1.เลิกนิสัยแย่ๆ ที่แม่ไม่ชอบ อันนี้อยากทำเป็นข้อแรก ลองนึกดูว่าที่ผ่านมาแม่จะบ่น สอนอะไรเราบ้าง นิสัยแย่ๆ ที่เรามี เช่น ขี้เกียจ ชอบเถียง ใช้เงินฟุ่มเฟือย สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เจ้าชู้ มีกิ๊กเยอะ พวกนี้เป็นบรรดาเรื่องนิสัยไม่ดีที่คนเป็นแม่ไม่ชอบหรอก ปีนี้ลองตั้งใจให้ของขวัญวันแม่ด้วยการจะเลิกบุหรี่ เลิกเหล้า เลิกใช้เงินเปลือง หยุดโต้เถียงกับแม่สักที นิสัยเหล่านี้ถ้าเราทำให้แม่ได้รับรองได้ว่าแม่จะชื่นใจจนอาจกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เชียวล่ะ
2.พาแม่เข้าวัด ทำบุญ เป็นสิ่งที่น่าปฏิบัติที่สุดในยุคแห่งความวุ่นวาย ลองตื่นแต่เช้าแล้วพาคุณแม่ไปทำบุญถวายสังฆทาน พาไปฟังเทศน์ด้วยกัน หรือจะจูงมือกันไปปฏิบัติธรรมตามวัดต่างๆ สัก 2-3 วัน ก็น่าทำอยู่ เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมความสัมพันธ์แม่ลูกแล้ว ยังเป็นการสะสมบุญร่วมกันอีกด้วย
3.จูงมือคุณแม่ไปตรวจสุขภาพกันเถอะ ร่างกายของแม่ เริ่มเสื่อมถอยตามกาลเวลา ดังนั้นเราจึงควรที่จะพาท่านไปตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำทุกปี ถือฤกษ์ดีวันแม่ก็น่าจะได้ อย่าลืมว่าต้องไปด้วยกัน ไปนั่งฟังผลการตรวจ และฟังคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อเมื่อกลับมาบ้าน เราจะได้ดูแลให้ท่านอยู่กับเราได้นานที่สุดไงล่ะ
4.ซื้อแพ็กเกจสปาให้ เพื่อการผ่อนคลายหลังจากดูแลลูกและเลี้ยงหลานตัวเล็กๆ มาทั้งปี เดี๋ยวนี้ธุรกิจสปามีมากมายหลากหลาย ทั้งสปาเพื่อสุขภาพและความงามมีหมด นวดหน้า นวดศีรษะ นวดตัว นวดเท้า ทั้งแบบนวดไทยหรือนวดด้วยน้ำมันหอมระเหยแบบฝรั่ง แถมสนนราคาในช่วงเทศกาลเช่นนี้หลายแห่งพากันลดราคาเพื่อคุณแม่กันเพียบ
5.ซื้อหนังสือดีๆ ให้แม่อ่าน ไม่ว่าจะเป็นนิยายจากนักเขียนโปรดของแม่ หรือหนังสือธรรมะก็ดีนะ เดี๋ยวนี้ตลาดหนังสือในบ้านเราพัฒนาไปมากทั้งรูปเล่มและเนื้อหา […]
Share on Facebook
รู้กันอยู่ว่าการช็อปปิ้งถือเป็นการบำบัดความเครียดอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงนิยมนำมาใช้กันมากที่สุด
ฉะนั้นในวันสำคัญเกี่ยวกับผู้หญิงอย่างวันแม่ มีหรือที่จะพลาดกิจกรรมบำบัดด้วยการช็อปปิ้งไปได้ แต่จะช็อปปิ้งที่ไหนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ ไม่ค่อยจะสู้ดี แต่จะไม่ให้มีการช็อปปิ้งนั้นก็เห็นจะยากสำหรับผู้หญิง
ตรงนี้จึงอยากแนะนำ เพราะจะว่าไปแล้วสถานที่ช็อปปิ้งน่ะมีอยู่ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันแห่ง แต่ขอเลือกที่โดนใจมาให้เหล่าแม่ลูกได้ช็อปกระจายสัก 10 แห่งก็แล้วกัน
1.ตลาดนัดจตุจักร ถูกใจคู่แม่ลูกที่ไม่กลัวร้อนแต่ชอบช็อปของหลากหลาย เนื่องจากตลาดนัดจตุจักรเป็นแหล่งรวมของสินค้านานาชนิด ทั้งของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ต้นไม้ คุณแม่คุณลูกเดินกันเพลินเชียวล่ะ อาจจะเดินไม่สบายเท่าห้างติดแอร์ แต่เชื่อแน่ว่าหลายคนที่พาคุณแม่ไปจะชื่นอกชื่นใจกับการเลือกซื้อสินค้าที่เข้าตาคุณแม่หลายชิ้น เดินทางก็ง่าย จะนั่งรถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดิน หรือรถเมล์ก็สะดวก ไม่ต้องขับรถให้เหนื่อยและเปลืองน้ำมันด้วย เปิดทำการเฉพาะเสาร์-อาทิตย์
2.ตลาดลุงเพิ่ม ตลาดป้าชู หลังอาคารสำนักงานใหญ่การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต อันนี้ต้องเป็นขาช็อปที่ชื่นชอบเสื้อผ้าเป็นหลัก เพราะแหล่งนี้เขามีสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอางเยอะ ไม่ติดแอร์แต่เดินเพลินเกินห้ามใจเชียวล่ะคุณขา เพราะขนาดไม่ใช่วันแม่ยังเห็นคู่แม่ลูกจูงมือกันไปช็อปกันเป็นที่สนุกสนาน แถมมีอาหารอร่อยๆ ให้รับประทานด้วย ทั้งส้มตำฝุ่นตลบ หรือจะเป็นโซนขายอาหารที่ตลาดลุงเพิ่มซึ่งมีของกินขึ้นชื่อ ทั้งก๋วยเตี๋ยวลุยสวน, ข้าวยำเพื่อสุขภาพ, ก๋วยเตี๋ยว สุโขทัย เปิดทำการจันทร์-เสาร์ (มีที่จอดรถน้อย ดังนั้นถ้าคิดจะนำรถไปต้องทำใจกับการวนหาที่จอดรถกันสักหน่อย)
3.ศูนย์การค้าย่านราชประสงค์ ช็อปปิ้งสตรีตของเมืองไทย ทั้งสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, เซ็นทรัลเวิลด์, ห้างเกษร, เซ็นทรัล ชิดลม, ศูนย์การค้าเอราวัณ ฯลฯ ที่ในยามนี้กำลังลดราคากันแบบถล่มทลายเช่นกันทั้งอินเตอร์แบรนด์และโลคอลแบรนด์ที่เป็นดีไซเนอร์ดังๆ […]
Share on Facebook
เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวสู่ยุคที่เรียกว่า “ข้าวยากหมากแพง” เพราะปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ภาวะเงินเฟ้อลุกลาม สินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตปรับราคาขึ้นกว่าเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นข้าว น้ำตาล หรือสินค้าอื่นๆ
สภาพการณ์เช่นนี้มีผลกระทบต่อการบริหารองค์การทั้งในแง่ของธุรกิจและบุคลากรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำอย่างไรให้ทุกชีวิตในองค์กรจะอยู่รอดปลอดภัยและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
ในงานสัมมนาความลับสู่ความสำเร็จของ HR ซึ่งจัดโดยสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) เมื่อเร็วๆ นี้ “รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ” ในฐานะ นักเศรษฐศาสตร์มือฉมัง ได้ฉายภาพผลกระทบและแนะวิธีการปรับตัวของมนุษย์เงินเดือนที่ HR ต้องเข้าไปดูแลอย่างน่าฟังว่า การที่ HR จะพาองค์กรพาวิกฤตไปได้ ในเบื้องต้น HR ต้องเข้าใจบทบาทของ ตัวเองก่อนว่า เป็นหนึ่งในทีมงาน management เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ มีหน้าที่ดูแลพนักงาน (human capital) ให้เป็นพลัง ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่วางไว้
“รศ.ดร.วรากรณ์” บอกว่า ตึกรามบ้านช่องต่างๆ ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับมนุษย์ สิ่งสำคัญที่สุดขององค์กรก็คือ “คน” บริษัทอยู่ในตึกโทรมๆ แค่ไหนก็แล้วแต่ ถ้ามีคนมีความสามารถบริษัทรุ่งเรืองแน่นอน บริษัทใหญ่โตอยู่ตึก 10 ชั้น 20 ชั้น ถ้ามีคนที่ไม่มีความสามารถ ก็ใช่ว่าองค์กรจะไปได้ดี ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ HR ในฐานะ management […]
Share on Facebook
จากการทำงานทางด้านวิชาการในเรื่องเกี่ยวกับองค์กรแห่งการ เรียนรู้ (learning organization) ทำให้รู้ว่าสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการที่จะทำให้บุคลากรในองค์กรเป็นผู้ที่ใฝ่รู้อย่างแท้จริงนั้นก็คือ การทำงานเป็นทีม ซึ่งจริงๆ แล้วการเป็นทีมงานที่ดีนั้นสามารถวัดได้จากความรู้สึกของคนที่อยู่ในทีมงาน ทีมงานที่ดีนั้นควรจะรู้สึกโดยคนที่ร่วมงานในทีมถึงความสามัคคี ความถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ความสนุกสนานที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน สิ่งนี้ช่วยก่อให้เกิดความสัมพันธ์ อันดีระหว่างคนในทีม และความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน การที่มีทีมงานที่ดีช่วยอย่างยิ่งที่จะทำให้คนในทีมงานตื่นตัวในการทำงาน
จากประสบการณ์ในการทำงาน การสร้างทีมงานในองค์กรซึ่งเป็นสถานที่ทำงานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเหมือนกับการสร้างกลุ่มเพื่อนสนิทในวัยเรียน สาเหตุให้การสร้างทีมงานในที่ทำงานนั้นมีความยากลำบากก็เพราะการทำงานมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ส่วนรวม ส่วนตน
ด้วยความยากในการสร้างทีมงานใน ที่ทำงาน ทำให้ผมได้ยินความคิดเห็นในเชิงลบอย่างสม่ำเสมอ อาทิ บางท่านก็ว่าเพื่อนที่ทำงานอย่างไรก็ไม่สามารถสนิทใจได้เท่ากับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน บางท่าน ก็ว่าที่ทำงานนั้นบางที่สร้างความเป็นเพื่อนยาก เพราะมีเรื่องของการเขม่นกัน การหมั่นไส้ อิจฉา ริษยากัน และการทำงานในสังคมไทยไม่ค่อยจะสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ถ้าเกิดผู้ใดในองค์กรคิดจะเสนอความคิดใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ ก็มักจะถือว่าเป็นความคิดของผู้นั้น และจะต้องรับผิดชอบดำเนินการทำงานต่อยอดจากความคิดนั้นเอง ไม่ควรจะมาหวังให้ ผู้อื่นช่วยเหลือโดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนละพรรคพวกกันในองค์กร
จากความคิดเห็นต่างๆ ที่ได้ยินมา ผมเองก็ไม่อยากจะเขียนสรุปขึ้นมาว่านี่คือวัฒนธรรมในการทำงานร่วมกันของคนไทยหรือนี่เป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นในองค์กรไทย แต่ก็อดคิดไม่ได้เพราะเมื่อมีการอภิปรายถึงประเด็นนี้ทีไร มักจะมีความคิดเห็นแทรกขึ้นมาว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่มักจะเกิดขึ้นในทุกองค์กร จึงมิใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่ามีบุคลากรในองค์กรจำนวนมากที่มีหลักการทำงานแบบ play safe ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอุดมคติในการทำงานอันขัดต่อหลักการในเรื่องขององค์กรแห่งการเรียนรู้โดยสิ้นเชิง
ในการทำงานแบบ play safe นั้น กล่าวคือ เป็นการทำงานที่ไม่กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แต่อิงและเคร่งครัดไปกับกฎ ระเบียบ บุคลากรไม่คิดอยากจะทำอะไรที่เป็นนวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ […]
Share on Facebook
จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถ้าคนไม่คิด ไม่กล้า และไม่ทำ
ที่ผ่านมาได้พบเจอคนหลายกลุ่มท่ามกลางวิกฤตประเทศไทย
บางกลุ่มรับอาสาที่จะเยียวยาประเทศ ทำโน่นทำนี่ มีโครงการเยอะแยะไปหมด แต่กลับยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น
บางกลุ่มอยู่เฉยๆ คอยวิพากษ์วิจารณ์ แต่ถ้าให้แสดงตัว…ไม่เอา
บางกลุ่มมีความรู้ มีความสามารถ แต่ขอให้มีบทบาทไม่ทางใดทางหนึ่ง ที่ตัวเองถนัด…ไม่เอา ยืนยันอย่างเดียวไม่อยากยุ่ง ไม่อยากเปลืองตัว ขอดำเนินชีวิตอย่างปกติ ส่วนหนึ่งเพราะเชื่อว่าระบบยุติธรรมล้มเหลว พึ่งพิงไม่ได้ กฎหมายเปลี่ยนได้แล้วแต่จะตีความในมุมของใคร และบางคนในกลุ่มนี้บอกว่าอยากจะทำ แต่ไม่รู้จะเข้าไปช่องไหนที่จะพอช่วยเหลือประเทศชาติได้ เพราะช่องทางที่ว่าไม่มีเลย หรือถ้าจะพูดแรงๆ ช่องทางที่เปิดอยู่มีแต่คนที่ตายแล้ว เกรงว่าไปร่วมด้วยก็ไม่เกิดประโยชน์ เหมือนชกลม ออกแรงเปล่า
บางกลุ่มให้ความคิดเห็น เสนอแนะมากมาย แต่พาเข้ารกเข้าพง หลงทางไปไหนไม่รู้
บางกลุ่มมีจุดยืนชัดเจน แสดงออกในที่สาธารณะ มั่นใจสุดชีวิต คนที่ไม่เห็นด้วยคือศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้ามทันที บางครั้งก้าวร้าว ถึงขั้นเป็นอันธพาลครองเมือง
บางกลุ่มพยายามสุดชีวิตที่ขอมีอำนาจ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพื่อปกป้องตัวเองและรักษาฐานอำนาจ
แต่ทุกๆ กลุ่มต่างเชื่อมั่นว่า ตัวเองเก่ง ตัวเองแน่ที่สุด ไม่มีใครยอมใคร จึงทำให้เส้นทางเดินของประเทศไทยจ่อปากเหวไปทุกขณะ และเชื่อว่าแม้จะจัดการกับอดีตผู้นำบางคนที่ถูกกล่าวหาว่าชักใยอยู่เบื้องหลังได้ก็ตาม ประเทศไทยก็ใช่ว่าจะรอดพ้นจากความเสื่อมและมีแนวโน้มจะพังในอีกไม่นานนัก
บางกลุ่มที่เอ่ยมา ฟันธงเลยว่าผู้ที่ทำให้สังคมเสื่อมและเน่าในวันนี้คือนักวิชาการและสื่อมวลชน ที่นำเสนอ “อวิชา” ด้วยความรู้ที่ไม่พอตัวและไม่ถ่อมตัว ทำให้สังคมเสื่อมหนักขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งชนชั้นนำของประเทศที่ถูกมองว่าได้แต่พูดและเขียนในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม คุณธรรม
กลายเป็นว่าทุกกลุ่มในสังคมไทยไม่มีใครที่พอตัว พอที่จะฉุดประเทศไทยให้กลับมามีสติ รู้จักตัวเอง รู้ปัญหา […]
Share on Facebook
Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และซีอีโอบริษัทแอปเปิล
“…ความสำนึกว่าผมจะต้องตายในไม่ช้าเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดที่ผมรู้จัก ที่ผมใช้ในการตัดสินใจสำคัญๆ ของชีวิต เพราะเกือบทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความ คาดหวัง ความภูมิใจ ความกลัวการ หน้าแตกและความผิดพลาดทั้งหลาย ล้วนไม่มีความหมายอะไรเลย เมื่อเทียบกับความตาย เหลือเพียงสิ่งที่สำคัญจริงๆ เท่านั้น มรณานุสติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ผมรู้ ที่จะหลุดพ้นจากบ่วงความคิดที่ว่า เรามีอะไรต้องเสีย เราทุกคนเปล่าเปลือยอยู่แล้วครับ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะไม่ทำตามสิ่งที่ใจเราต้องการ”
Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์
“…ถ้าเราสามารถค้นพบวิธีการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ยากไร้ ในทางทำให้ภาคธุรกิจมีกำไรและ นักการเมืองได้คะแนนนิยม ก็เท่ากับว่าเราได้ค้นพบวิถีอันยั่งยืนแห่งการลดระดับความไม่เท่าเทียมกันในโลกนี้ ภารกิจนี้ เป็นภารกิจเปิดซึ่งไม่มีวันสิ้นสุด แต่ความพยายามร่วมกันของทุกฝ่าย ในการรับมือกับความท้าทายครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงโลก
ผมมองโลกในแง่ดีว่าเราสามารถทำเรื่องนี้ได้ แต่ผมก็ได้คุยกับคนขี้สงสัยหลายคนที่อ้างว่าเราไม่มีความหวัง พวกเขา บอกว่า “ความไม่เท่าเทียมกันอยู่กับเรามาตั้งแต่แรก และจะอยู่กับเราไปจนถึงจุดจบของสังคมมนุษย์ เพราะคนทั่วไปไม่มีความห่วงใยในเรื่องนี้เลย” แต่ผมไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิง”
Russell Baker นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์
“…ลองหยุดฟังเสียงตัวเองสักครู่หนึ่ง มันเป็นเรื่องดีสำหรับจิตวิญญาณที่จะได้ ยินเสียงของตัวคุณเอง แบบเดียวกันกับที่คนอื่นได้ยินเสียงคุณ”
Jerry Zucker ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์
“…จงเอาความรู้สึกดีๆ ที่คุณเก็บซ่อนเอาไว้ออกมากระจายไปรอบๆ และหลังจากนั้นอย่าวัดตัวเองด้วยความสำเร็จของคุณ แต่จงวัดมันด้วยความสุขของผู้คนรอบตัวคุณ ถ้าคุณทำแบบนี้ได้ คุณจะทำอะไรก็ได้ ไปที่ไหนก็ได้ ล้มเหลวเรื่องอะไรก็ได้”
Marc Lewis อาจารย์มหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน
“…ในชีวิตของคุณจะมีช่วงเวลาที่สำเร็จ จำเป็นต้องใช้ความเชื่อใจ […]
Share on Facebook
“คอนเทนต์” มือถือโตไม่หยุด “โมโนกรุ๊ป” สุดปลื้มยอดขายเพิ่ม 20% ต่อเดือน เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาด mai ขยายธุรกิจไปญี่ปุ่น-เกาหลี หลังคอนเทนต์ “บันเทิง-ดารา” ไม่ระคายผิว ศก.ชะลอ ฟากยักษ์มือถือ “เอไอเอส” เดินหน้ากระตุ้นยอด “calling melody” เต็มสูบปั้น “CJ-พนักงานคอลเซ็นเตอร์” เทียบชั้น ดีเจ. คลื่นวิทยุ สร้างแขนขาการตลาดเพิ่มรายได้
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา รองประธานกลุ่มบริษัทโมโนกรุ๊ป ผู้ให้บริการเว็บไซต์และคอนเทนต์บันเทิง กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจคอนเทนต์ว่า โดยภาพรวมยังเติบโตเพิ่มขึ้น พิจารณาจากรายได้ของโมโน เทคโนโลยี ซึ่งให้บริการดาวน์โหลดคอนเทนต์ผ่านมือถือ พบว่าครึ่งปีแรกเติบโตถึง 124% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเฉลี่ยเดือนละ 20% จากที่มีรายได้ 44.79 ล้านบาท เพิ่มเป็น 100.34 ล้านบาท
“สาเหตุที่เติบโตน่าจะเป็นเพราะ คอนเทนต์ของเราเป็นข่าวสารบันเทิงของดาราทั้งข่าวและคลิปวิดีโอ รวมถึงคอนเทนต์ประเภทดูดวง ลักษณะคอนเทนต์ mass มาก ประชาชนทั่วไปต้องการข้อมูลประเภทนี้ ทั้งมีอายุการใช้งานสั้น เน้นความสดใหม่ต่างจากคอนเทนต์ประเภทเพลง ซึ่งมีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จนต้องเน้นการสร้างรายได้จาก calling melody เพราะทำซ้ำไม่ได้”
แม้สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ธุรกิจคอนเทนต์ก็ยังเติบโตต่อเนื่อง […]
Share on Facebook
สังเวียนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจิ๋วแต่แจ๋วคึกคักขึ้นอีกครั้ง เมื่อเดลล์ส่ง Studio Hybrid มาประชันกับคอมพ์จิ๋วของแอปเปิล โซนี่ และเอชพี ซีอีโอเดลล์ระบุว่าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดที่เดลล์เคยผลิตมา ใช้ขุมพลังจาก Core 2 Duo จากอินเทล ระบบปฏิบัติการวิสต้าของไมโครซอฟท์
เดลล์ (Dell) ให้ข้อมูลว่า Studio Hybrid มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานทาวเวอร์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นเล็กในท้องตลาดถึง 80% ใช้พลังงานน้อยกว่าราว 70% มีให้เลือก 6 สีแสบสวยดีไซน์กะทัดรัด รองรับแผ่นดีวีดี เอชดีเอ็มไอ และสามารถเพิ่มเงินเพื่อปรับให้รองรับบลูเรย์ได้
ประชาสัมพันธ์ของเดลล์ Michael Scheschuk กล่าวว่าเป้าหมายของเดลล์คือออกแบบให้ Studio Hybrid สามารถใช้งานทั้งในสำนักงานหรือห้องนั่งเล่นได้ รวมประสิทธิภาพการทำงานสูงเข้ากับสไตล์ล้ำสมัย
นี่เป็นการเปิดตัวที่เชื่อมกับคำกล่าวของประธานและซีอีโอเดลล์ Michael Dell ที่ประกาศเมื่อเดือนเมษายนว่ากำลังพัฒนาระบบเดสก์ทอปขนาดเล็กพิเศษ คำประกาศครั้งนั้นเกิดขึ้นในโอกาสวันรณรงค์เพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยยืนยันว่า ผลจากการพัฒนาคือเดสก์ทอปที่เล็กและสามารถประหยัดพลังงานได้มากที่สุดของเดลล์
ก่อนหน้านี้ เดลล์ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อันดับสองของโลกรองจากเอชพี ระบุว่ามีแผนจะเพิ่มยอดจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้ได้ 50% ในปีนี้ ซึ่งรวมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เดสก์ทอปและแลปทอป
แม้นักวิเคราะห์จะมองว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเดลล์น่าสนใจมาก โดยเฉพาะราคา Studio Hybrid ที่กำหนดไว้อย่างยั่วใจเริ่มต้นที่ 499 เหรียญ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม