วีกเอนด์ที่ผ่านมา ได้โฉบไปดิสเคานต์สโตร์ชื่อดัง “โลตัส” ในโซนขายอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลาย วางขายตั้งแต่เครื่องเล่มเอ็มพี 3, ดีวีดี และโทรศัพท์มือถือ แค่อึ้งกับจำนวนมือถือที่วางเรียงรายให้ทดลองใช้เป็นตับยังไม่พอ ก็ไปสะดุดตากับป้ายแสดงราคา “899 บาท และ 949 บาท”
899 บาท เป็น “โฟนวัน” รุ่น BW101 เฮาส์แบรนด์ของบริษัท ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด (WDS) ในเครือยักษ์มือถือ “เอไอเอส” ไม่ใช่แค่ถูก ยังมีของแถมเป็นแอร์ไทม์แถมให้โทร.ฟรีอีก 120 บาท
กับ “โฟนวัน” ยังพอทำเนา แต่ “949 บาท” ที่อยู่ข้างๆ กันนี่สิ แม้จะเป็นรุ่นโลว์เอนด์ (1200) ที่มีไว้เน้นทำวอลุ่มโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่เคยเห็นทำราคาลงมาต่ำติดดินถึงขนาดนี้สำหรับเจ้าตลาดมือถือโลก และในบ้านเราอย่าง “โนเกีย”
“กุลดิษฐ์ สมุทรโคจร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด (WDS) บอกว่า โมเดิร์นเทรดและดิสเคานต์สโตร์ต่างๆ นำมือถือเข้าไปวางขายเช่นเดียวกับสินค้าอื่นๆ ซึ่งมีเกือบทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนมดังหรือเฮาส์แบรนด์ อาทิ โนเกีย, ซัมซุง, โมโตโรล่า, โฟนวัน เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่นำเข้าไปทำตลาดผ่านทางตัวแทนจำหน่ายหลัก เช่น ยี่ห้อโนเกียและโมโตโรล่าสั่งจาก WDS แต่กรณีซัมซุงรุ่นที่เป็นตัวสร้างยอดขาย เช่น รุ่น C160 มีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ดิวตรงกับผู้ผลิตเพราะเป็นนโยบายของซัมซุงเอง
“ในแง่มาร์เก็ตแชร์รวม โนเกียยังมาอันดับ 1 คือกว่า 60% อันดับ 2 สูสีระหว่างไอ-โมบายกับซัมซุง ที่ 11-12% ห่างจากอันดับ 1 เยอะมาก เช่นเดียวกับอันดับ 3 และ 4 ห่างจากที่ 2
มาก อยู่ที่ 3-4% เท่านั้น ก็มีโมโตโรล่า โซนี่ อีริคสัน และแอลจี เป็นต้น อื่นๆ ก็จะเป็นเฮาส์แบรนด์อย่างโฟนวัน มีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 4% ซึ่งโดยรวมแล้วเฮาส์แบรนด์มีส่วนแบ่งในตลาดมือถือเยอะขึ้นมาก”
ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายในตลาดรวมโทรศัพท์มือถือไม่สู้ดีนัก เฉลี่ยทำได้เดือนละ 6 แสนกว่าเครื่อง แต่ที่น่าแปลกใจ เป็นยอดขายในเดือน พ.ค.ที่ได้รับการรายงานล่าสุดจากผลสำรวจของ “จีเอฟเค” ที่พบว่ายอดเดือน พ.ค.สูงถึง 8.3 แสนเครื่อง โดยทั่วไปเดือน พ.ค.เป็นช่วงที่ยอดขายต่ำกว่าเดือนอื่นในรอบปี เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอมอีก ทั้งช่วงนี้มีปัญหาน้ำมันขึ้นราคาฉุดกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่องด้วย
สิ่งที่เหมือนกันระหว่างเฮาส์แบรนด์และแบรนด์เนมคือ เครื่องราคาถูก มีสัดส่วนของยอดขายมากที่สุด เช่น โนเกียกับรุ่น 1200 “กุลดิษฐ์” ประเมินว่าน่าจะมีสัดส่วนมากถึงกว่า 20% โดยเครื่องรุ่นนี้มียอดขายเฉลี่ย 1 แสนเครื่อง/เดือน ถัดมาเป็นโนเกียรุ่น 1208 (ราคา 1,150 บาท)
“โนเกียขายดีที่สุด แต่ต้องยอมรับว่า ปัญหาเรื่องการตัดราคาก็มาก และคอนโทรลได้ยากมาก เพราะอะไร เพราะเป็นสินค้าที่ขายได้อยู่แล้ว แค่ลดราคาลงนิดเดียวก็ขายเป็นจำนวนมากๆ ได้ จึงเป็นยี่ห้อที่มีความอ่อนไหวต่อการตัดราคามาก เทียบกับบางยี่ห้อ แม้จะลดราคามากๆ ก็ยังขายไม่ได้”
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม