค้างชำระ
ทั้งนี้กลุ่มผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวโน้มสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งคาดว่าภายใน 1 เดือนจะสามารถยื่นข้อมูลดังกล่าวให้ชมรมไปเสนอต่อ ธปท.ได้

“แม้ในอนาคต ธปท.จะผ่อนปรนการชำระขั้นต่ำเหลือ […]

การตลาดบน “ความอับอาย”

โฆษณาทางโทรทัศน์ของผงซักฟอกยี่ห้อ Wisk เปิดตัวด้วยภาพของคุณแม่ ที่กำลังแพ็คกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ให้กับคุณพ่อ และทันทีที่เธอปิดกระเป๋า สปริงก็เด้งออกทำให้ฝากระเป๋าเปิดออกมาอีก พร้อมๆ กับเสียงแหลมแสบแก้วหูของเด็ก ที่ร้องเป็นเพลงมาจากด้านในของกระเป๋า “มีรอยเปื้อนรอบคอ มีรอยเปื้อนรอบคอ” เป็นเสียงทำนองเพลงเด็กที่คุ้นหู ส่อแววล้อเลียน และขยะแขยงร่องรอยที่ไม่สะอาดบนเสื้อผ้า

และโฆษณาอีกชิ้นหนึ่งเป็นเรื่องราวของชายผู้ทำงานอยู่บนเรือ และหัวหน้าผู้ควบคุมเรือซึ่งเป็นผู้หญิง เธอจับปกเสื้อของเขาเพื่อตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย และพบรอยจางๆ บนปกเสื้อ เธอก็สะบัดมือหนีด้วยความรังเกียจ

นิตยสาร Ad Age จัดอันดับให้งานโฆษณาของผงซักฟอก Wisk เป็นโฆษณาสุดคลาสสิกลำดับที่ 62 จากโฆษณายอดเยี่ยม 100 อันดับแห่งศตวรรษที่ 20 ด้วย

โดยปกติแล้ว การสร้างกระแสสังคมในหมู่นักโฆษณาโดยมุ่งหวังผลตอบรับด้วยยอดขาย อาจนำมาสู่วิถีการบริโภค และค่านิยม หรือความคิดในแบบใหม่ๆ ของคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเกี่ยวกับการแบ่งแยกสีผิว ชนชั้น ศาสนา หรือแม้กระทั่งเพศ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ดังนั้น งานโฆษณาที่วาดภาพของการรังเกียจเสื้อที่มีรอยด่าง หรือรอยเปื้อน ผู้คนที่รับสารนี้อาจไม่ได้ตีความเพียงแค่ เสื้อที่สกปรก แต่พวกเขาอาจถูกฝังความรู้สึกในการรังเกียจเสื้อผ้าที่ไม่สะอาดตาเข้าไปในสมองอย่างไม่รู้ตัวด้วยก็เป็นได้

อีกนัยหนึ่ง นักการตลาดเองก็ค่อนข้างต้องคิดอย่างรอบคอบในการนำเสนอชิ้นงานโฆษณาที่จะชักชวนให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ตัวเองจะไม่กลายเป็นตัวตลก หรือเป็นคนที่สังคมถอยหนี และถ้าหากคุณไม่อยากตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ทำไมจึงไม่เลือกซื้อสินค้าที่อยู่ในโฆษณา?

ถ้าหากโฆษณาของผงซักฟอกไม่ค่อยจะคุ้นตาเท่าไหร่นัก แคมเปญที่ใช้แนวทางในการทำโฆษณาที่คล้ายๆ กัน คือผลงานของ […]

นักชอปไอที ยุคดิจิทัล

มีตัวเลขที่น่าสนใจระบุว่า กำลังซื้อไอทีในกลุ่มคอนซูเมอร์ หรือผู้บริโภคทั่วไปปัจจุบันมีมากถึง 52,000 ล้านบาท แต่ในจำนวนนี้ ยังไม่มีตัวเลขแน่ชัดที่บอกว่ากลุ่มเป้าหมายใหญ่อย่าง “วัยรุ่น” มีกำลังซื้อเป็นตัวเลขสักเท่าไหร่ รู้เพียงว่า กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้กลายเป็น “เค้กก้อนโต” ที่หลายผู้ค้าไอทีกำลังให้ความสนใจ

ล่าสุด “พันธุ์ทิพย์ ตำนานห้างไอทีย่านประตูน้ำ จัดงานลดกระหน่ำสินค้าไอทีกว่า 40% นอกจากจะกระตุ้นกำลังซื้อแล้ว ยังลดราคาเอาใจเด็กๆ วัยรุ่น และวัยนักศึกษาที่อยู่ในช่วงฤดูกาลเปิดเทอมด้วย รวมทั้งแผนการเปิด “ดิจิทัล เกตเวย์” ย่านสยามสแควร์ ห้างแฟชั่นไอทีก็เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน

“เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ” กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) เล่าว่า แม้วันนี้เศรษฐกิจภาพรวมจะไม่ดี แต่สินค้าไอที ก็มีความจำเป็นต่อกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา เพราะไอทีกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเรียน การค้นคว้าหาความรู้ของเด็กยุคปัจจุบัน ถือเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ และมีกำลังซื้อไอทีที่ค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่จะใช้เงินของผู้ปกครองเป็นหลัก เพราะปัจจุบันผู้ปกครองต้องการให้ลูกหลานตัวเองได้ใช้อุปกรณ์ไอทีเข้ามาช่วยเสริมเรื่องการเรียนมากขึ้นกว่าในอดีต

“เทคโนโลยีใหม่อย่างอะตอม จะเข้ามาช่วยให้ผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้ตัดสินใจซื้อโน้ตบุ๊คได้ง่ายขึ้นในราคาแค่ 10,000 ต้นๆ ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น และมีกำลังซื้อไอทีวันนี้มีประมาณ 12-13 ล้านคน กลุ่มนี้จะไดร์ฟตลาดไอทีให้โตขึ้น โดยเฉพาะโน้ตบุ๊คจากแสนตัวก็จะเพิ่มเป็นล้านตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า” เอกรัศมิ์ ว่า

ขณะที่ “ปฐม […]