มีเดียเอเยนซี่ชี้พฤติกรรมการซื้อโฆษณาออนไลน์ ยังโฟกัสที่เว็บไซต์ใหญ่ไม่ถึง 50 เว็บ เผยโอกาสของรายเล็กในการสร้างเม็ดเงินจากโฆษณาลำบาก แนะเว็บไซต์ขนาดเล็กจับมือสร้างเครือข่ายที่มีคอนเทนต์ประเภทเดียวกัน เพื่อสร้างพลังดึงความสนใจจากลูกค้าให้มาลงโฆษณา
นายภาณุพงศ์ พูลทวี ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซินเนอร์จี้ อี จำกัด ผู้บริหารพื้นที่โฆษณาบนสื่อออนไลน์ กล่าวในงานสัมมนา “คนทำเว็บพบคนโฆษณา ทำเว็บอย่างไรให้ได้เงิน” ของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุมว่า แนวโน้มธุรกิจโฆษณาออนไลน์ขณะนี้ในภาพรวมผู้ซื้อโฆษณาส่วนใหญ่ยังคงผูกติดการซื้อพื้นที่สื่อออนไลน์กับเว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ถึง 50 เว็บไซต์ที่มี unique IP มากกว่า 50,000 คน/วัน ขณะที่เว็บไซต์รายเล็กยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ต้องการลงโฆษณาได้ และส่วนใหญ่เมื่อเว็บไซต์ขนาดเล็กติดต่อโดยตรงไปยังลูกค้าก็จะถูกปัดให้เจรจาผ่านทางเอเยนซี่โฆษณาแทน
โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง เว็บไซต์ขนาดเล็กควรจะมีการรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย และควรเป็นการรวมกลุ่มพันธมิตรเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาในลักษณะเดียวกันเพื่อให้มีกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะกลุ่มและสะดวกแก่ผู้ต้องการลงโฆษณา ซึ่งจะโฟกัสกลุ่มเป้าหมายในการซื้อโฆษณาได้ง่ายขึ้น
“ด้วยความที่โลกออนไลน์ไม่มีข้อจำกัดของทรัพยากรทำให้เกิดคอมมิวนิตี้ย่อยๆ จำนวนมหาศาล ต่างจากหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปที่มีความจำกัดของทรัพยากร ดังนั้นแนวโน้มการลงโฆษณาก็มีความเฉพาะเจาะจงตามกลุ่มผู้อ่านเว็บไซต์มากขึ้น ดังนั้นเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์เป็น niche market ก็จะมีโอกาสทางการตลาดมากขึ้นถ้าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ซื้อโฆษณาต้องการเข้าถึงจริงๆ อย่างไรก็ตามการซื้อโฆษณาก็จะไม่ได้ซื้อเพียงเว็บเดียว แต่จะซื้อสื่อออนไลน์ในเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกันหลายๆ เว็บไซต์”
นายภาณุพงศ์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในมุมของผู้ซื้อโฆษณา จำนวน click rate ไม่ใช่ ปัจจัยเดียวที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะซื้อสื่อหรือไม่ ยังมีปัจจัยเกี่ยวกับระยะเวลาของผู้ชมที่อยู่ในเว็บไซต์นั้นๆ รวมทั้งความชัดเจนของกลุ่มเป้าหมายที่อาจไม่จำเป็นต้องมีผู้ชมจำนวนมาก แต่ได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มที่สุด
ขณะที่ลูกค้าบางรายก็ซื้อโฆษณาเพื่อสร้างภาพลักษณ์เท่านั้น ตนให้ความเห็นว่าสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการสร้างความโดดเด่นให้เป็นที่สนใจของ ผู้ซื้อสื่อควรจะเน้นไปที่การทำคอนเทนต์ให้มีความเฉพาะเจาะจง และมีความแข็งแรงในมุมของตัวเองที่สุด […]
Share on Facebook
สัมภาษณ์
3 เดือนมาแล้ว (ตั้งแต่ มี.ค.2551) ที่ “พิชญ์ โพธารามิก” เข้ามา นั่งเก้าอี้ “ซีอีโอ” บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
แม้จะเป็นลูกชายคนเดียวของ “ดร.อดิศัย” เจ้าของและผู้ก่อตั้งธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ในนามกลุ่มจัสมิน และทีทีแอนด์ที
แต่เขากลับไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งจะ ต้องเข้ามารับช่วงสานต่อธุรกิจนี้เลยแม้ แต่น้อย
หลัง “ดร.อดิศัย” วางมือจากธุรกิจผันตนเองเข้าสู่งานการเมืองเต็มตัวเมื่อหลายปีก่อน ธุรกิจของกลุ่มจัสมินก็ขับเคลื่อนโดย ผู้บริหารมืออาชีพมาโดยตลอด
ขณะที่ “พิชญ์” เลือกที่จะไปก่อตั้ง ธุรกิจของตนเองในนาม “โมโนกรุ๊ป” โลดแล่นอยู่ในธุรกิจยุคใหม่
ทำเว็บไซต์, คอนเทนต์บนโทรศัพท์ มือถือ, นิตยสารบันเทิงรายสัปดาห์ “กอสซิปสตาร์” และอีกหลายหัว เรื่อยไปจนถึงการสร้างภาพยนตร์
ต่างไปจากธุรกิจดั้งเดิมของผู้เป็นพ่อซึ่งผูกโยงอยู่กับระบบสัมปทานแทบจะเรียกว่า โดยสิ้นเชิง น่าจะได้
เมื่อต้องเข้ามาสานต่อธุรกิจ “จัสมิน” ในยุคของ “พิชญ์ โพธารามิก” ย่อมแตกต่างไปจากยุคสมัยของผู้เป็นพ่อ
ธุรกิจในระบบสัมปทานเดิม ถ้าไม่ทยอยหมดอายุสัญญาก็ต้องปรับเปลี่ยนตนเองไปตามกฎ กติกา และสภาพแวดล้อมในการแข่งขันใหม่ๆ ภายใต้กฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป
นี่จึงอาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะในการก้าวเข้ามารับผิดชอบในฐานะแม่ทัพธุรกิจของกลุ่มจัสมิน
จัสมินในยุคของ “พิชญ์” จะเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์ในบรรทัดถัดจากนี้
- รู้ตัวอยู่แล้วว่าวันหนึ่งต้องมารับช่วงต่อ
ผมไม่ได้คิดมาก่อน ไม่ได้รู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งต้องมา โดยส่วนตัวจะไม่ชอบงานที่ต้องไปวิ่งประมูลงานอะไรแบบนี้ จะชอบงานที่เกี่ยวกับคอนซูเมอร์มากกว่า […]
Share on Facebook
นิตยสารบันเทิงแนวปาปารัสซี่สุดฮอต “โมโนกรุ๊ป” เผยเพียงแค่ 5 ปี ยอดขายขยับจากหลักหมื่นขึ้นหลักแสน รุกพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ต่อยอด “โน้ต พับลิชชิ่ง” เชื่อตลาดยังมีช่องว่าง ทั้งโฆษณา-กลุ่มคนอ่าน เตรียมเพิ่มหัวใหม่ นีลเส็นฯ เผย 5 เดือน แรกมูลค่าโฆษณาสื่อนิตยสารติดลบ 4.33%
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานคณะกรรมการ โมโนกรุ๊ป เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดตัวนิตยสารบันเทิง “กอสซิป สตาร์” นิตยสารแนวปาปารัซซี่เล่มแรกของเมืองไทย และได้รับความนิยมต่อเนื่อง จนยอดจัดจำหน่ายทั่วประเทศขยับจากหลักหมื่นเล่มเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เป็นหลายแสนเล่มต่อเดือน ปัจจุบันได้นำข้อมูลเกี่ยวกับแวดวงบันเทิงมาต่อยอดให้บริการในรูปแบบของดิจิทัลคอนเทนต์ผ่านมือถือมีสมาชิกที่รับข้อความสั้น (SMS) กว่า 4 แสนราย และมีแนวโน้มเติบโตอีกมาก
“คอนเทนต์ด้านความบันเทิงขายได้ พวกกอสซิปดารา เรื่องกีฬา หนังสือผู้หญิง ผู้ชายยังไปได้ เราเองนอกจากกอสซิปสตาร์แล้วก็มีเล่มอื่นเพิ่มมาอีก เช่น กอสซิปทีวี รวม 4 หัว แต่ที่เซอร์ไพรสที่สุด และโตไม่หยุด คือคอนเทนต์เกี่ยวกับหมอดู โตมาก ที่เราทำอยู่ก็ 2 แสนรายแล้ว ธุรกิจ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม