My Sassy Girl ปรัชญาแห่งรักของนังตัวร้าย

|
|
 |
จะประสบความสำเร็จ หรือหกล้มปากแตกไม่เป็นท่ายังไงก็ตาม แต่ขบวนการรีเมคของนักทำหนังบนถนนฮอลลีวูดก็ยังคงเดินหน้าสร้างผลงานกันได้เรื่อยๆ และ My Sassy Girl หนังเกาหลีที่โกยรายได้ถล่มทลายในบ้านเกิด (รวมทั้งเมืองไทยเรา) เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ก็คือหนังเรื่องล่าสุดที่ถูกเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็นฝรั่งเรียบร้อยแล้ว
การส่งนังตัวร้ายออกอาละวาดซ้ำในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นมาหลังจากผู้อำนวยการสร้างหนังอย่าง “พอล บรูกส์” เกิดไปถูกโฉลกกับบทหนังของ My Sassy Girl เข้าอย่างจัง ทั้งๆ ที่เขาเองยังไม่ได้ดูหนังในฉบับออริจินอลด้วยซ้ำ
“ผมคิดว่าบทหนังดีมากเลยนะ แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อผมได้ดูหนังในเวอร์ชันเกาหลีจริงๆ ผมกลับเกิดลังเลใจนิดหน่อย เพราะหนังในฉบับเกาหลีมันมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมมากจากสิ่งที่เราอยากทำ” หัวเรือใหญ่แห่ง My Sassy Girl เล่าถึงที่มาที่ไป พร้อมกับบอกว่า การรีเมคนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ที่ทำให้เขากังวลใจที่สุดนั้นก็คือว่า…
“ในหนังฉบับเกาหลีนั้น นางเอกดูจะก้าวร้าวไปสักหน่อย ขณะที่พระเอกก็เจี๋ยมเจี้ยมสุดๆ เราเลยต้องเอามาปรับกันเพื่อให้เหมาะกับคนดูที่นี่ และถือเป็นความโชคดีของเราที่ได้อิไลช่า (คัธเบิร์ท) กับเจซซี่ (แบรดฟอร์ด) มารับบทนำ ซึ่งพวกเขาสามารถค้นพบจุดที่พอดีที่จะทำให้ชาวอเมริกันหลงรักตัวละครได้” |
|
|
 |
ในขณะที่ผู้กำกับ “ยาน แซมมวล” ซึ่งมารับตำแหน่งไดเร็กเตอร์ของหนังเรื่องนี้ก็พูดคล้ายๆ กันกับผู้อำนวยการสร้างทั้งในแง่ของบทหนังรวมทั้งความลึกมีมิติของตัวละครหลักทั้งสอง
“ตอนที่ผมอ่านบท ผมก็รู้สึกได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างเทพนิยายกับความเป็นจริง” แซมมวลผู้สร้างชื่อมาจาก Love Me If You Dare หลุดถ้อยคำออกมาราวกับกำลังบรรลุถึงอะไรสักอย่าง
“ในมุมมองของผม พรหมลิขิตคือแก่นของหนังเรื่องนี้ และหนังแสดงให้เราเห็นว่าพรหมลิขิตเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นได้ พรหมลิขิตไม่จำเป็นต้องเป็น “แค่” สิ่งที่เรารอคอยเสมอไป” แซมมวลยังคงพร่ำไม่หยุดคล้ายคนกำลังฝันหวาน
“ความรักคือการเผชิญหน้า” ผู้กำกับหนุ่มใหญ่เริ่มออกแนวปรัชญา “เผชิญหน้ากับสิ่งที่คุณคิดว่าคุณเป็น สิ่งที่คุณเป็นจริงๆ และสิ่งที่คุณอยากเป็น กับคนที่คุณรักก็เหมือนกัน คุณรักในสิ่งที่เขาเป็นจริงหรือ หรือรักในสิ่งที่คุณคาดหวังให้เขาเป็น นั่นคือปัญหาใหญ่ของความรัก”
ฟังจากถ้อยคำทั้งของผู้สร้างและผู้กำกับแล้ว ดูท่าว่าพวกเขาจะหลงใหลใน “นังตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม” คู่นี้เอามากๆ แต่นั่นจะเป็นเพียง “คำโฆษณา” เพิ่มราคาให้สินค้าของตัวเอง หรือพวกเขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ คงต้องไปพิสูจน์กัน |
Share on Facebook
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.

ความรู้ยอดนิยม