Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

แม้ตัวไกล แต่ใจยังอยู่?

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2551 คือวันสุดท้ายที่บิล เกตส์ (Bill Gates) จะมีภาระกิจประจำวันในไมโครซอฟท์ แต่ถึงตัวจะจากไกลแต่ยังไม่แน่ใจว่าหัวใจและความคิดของบิล เกตส์จะยังอยู่กับไมโครซอฟท์หรือไม่ เพราะข้อมูลในอดีตของไมโครซอฟท์ยืนยันว่ายังมีแนวคิดของเกตส์ที่ต้องศึกษาอีกนานหลายปี ขณะที่มูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation บ้านใหม่ของเกตส์ระบุว่า เกตส์จะเข้ามาดูแลเฉพาะส่วนกลยุทธ์ของมูลนิธิให้มากขึ้นเท่านั้น ไม่เน้นเรื่องการบริหารจัดการในองค์กร
       
       สื่อต่างประเทศรายงานความคืบในไมโครซอฟท์ต่อกรณีการเกษียนตัวเองจากบริษัทไมโครซอฟท์ของบิล เกตส์ ว่านโยบายล่าสุดที่เกตส์มอบให้กับไมโครซอฟท์นั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญ เกตส์ไม่ได้ยกตัวอย่างเฉพาะเจาะจงของแต่ละแนวคิด แปลว่าไมโครซอฟท์จะต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาพัฒนามากกว่า 5 หรือ 10 ปี แยกต่างหากจากแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปกติที่ไมโครซอฟท์ดำเนินอยู่
       
       อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าไมโครซอฟท์อาจตกที่นั่งลำบากหากเอาแต่ศึกษาตามแนวคิดของเกตส์ เพราะไมโครซอฟท์เองก็มีปัญหาหนักอกที่ต้องแก้ไขอยู่ในขณะนี้ ท่ามกลางการแข่งขันและโลกอินเทอร์เน็ตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยก็เชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะยังอยู่ใต้ร่มเงาความคิดของบิล เกตส์ต่อไป ซึ่งยังต้องจับตาดูว่าไมโครซอฟท์จะเลือกเดินเส้นทางของตัวเองอย่างไร
       
       ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่า นโยบายของเกตส์ที่ยังอยู่ในความสนใจของไมโครซอฟท์ถูกแยกออกเป็น 5 ประเภทตามกลุ่มลูกค้าและประเภทการใช้งาน แนวคิด 5 ประเภทนั้นได้แก่ ความสามารถในการเชื่อมต่อ การจัดการข้อมูล และการเพิ่มผลผลิต (Connected, informed & productive) สำหรับลูกค้ากลุ่มปฏิบัติการ และความสามารถในการควบคุมระบบที่มีประสิทธิภาพ […]

Push หรือ Pull Marketing แนวคิดแบบไหน “รุ่ง” บนอินเทอร์เน็ต

       ทฤษฎีทางการตลาดแบ่งกลยุทธ์ทางการตลาดออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ใช้วิธีผลักดัน หรือ Push Marketing กับกลุ่มที่ใช้วิธีดึงดูด หรือ Pull Marketing กลยุทธ์การตลาดแบบพุช เป็นแนวทางการส่งเสริมการตลาดที่ใช้งานขาย และกิจกรรมการส่งเสริมการตลาดเป็นตัวผลักดันให้เกิดความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้น โดยเป็นการผลักดันผู้ค้าส่งโดยผู้ผลิต การผลักดันผู้ค้าปลีกโดยผู้ค้าส่ง และการผลักดันผู้บริโภคโดยผู้ค้าปลีก
       
        ตัวอย่างของกิจการที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบพุช มาร์เก็ตติ้ง ตัวอย่างกว้างขวางในโลกการตลาดตอนนี้คือ โทรศัพท์มือถือ อย่างโนเกียยักษ์ใหญ่ของวงการส่งเสริมการจำหน่ายมือถือผ่านผู้ค้าปลีกอย่างคาร์โฟนแวร์เฮาส์ ควบคู่กับการใช้ทีมงานขายเพื่อตัดตอนผู้ขายส่งและผู้ขายปลีกออกไป เพื่อให้กิจการเข้าถึงลูกค้าคนสุดท้ายหรือปลายทางเองโดยตรง
       
        ในส่วนของการผลักดันผู้ค้าปลีกนั้น โนเกียใช้การตั้งเงินอุดหนุนหรือชดเชยให้แก่ผู้ค้าปลีก เพื่อให้ผู้ค้าปลีกช่วยเชียร์สินค้าของโนเกียกับลูกค้า พร้อมกับจัดกิจกรรมออกร้านในงานแฟร์ต่างๆ เองโดยตรวจเพื่อเข้าให้ถึงลูกค้าผู้ใช้รายคน
       
        ส่วนพูล มาร์เก็ตติ้ง มักเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทุ่มงบประมาณด้านโฆษณาและการส่งเสริมการตลาดผู้บริโภคเพื่อสร้างความต้องการสินค้าจากกลุ่มผู้บริโภค เพื่อผู้บริโภคไปตามหาสินค้าจากร้านค้าปลีก ก็จะกระตุ้นให้ร้านค้าปลีกหาสินค้ามาจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง
       
        กลยุทธ์พูล มาร์เก็ตติ้ง เป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลดีในธุรกิจจำหน่ายของเล่นเด็กของกิจการระดับชั้นนำของโลก โดยการโฆษณาให้เป็นตัวของเล่นเด็กใหม่ๆ ทางทีวี ทำให้เด็กๆ ที่เป็นลูกค้าอยากได้ ร้องขอให้พ่อแม่พาไปซื้อหรือหาซื้อให้ พ่อแม่ก็จะไปตามหาตามร้านค้าปลีก ร้านค้าปลีกจะสั่งซื้อจากร้านค้าส่ง และร้านค้าส่งจะไปหาจากแหล่งผลิต
       
        นอกเหนือจากของเล่นเด็กแล้ว นักการตลาดยังทำการโฆษณาลดราคาสินค้า แจกคูปอง หรือซื้อ 1 แถม 1 เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากซื้อสินค้านอกเหนือจากความต้องการพื้นฐานตามปกติ โดยใช้ความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นและกรอบเวลาการส่งเสริมการตลาดเป็นตัวกดดันให้เกิดการซื้อเพิ่มภายในเวลาที่กำหนด การจัดรายการมิดไนท์เซลล์ […]

คอมพ์แห่งอนาคตฉีกกฎดีไซน์+นวัตกรรม

       *ใครว่า คอมพิวเตอร์ไม่มีดีไซน์ โปรดคิดใหม่ได้แล้ว
       
       *เอชพีขอปลุกกระแสโน้ตบุ๊กที่มีคอนเซ็ปต์
       
       *ดีไซน์+นวัตกรรม ส่วนผสมที่ลงตัว
       
       ไม่รู้ว่า เป็นธรรมเนียมหรือกฎข้อบังคับหรือเปล่าที่จะติดตามเทรนด์ “แฟชั่น” มักจะต้องพุ่งเป้าไปที่แบรนด์ดังๆ ระดับโลก “อาร์มานี่” “หลุยส์ วิตตอง” “คาลวิน ไคลน์” ว่า ในแต่ละปีจะเป็นอย่างไร ปีนี้สีดำมา เนื้อผ้าเบา ใส่สบาย ฯลฯ หลังจากนั้นก็จะเห็นเทรนด์ดังกล่าวแพร่หลายไปตามส่วนต่างๆ ของโลก แล้วปีถัดมาจะเป็นอย่างไร ภาพเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วในโลกของสินค้าไฮเทคโนโลยี และผู้ที่บุกเบิกถึงเรื่องการผสมผสานเทรนด์ “ดีไซน์” กับเทรนด์ “อินโนเวชั่นเทคโนโลยี” เข้าด้วยกันก็คือ “เอชพี”
       
        แนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอซีทีให้เกิดเป็นกระแส เป็นแฟชั่นหรือคอนเซปต์เทคโนโลยีนั้น ทางเอชพีบุกเบิกมาแล้ว 2 ปี ในปีที่แล้ว “โมบิลิตี้” เป็นคอนเซปต์เทคโนโลยีที่ทางเอชพีพูดถึงและได้พัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ออกมาตลอดทั้งปี มาในปีนี้ “HP Connecting to your world” จะเป็นคอนเซ็ปต์หลักที่ทางเอชพีจะไป
       
       ”ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เติบโตในยุคต่อไป หนีไม่พ้นเป็นเรื่องของการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์ “ทอดด์ แบรดลี่ย์” รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ ของเอชพี เวิลด์ไวด์เล่าถึงที่มาของคอนเซ็ปต์ที่ใช้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจเพอร์ชั่นแนล ซิสเต็มส์ให้ฟัง
       
       กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทางกลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล […]

เขาพระวิหาร ลับล่อ ซ่อนเร้น อำพราง !

เปิดพื้นที่รบใหม่ NGV พลิกวิกฤตเทียบชั้นบิ๊ก

คุยเท่ๆ แบบไร้สาย”บลูทูธ” หลากสไตล์

 

เท่กันทั้งเมืองเมื่อกระแสการใช้งานบลูทูธได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน คุยแบบไร้สายที่ไม่ถูกหาว่าเป็นคนบ้าพูดคนเดียว กลายเป็นแฟชั่นที่เริ่มประชันความโดดเด่นของบลูทูธตัวจิ๋วว่าใครแน่กว่ากัน การใช้งาน ณ วันนี้จึงเป็นสิ่งที่แต่ละคนเลือกจากหลากหลายสไตล์ของ “บลูทูธ” ที่พาเหรดออกมาให้เลือกใช้อย่างมากมาย
       
        การตอบรับกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับขี่ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2551 มาจนถึงวันนี้ครบหนึ่งเดือน จะเห็นได้ว่าผู้คนผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือและต้องขับขี่รถยนต์ต่างเลือกใช้บลูทูธเป็นอุปกรณ์ข้างหู จนกลายเป็นแฟชั่นที่ให้คนที่พบเห็นต้องเลียวมามองกับดีไซน์ของบลูทูธที่มีอยู่อย่างหลากหลาย หรือบางคนอาจเลือกในสไตล์ที่เป็นบลูทูธที่ติดตั้งไว้ในรถยนต์เพียงอย่างเดียว
       
        ฝากฝั่งผู้ผลิตบลูทูธได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคเลือกใช้ตามสไตล์ อย่างหูฟังบลูทูธโมโตโรล่า H680 Female มาภายใต้ดีไซน์สุดเทรนดี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่เก๋ไก๋ ทันสมัยเสมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง สวย หรูหรา พื้นผิวด้านข้างฉาบด้วยวัสดุโลหะ ด้านบนเคลือบวัสดุมันวาวคล้ายกระจก พร้อมลวดลายเลเซอร์
       
        ชุดหูฟังบลูทูธนี้ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดของอุปกรณ์สื่อสาร ตัวลำโพง แป้นหูฟังและที่เกี่ยวหูได้รับการออกแบบให้สอดรับกับสรีระของใบหู ตำแหน่งของลำโพงในแป้นหูฟังวางอยู่ใกล้หูมากกว่าเดิม มีที่รองหูฟังเพื่อให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น สามารถสวมได้ทั้งหูซ้ายและหูขวา โดยที่เกี่ยวหูแบบหมุนปรับได้น้ำหนักเบาและแทบไม่รู้สึกอะไรเวลาใส่ สามารถสนทนาต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานถึง 8 วัน
       
        สำหรับค่ายใหญ่อย่างโนเกียมีบลูทูธรุ่นใหม่มาสร้างกระแสเช่นกัน ไล่ตั้งแต่ บลูทูธรุ่น BH101 เป็นบลูทูธดีไซน์สวยงามกระทัดรัด สายคล้องปรับระดับได้ เปิดรอรับสายได้นาน 180 ชั่วโมง และรองรับการสนทนาต่อเนื่องนาน 8 ชั่วโมง […]

My Sassy Girl ปรัชญาแห่งรักของนังตัวร้าย

       จะประสบความสำเร็จ หรือหกล้มปากแตกไม่เป็นท่ายังไงก็ตาม แต่ขบวนการรีเมคของนักทำหนังบนถนนฮอลลีวูดก็ยังคงเดินหน้าสร้างผลงานกันได้เรื่อยๆ และ My Sassy Girl หนังเกาหลีที่โกยรายได้ถล่มทลายในบ้านเกิด (รวมทั้งเมืองไทยเรา) เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ก็คือหนังเรื่องล่าสุดที่ถูกเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็นฝรั่งเรียบร้อยแล้ว
       
       การส่งนังตัวร้ายออกอาละวาดซ้ำในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นมาหลังจากผู้อำนวยการสร้างหนังอย่าง “พอล บรูกส์” เกิดไปถูกโฉลกกับบทหนังของ My Sassy Girl เข้าอย่างจัง ทั้งๆ ที่เขาเองยังไม่ได้ดูหนังในฉบับออริจินอลด้วยซ้ำ
       
       “ผมคิดว่าบทหนังดีมากเลยนะ แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อผมได้ดูหนังในเวอร์ชันเกาหลีจริงๆ ผมกลับเกิดลังเลใจนิดหน่อย เพราะหนังในฉบับเกาหลีมันมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมมากจากสิ่งที่เราอยากทำ” หัวเรือใหญ่แห่ง My Sassy Girl เล่าถึงที่มาที่ไป พร้อมกับบอกว่า การรีเมคนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ที่ทำให้เขากังวลใจที่สุดนั้นก็คือว่า…
       
       “ในหนังฉบับเกาหลีนั้น นางเอกดูจะก้าวร้าวไปสักหน่อย ขณะที่พระเอกก็เจี๋ยมเจี้ยมสุดๆ เราเลยต้องเอามาปรับกันเพื่อให้เหมาะกับคนดูที่นี่ และถือเป็นความโชคดีของเราที่ได้อิไลช่า (คัธเบิร์ท) กับเจซซี่ (แบรดฟอร์ด) มารับบทนำ ซึ่งพวกเขาสามารถค้นพบจุดที่พอดีที่จะทำให้ชาวอเมริกันหลงรักตัวละครได้”

       ในขณะที่ผู้กำกับ “ยาน แซมมวล” ซึ่งมารับตำแหน่งไดเร็กเตอร์ของหนังเรื่องนี้ก็พูดคล้ายๆ กันกับผู้อำนวยการสร้างทั้งในแง่ของบทหนังรวมทั้งความลึกมีมิติของตัวละครหลักทั้งสอง
       
       “ตอนที่ผมอ่านบท ผมก็รู้สึกได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างเทพนิยายกับความเป็นจริง” แซมมวลผู้สร้างชื่อมาจาก Love Me If You Dare หลุดถ้อยคำออกมาราวกับกำลังบรรลุถึงอะไรสักอย่าง
       
       “ในมุมมองของผม […]

ทุกคนคือบันไดสู่ความสำเร็จอย่างนั้นหรือ ?

“ถ้าไม่ข้ามหัวคนอื่น จะสำเร็จได้อย่างไร”

ความคิดที่ฝังอยู่ในหัวของคนทำงานยุคใหม่หลายๆ คน ซึ่งคนยุคใหม่จะสร้างแนวคิดและหลักการสู่ความสำเร็จแบบใหม่ๆ ตามสมัยดิจิทัล คือ ทุกอย่างต้องรวดเร็ว ฉับไว แม่นยำ สร้างสรรค์ ดังนั้นถ้าใครมีคุณสมบัติเช่นนี้ก็ถือว่ามีคุณสมบัติในการกระโดดข้ามหัว คนอื่นๆ ได้

นับว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนรุ่นใหม่ ที่แตกต่างกับคนเก่าๆ ไปพอสมควร ที่มักจะยึดติดปรัชญา ความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน ซึ่งถ้าเอาปรัชญานี้มาใช้กับเด็กรุ่นใหม่ๆ อาจจะเป็นอะไรที่เชยมาก เพราะเขาคงไม่มีเวลารออะไรนาน ชีวิตคอมพิวเตอร์กับชีวิตจริงๆ แทบจะกลายเป็นสิ่งเดียวกันแล้ว

“คิดและทำเหมือนคอมพิวเตอร์”

“ความอดทน” ถูกแทนที่ด้วย “ความรวดเร็ว” “ความขยัน” ก็แทนที่ด้วย “ความแตกต่างและแปลกใหม่”

ส่วน “ความซื่อสัตย์” พักเก็บไว้ก่อนเพราะโลกทุกวันนี้เขาคุยกันด้วย “ผลประโยชน์”

แต่เหนือสิ่งอื่นใดของชีวิตวัยทำงานสมัยใหม่นี้ เรื่องที่ถูกละเลยมากที่สุด คือ “ความสัมพันธ์” เพราะความสัมพันธ์นั้นยึดหลักการที่ว่า ถ้าความสัมพันธ์นั้นไม่ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ใดๆ ก็ไม่จำเป็นต้องยั่งยืน สาเหตุหลักๆ ก็มาจาก “ชีวิตคอมพิวเตอร์” ที่สิงอยู่ในร่างของเด็กยุคใหม่แทบทุกคนนั่นเอง

แบบฝึกหัดแรกของคนรุ่นใหม่ในการเรียนรู้การสร้างความสัมพันธ์เบื้องต้นก็มาจาก “คอมพิวเตอร์” ดังนั้นความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ก็จะฝังรากอยู่ในใจของเขาเหล่านั้น ซึ่งความสัมพันธ์แบบนี้มันมีลักษณะฉาบฉวยไม่จีรังยั่งยืน มีผลประโยชน์แอบแฝงไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกใดๆ ของคนอื่น

ซึ่งเมื่อเด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้นด้วยการเรียนรู้และฝึกฝนมาแบบนี้ เมื่อเขาเหล่านี้ก้าวสู่โลกแห่งความจริง เขาก็คิดว่าการสร้างความสัมพันธ์กับ “คนอื่น” ก็ต้องเป็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน

เมื่อทุกคนต่างคิดและมารวมตัวกัน สังคมของคนรุ่นใหม่ก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างกับโลกเสมือนจริงที่เขาสัมผัสกันมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งทำให้สังคมเดิมๆ ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาช้านานเปลี่ยนไป […]