Performancing Metrics

Google

WebWiseKnow.Com

ความรู้ล่าสุด

Facebook Button (Find me there)

WiseKnow Blog

Google Buzz

WiseKnow.Com



NextMove Co., Ltd.



Virus Busters

กำจัดไวรัสคอมฯ

ถึงที่บ้านท่าน


Blog Rating

Average blog rating:

9.2

ลูกไม้ใกล้ต้น “โมเดิร์น-จัสมิน” พิชญ์ โพธารามิก


สัมภาษณ์


3 เดือนมาแล้ว (ตั้งแต่ มี.ค.2551) ที่ “พิชญ์ โพธารามิก” เข้ามา นั่งเก้าอี้ “ซีอีโอ” บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

แม้จะเป็นลูกชายคนเดียวของ “ดร.อดิศัย” เจ้าของและผู้ก่อตั้งธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ในนามกลุ่มจัสมิน และทีทีแอนด์ที

แต่เขากลับไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งจะ ต้องเข้ามารับช่วงสานต่อธุรกิจนี้เลยแม้ แต่น้อย

หลัง “ดร.อดิศัย” วางมือจากธุรกิจผันตนเองเข้าสู่งานการเมืองเต็มตัวเมื่อหลายปีก่อน ธุรกิจของกลุ่มจัสมินก็ขับเคลื่อนโดย ผู้บริหารมืออาชีพมาโดยตลอด

ขณะที่ “พิชญ์” เลือกที่จะไปก่อตั้ง ธุรกิจของตนเองในนาม “โมโนกรุ๊ป” โลดแล่นอยู่ในธุรกิจยุคใหม่

ทำเว็บไซต์, คอนเทนต์บนโทรศัพท์ มือถือ, นิตยสารบันเทิงรายสัปดาห์ “กอสซิปสตาร์” และอีกหลายหัว เรื่อยไปจนถึงการสร้างภาพยนตร์

ต่างไปจากธุรกิจดั้งเดิมของผู้เป็นพ่อซึ่งผูกโยงอยู่กับระบบสัมปทานแทบจะเรียกว่า โดยสิ้นเชิง น่าจะได้

เมื่อต้องเข้ามาสานต่อธุรกิจ “จัสมิน” ในยุคของ “พิชญ์ โพธารามิก” ย่อมแตกต่างไปจากยุคสมัยของผู้เป็นพ่อ

ธุรกิจในระบบสัมปทานเดิม ถ้าไม่ทยอยหมดอายุสัญญาก็ต้องปรับเปลี่ยนตนเองไปตามกฎ กติกา และสภาพแวดล้อมในการแข่งขันใหม่ๆ ภายใต้กฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป

นี่จึงอาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะในการก้าวเข้ามารับผิดชอบในฐานะแม่ทัพธุรกิจของกลุ่มจัสมิน

จัสมินในยุคของ “พิชญ์” จะเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์ในบรรทัดถัดจากนี้

- รู้ตัวอยู่แล้วว่าวันหนึ่งต้องมารับช่วงต่อ

ผมไม่ได้คิดมาก่อน ไม่ได้รู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งต้องมา โดยส่วนตัวจะไม่ชอบงานที่ต้องไปวิ่งประมูลงานอะไรแบบนี้ จะชอบงานที่เกี่ยวกับคอนซูเมอร์มากกว่า อย่างทำหนังสือ ทำหนังมากกว่า

ไม่รู้ตัวล่วงหน้า ตอนคุณพ่อ โทร.บอก ผมอยู่ที่ฮ่องกง และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า อยากทำหรือไม่อยากทำ

คุณทรงฤทธิ์ (ซีอีโอเดิม) ลาออก คุณพ่อเลยอยากให้มาช่วยที่นี่ เพราะท่านสร้างธุรกิจขึ้นมาตั้งแต่แรกก็ต้องรู้สึกผูกพัน

- จัสมินในยุคของพิชญ์ จะเป็นยังไง

ในแง่ธุรกิจ วิชั่นหลัก คือเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจบรอดแบนด์ รวมถึงให้บริการในเรื่องอินเทอร์เน็ต เบส

บรอดแบนด์คือ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อินเทอร์เน็ตเบส คือ ธุรกรรมต่างๆ ที่เป็นบริการเสริมจากการใช้บรอดแบนด์

มีเป้าหมายคือ ในปี 2010 (2553) ฐานลูกค้าบรอดแบนด์จะต้องไปถึง 1 ล้านราย มีรายได้รวมถึง 1 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบันบรอดแบนด์มีลูกค้า 3 แสน ถึงสิ้นปีคงถึง 4 แสน เพราะจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเดือนปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 หมื่นราย

ยอดยกเลิกการใช้ก็น้อยลงมาก

ในแง่ช่องว่างทางการตลาดก็ยังมีโอกาสอีกเยอะมากๆ

คอนเซ็ปต์ของบรอดแบนด์ของเรา คือไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ในช็อปปิ้งมอลล์ หรือนั่งบนรถก็ใช้ได้หมด

ผ่านโครงข่ายของเรา ไม่ว่าจะเป็น MAXNET, ใช้ไว-ไฟที่บ้านก็ได้ มีไฟเบอร์ ทูโฮม ตรงนี้จะเดินสายในตึก หรือคอนโดฯ

ส่วนไว-ไฟกำลังจะเปิดตัว “สไปเดอร์ ฮอตสปอต” เป็นอีกแบรนด์ทำโดยอคิวเมนต์

- ลงทุนเยอะไหม

หลัก 100 ล้าน มี 1 หมื่นจุดทั่วประเทศ จริงๆ เราก็เริ่มทำในต่างจังหวัดไปแล้ว แต่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า ไซเบอร์ พอยต์ อันนี้จะเน้นพื้นที่ในกรุงเทพฯเป็นหลัก

ส่วนไวแม็กซ์ได้ไลเซนส์ทดสอบบริการมาแล้ว ถ้า กทช.ให้ใบอนุญาตเมื่อไรก็จะให้บริการได้ ไวแม็กซ์ลงทุนไม่เยอะมาก นี้จะเป็นตัวเสริมทำให้เครือข่ายการให้บริการครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต

พวกแอปพลิเคชั่นหรือคอนเทนต์ต่างๆ จะให้บริการได้บนบรอดแบนด์ เป็นบริการเสริมทั้งบนฟิกส์ไลน์ และอินเทอร์เน็ต เช่น ไอพีทีวี, วีโอไอพี (โทร.ต่างประเทศราคาถูกชื่อ “ถูกดี”) พวกออนไลน์เกม ฯลฯ ตรงนี้จะมีทั้งพาร์ตเนอร์ เช่น เอเชียซอฟต์ หรือโมโนกรุ๊ปของผมเอง

ตลาดไทยทั้งตลาดมีคนใช้บรอดแบนด์แค่ 1 ล้าน เทียบกับประเทศที่ใกล้เคียงกับบ้านเรา มีมากกว่าเรา 2-3 เท่า การไปให้ถึง 2-3 ล้านจึงไม่ยาก

เป้า 1 ล้านของเราก็เช่นกัน

- ทรูเป็นเจ้าตลาดอยู่

ทรูเน้นคอนเวอร์เจนซ์ แต่เราเน้นโอเพ่น คือเปิดกับทุกราย เน้นความร่วมมือกับพันธมิตร

โอเพ่น คือกลยุทธ์ของเรา อย่างโมโนกรุ๊ปทำคอนเทนต์มือถือให้เอไอเอส ดีแทค ถ้าจะทำอะไรร่วมกันในอนาคต ในแง่ความเป็นพาร์ตเนอร์ทำได้อยู่แล้ว

ธุรกิจบรอดแบนด์เป็นเกมของคนที่มีสเกล ยิ่งมีฐานลูกค้ามากก็ทำราคาได้มาก

แคมเปญล่าสุดของเราที่ออกมาแล้ว ก็มีความเร็ว 2 Mbps ราคา 590 บาท/เดือน ราคาต่ำกว่านี้ก็อาจจะได้เห็นเร็วๆ นี้

ต้นทุนเราสู้ได้สบายๆ

- เป้ารายได้หมื่นล้านไม่สูงเกินไป

รายได้ของกลุ่มจัสมินตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 5-6 พันล้านต่อปีมาตลอดอยู่แล้ว ที่ผ่านมาคนนี้ทำโน่นทำนี่ ไม่มีอะไรเป็นทิศทางเดียวกัน 10 ปีไม่เคยมีการตั้งเป้าว่าจะไปให้ถึง 1 หมื่นล้านบาทได้ยังไง

เมื่อผมเข้ามาก็มาเซตทุกอย่างใหม่

รายได้เฉลี่ยต่อ 1 รายของบรอดแบนด์อยู่ที่ 700 บาท ถ้ามี 1 ล้านราย ก็ 7 พันกว่าล้านบาท

ดังนั้นการผลักดันรายได้ให้ทะลุหมื่นล้านภายในปี 2010 ไม่ใช่เรื่องยาก

- เข้ามา 2-3 เดือนทำอะไรไปบ้าง

ปรับไดเร็กชั่นใหม่ จัดคนให้เหมาะกับงาน ที่ผ่านมาทุกคนต่างคนต่างอยู่กัน ธุรกิจเดียวกันขอไลเซนส์ 3-4 ใบ ซ้ำกันก็มี ไม่มีประโยชน์ จึงต้องจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่ให้เป็นเอกภาพมากขึ้น

บรอดแบนด์จริงๆ เริ่มมา 2-3 ปีแล้ว แต่โตเร็วมากในช่วง 1 ปีมานี้

ธุรกิจของกลุ่มจัสมินมีกำไรมาตลอด แต่โดนตัดขาดทุนในทีทีแอนด์ที (ถือหุ้น 30%) จึงเหลือไม่เท่าไร หลังปรับโครงสร้างหนี้เสร็จ ยืดหนี้ได้ก็คงดีขึ้น

ทีทีแอนด์ทีมีหนี้ 1.8 หมื่นล้าน หลังปรับโครงสร้างหนี้แล้วคงลดลงไปบ้าง อีก หมื่นกว่าล้านก็จะยืดหนี้ 10 ปี ซึ่งรายได้จากสัมปทานปัจจุบันน่าจะจ่ายได้

- วิธีคิด วัฒนธรรมองค์กร ต้องปรับเยอะไหม

จัสมินเดิมอยู่ในธุรกิจสัมปทาน ต่อไปจะไม่ใช่แล้ว ต้องปรับองค์กรให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เน้นการให้บริการลูกค้า

สไตล์การทำงานของผมเน้นคำเดียว “สนุก” จะเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอความคิดเห็น ส่งเสริมให้ทุกคนกล้าแสดงออก แต่เรื่องคนเป็นเรื่องระยะยาวต้องค่อยๆ เปลี่ยน

ในแง่การทำงานจะปรับองค์กรให้ทำงานในแนวราบมากขึ้น เพราะการมีหลายระดับขั้นจะทำให้การทำงานช้า ดังนั้นจึงจะให้ทุกคนขึ้นตรงกับผมหมด

วิธีนี้ซีอีโออาจจะเหนื่อยมากหน่อย แต่การทำงานจะเร็วขึ้น

- จะเห็นผลเมื่อไร

6 เดือน-1 ปี

VN:F [1.9.17_1161]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.17_1161]
Rating: 0 (from 0 votes)



Related posts:

  1. Rainbow Roll Sushi โมเดิร์น “ซูชิ” ที่เควิลเลจ
  2. ศาลฯ รับคำร้องค้านแบ่งกลุ่มเจ้าหนี้ TT&T พิจารณา นัดฟังคำสั่ง 2 มิ.ย.
  3. กสทเปิดตัวโครงข่าย 3G+ ตั้งเป้าลูกค้าปีนี้ 3ล้านราย
  4. “ขาย” ต้อง “ขาด”
  5. “โจวเหวินฟะ” เตรียมทุ่มเงินล้านจ้างสาวอุ้มบุญ หวังได้ทายาทคนแรก
  6. เฟซบุ๊กบุกบริการอีเมล์

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>