เริ่มกันที่บางกอกโพสต์เล่นรูปลุงหมักพับโอริงามินกกระเรียนในระหว่างประชุมสภาสมัยวิสามัญ…แล้วมันก็กลายเป็น forward mail ต่อๆ กันมา ในชื่อ FW : ระหว่างการประชุมสภา !? ชนิดเล่นตัดมาโชว์กันทั้งกระบวนการพับนกเลยเชียว (เป็น forward mail ที่อัพเดตเร็วที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา)
กอปรกับเพิ่งไปหัดโอริงามิกระต่ายในงานเจแปน เฟส แอท เซ็นทรัลเวิลด์มา เลยนึกย้อนไปถึงนกกระเรียนของซาดาโกะจัง (Sadako and the Thousand Paper Cranes หรือซาดาโกะกับนกกระเรียน 1,000 ตัว) วรรณกรรมที่สร้างจากเรื่องจริงของเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่ได้รับผลจากระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิมา เขียนขึ้นโดย Eleanor Coerr ตีพิมพ์เมื่อปี 1977
ซาดาโกะ ซาซากิ เป็นเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2488 ตอนที่เธออายุ 2 ขวบ เธอรอดชีวิตจากระเบิดนิวเคลียร์ถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมา และเมื่อเวลาผ่านไปซาดาโกะเติบโตเป็นเด็กที่แข็งแรง เธอใฝ่ฝันอยากเป็นนักกีฬาวิ่ง แต่อยู่มาวันหนึ่ง
ซาดาโกะเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงและสลบในห้องเรียน ภายหลังจึงได้รู้ว่าเป็นโรคลูคีเมียหรือมะเร็งในเม็ดเลือดซึ่งเป็นผลจากปรมาณูในตอนนั้น จากเด็กน้อยที่ตั้งใจจะเป็นนักวิ่งกลับต้องมาใช้ชีวิตในโรงพยาบาล แต่เธอก็ต่อสู้กับโรคร้ายด้วยความเข้มแข็งและมีความหวังว่าตัวเองจะหายดีดั้งเดิม จนวันหนึ่งชิซูโกะเพื่อนสนิทได้มาเยี่ยมซาดาโกะพร้อมนำโอริงามิมาด้วย พร้อมเล่าตำนานนกกระเรียน “ซูรุ” ให้ฟัง ซูรุเป็นนกศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว […]
Share on Facebook
เค็กเป็นคนขี้สงสัยก็เลยลองคิดสนุกๆ ดูแล้วสมมติว่าตัวเองอยู่ในสมัยโบราณว่า ชีวิตการเป็นอยู่เราจะเป็นยังไงบ้าง การอยู่โดยไม่มีไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกทั้งหลายทั้งปวง คิดๆ ดูแล้วก็มีทั้งความสนุกและความลำบากนะคะ
แหม…แค่การทำอาหารยังไม่สะดวกเหมือนสมัยนี้เลยนะเนี่ย จะหุงข้าวทีต้องทั้งจุดเตาถ่านทั้งต้องเลี้ยงไฟจนข้าวสุกอีก ไม่ใช่แค่เปิดสวิตช์แล้วนั่งรอเหมือนสมัยนี้จริงๆ
ไข่เจียวเป็นอาหารเกือบทุกคนจะหัดทำเป็นอย่างแรก แต่คิดดูซิคะว่าเมื่อก่อนนั้น ทำไข่เจียวทีต้องเอามันหมูสดมาเจียวกว่าจะได้น้ำมันหมูและได้กากหมูมาเป็นผลพลอยได้ สมัยนี้กากหมูเลยกลายเป็นอาหารที่คนสมัยใหม่ไม่ค่อยได้เห็นกันโดยปริยาย
เค็กขออนุญาตไม่บอกว่าตัวเองเป็นคนสมัยโบราณนะคะ แต่ขอเป็นคนสมัยใหม่ที่เผอิญมีคุณย่าคุณยายที่เป็นคนโบราณทำให้ติดใจจาน “ไข่เจียวกากหมู” นี้ด้วย
เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนเพราะเราเจียวมันหมูเพื่อให้ได้กากหมู การทำกากหมูนั้นต้องใช้มันหมูแข็งเท่านั้นนะคะถึงจะได้กากหมูที่กรอบอร่อย เมื่อเราซื้อมันหมูแข็งได้แล้วให้นำมาตัดแต่งให้เป็นชิ้นสวย ประมาณว่าเอาส่วนที่ไม่พึงประสงค์ออกให้เหลือเป็นชิ้นขาวๆ นะคะ เสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้นกว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 3 เซนติเมตร นำมันหมูที่หั่นได้ไปเจียวในกระทะตั้งไฟอ่อนๆ น้ำมันจะค่อยๆ ซึมออกมาจากมันแข็งจนเหลือแต่กากหมูสีเหลืองทอง ถึงตอนนี้เราก็ต้องช้อนกากหมูออกมาเพื่อให้สะเด็ดน้ำมันทิ้งไว้สักแป๊บ กากหมูก็จะกรอบกรึบเลยละค่ะ
ถ้าเป็นคนโบราณก็จะเอาน้ำมันที่ได้เนี่ยมาเจียวไข่เลย แต่ถ้าไม่ชอบก็ใช้น้ำมันพืชแทนแล้วกันนะคะ ตีไข่เป็ดสัก 2 ฟองกับน้ำปลาและน้ำมะนาวนิดหนึ่ง (เค็กชอบใช้ไข่เป็ดนั้นนำมาทำไข่เจียวมากกว่าไข่ไก่ เพราะได้ไข่เจียวที่กรอบและน้ำมะนาวก็จะช่วยให้ไข่ฟู) ตั้งน้ำมันจนร้อนจัดควันขึ้นแล้วนำไข่ลงเจียวให้ฟู โรยด้วยกากหมูที่เราทำเตรียมไว้ ทานกับหอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนซอย มะนาว และข้าวร้อนๆ ระวังจะติดใจ
คอลัมน์ DINING IN
โดย savoury cake
Share on Facebook
Share on Facebook
ไม่ว่าจะเป็น “ทางผ่าน” หรือ “ปลายทาง” สำหรับใครที่เป็นนักชิมแล้วอยากให้
แวะร้าน “นุชทอดมัน บขส.เก่า” เมืองเพชร ลอง “ขนมจีน + ทอดมัน”
สูตรขนมจีนที่เก๋ไก๋แบบไม่ได้กินกับน้ำพริก น้ำยาป่า หรือว่าแกงเขียวหวานทั่วไป ที่นี่เขากินเส้นขนมจีนเปล่าๆ กับทอดมันปลาอินทรี ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ เป็นตำรับที่ถ่ายทอดมากว่า 60 ปีแล้ว ล่าสุดถึงมือรุ่นที่ 4 โดยมี “พี่นุช” หรือ โสภิตา เสือน้อย เป็นมือปั้น (ทอดมัน) คนปัจจุบัน
“สมัยก่อนที่บ้านขายห่อหมก มีแม่ค้าหาบเร่ขายขนมจีนแกงเนื้อแกงไก่ผ่านมา ก็สั่งมาแล้วเอาทอดมันกินเป็นเครื่องเคียง ตอนแรกกินเหมือนมีกับข้าวเพิ่ม กินไปกินมาก็มากินกับขนมจีนเปล่าๆ เดิมยังใช้น้ำจิ้มไก่แดงๆ ตอนหลังมาคิดสูตรน้ำจิ้มแบบซีฟู้ดแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว”
น้ำจิ้มที่ว่าเป็นน้ำจิ้มสไตล์ซีฟู้ดแต่ไม่ได้เผ็ดเปรี้ยวนำเหมือนที่อื่นๆ รสชาติหวานนิดๆ เพราะใช้น้ำตาลโตนด (ไม่ใช้น้ำตาลมะพร้าว) ดังนั้นสูตรเวลากินจึงต้องราดน้ำจิ้มชุ่มๆ ด้วยจะได้ไม่เลี่ยนมันจากทอดมัน สำหรับตัวทอดมันไม่เหมือนทั่วไปตรงที่ไม่ใส่ไข่ นอกจากนี้เวลาทอดพี่นุชจะมีเทคนิคในการผสมใบกะเพราลงไปในตัวทอดมันด้วย (ไม่โรยหน้าเหมือนที่อื่นๆ)
วันปกติที่พี่นุชปั้นขายวันละประมาณ 20 กิโลกรัม แต่บางวันที่ขายดีก็ขายได้มากถึง 80 กิโลกรัม !
มื้อหนักอิ่มจาก “ขนมจีน + ทอดมัน” แล้วอย่าพลาดตบท้ายของหวานด้วย “ลอดช่องน้ำตาลข้น” […]
Share on Facebook
ประชาธิปไตยอยู่ที่ไหน ?
…บนพานทองอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย…ในหีบบัตรเลือกตั้ง …หรือปะปนอยู่ในกลุ่มคนบนสะพานมัฆวานที่ย้ายไปปักหลักหน้าทำเนียบ…
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่คุกรุ่นรุนแรงในช่วงนี้ พลอยทำให้นึกถึงประวัติศาสตร์การเมืองในอดีต 7หนึ่งในสามัญชนที่มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงมีชื่อของ “นายปรีดี พนมยงค์” บิดาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมอยู่ในอันดับต้นๆ จังหวะปะเหมาะพอดีกับที่ “นิทรรศการถาวรอนุสรณสถานปรีดีพนมยงค์” ลุกใหม่ภายใต้งบฯ 3 ล้านบาท เพิ่งเสร็จใสใหม่ซิงงานนี้เลยเปลี่ยนแนวจากที่เคยตามล่าหาประชาธิปไตย
บนถนนราชดำเนิน มาลองหาความหมายของประชาธิปไตยในตึกโดมแห่งนี้ดู
พรมแดงทอดตัวสู่ชั้น 2 ของตึกอธิการ (แต่แน่นอนว่าประชาธิปไตยไม่ได้ปูด้วยพรมแดง) เข้าโซนแรกเป็นโถงโล่ง มีรูปปั้นพ่อปรีดียืนถือตำราคอยต้อนรับตั้งแต่โถงด้านหน้า ด้านหลังรูปปั้นมีประติมากรรมแสดงหลักการสำคัญ 5 ประการ ของแนวคิด “สังคมนิยมวิทยาศาสตร์ประชาธิปไตย” อันได้แก่ เอกราช อธิปไตย สันติภาพ ความเป็นกลาง ความไพบูลย์ และประชาธิปไตย
ความกิ๊บเก๋อยู่ตรงการตีความเจ้าประติมากรรมทั้ง 5 ถ้าสังเกตให้ดีเหมือนขึ้นโครงงานก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จ เปรียบเสมือนว่าหลักการทั้ง 5 ยังไม่บรรลุเป้าหมาย
เดินวนซ้ายหลุดเข้าโซนต่อมา ใช้เส้นลำดับเวลาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตช่วงต้นและการหล่อหลอมทางสังคม ตั้งแต่เด็ก จนโต จากลูกชาวนาสู่บทบาทนักเรียนกฎหมาย เดินทางไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส กระทั่งกลับมาเป็นนักกฎหมายและสร้างครอบครัว ชีวิตช่วงนี้ดำเนินไปภายใต้บริบททางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของไทยและต่างประเทศ ที่เปิดกว้างและสุกงอมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
บริเวณนี้คุมโทนด้วยสีดำ-แดง (พื้นดำเล่าบริบทสังคม
พื้นแดงเล่าประวัติชีวิต) แล้วอย่ามัวแต่มองตัวหนังสือจนเพลินล่ะ เพราะพื้นทางเดินกำลังไต่ระดับขึ้น เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงจังหวะชีวิตที่มีขึ้นมีลง
โซนที่สามเข้าสู่เหตุการณ์ช่วงก่อตั้ง “คณะราษฎร” โดดเด่นด้วยภาพพระที่นั่งอนันตสมาคม อย่าลืมแอบดูผ่านช่องแอบมอง […]
Share on Facebook
PReMA ได้จัดสัมมนาเชิงวิชาการ “Innovations in Medicines” โดยเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ทางการแพทย์ 3 เรื่อง
ทั้ง 3 เรื่องน่าสนใจใคร่รู้ทั้งนั้น
มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากอันดับ 2 ในผู้หญิงทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงอายุ ต่ำกว่า 45 ปี ว่ากันว่าทุกๆ 2 นาทีมีสถิติผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตด้วยโรคนี้ โดยในแต่ละปีพบผู้ป่วยถึง 5 แสนคนและมีผู้เสียชีวิตถึง 2 แสน 7 หมื่นคน !
รศ.น.พ.อรรณพ ใจสำราญ ภาค
วิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่าในเมืองไทย มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในสตรีไทย แต่ละวันมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจาก โรคนี้ 7 คน
สาเหตุไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ซึ่งแพร่กระจายทั่วไป
และติดเชื้อได้ง่ายทางเพศสัมพันธ์ (เพศสัมพันธ์ครั้งเดียว หรือแม้แต่การสัมผัสกันบริเวณอวัยวะเพศ ก็ติดได้) จากการศึกษาใน 22 ประเทศพบว่า ร้อยละ 90 ของผู้หญิงในประเทศเอเชียใต้ (อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์และไทย) ติดเชื้อ […]
Share on Facebook
ปฏิเสธไม่ได้ว่าจอเหลี่ยมๆ มีอิทธิพลในชีวิตประจำวันเราแค่ไหน นอกจากกลายเป็นของจำเป็นประจำบ้านแล้ว ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นที่จะตกแต่งให้บ้านของเราเก๋กู้ด หรูหรา โมเดิร์น หรือเรโทร
4Bordeaux Plus LCD TV
บอร์โดซ์ พลัส แอลซีดีทีวี (Bordeaux Plus LCD TV) ของ ซัมซุง ได้รับการออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากความโค้งมนของแก้วไวน์ เป็น LCD TV รุ่นแรกๆ ที่ปฏิวัติวงการทีวีจากสีดำมาเป็นสีขาว ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับคนรักสีขาว ชอบแต่งบ้านให้เรียบหรู โมเดิร์น สะอาดตา
5VIERA
รู้จักกันจากโฆษณาชวนไปดูทีวีมาราธอน 3 วัน 3 คืน กับ LCD TV 37 นิ้ว จากพานาโซนิค ที่มีเทคโนโลยีจอภาพจากญี่ปุ่น IPS Alpha ให้สีสัน ความสว่าง คมชัด ทุกมุมมอง พร้อมให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัด มี Viera link ช่วยให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ง่ายขึ้น และสามารถควบคุมการทำงานชุดโฮมเธียเตอร์ และเครื่องเล่นและบันทึกดีวีดีด้วย Viera […]
Share on Facebook
ทันทีที่รับทราบชัยชนะเหนือนางฮิลลารี่ คลินตัน “บารัก โอบามา” ได้กล่าวแสดงสุนทรพจน์ที่กินใจยิ่งว่า
…ชัยชนะที่เขาได้รับจะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ อเมริกันทุกคน ในฐานะที่เป็นบทพิสูจน์ยืนยันว่าเด็กอเมริกันทุกคน ไม่เลือกว่าผู้หญิง หรือผู้ชาย ไม่เลือกว่าเชื้อสายชาติพันธุ์อะไร ล้วนมีโอกาสก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด
เป็นประมุขแห่งทำเนียบขาวได้อย่างเท่าเทียมกัน…
ตรงนี้เองทำให้ บารัก โอบามา นับว่าเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ที่ฝีปากกล้าอีกคนหนึ่ง
ที่น่าจับตามอง
ไม่เพียงเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ที่โดดเด่น ความสามารถด้านการเขียนหนังสือของ บารัก โอบามา ยังสร้างความฮือฮาให้กับแวดวงบรรณพิภพอีกเช่นกัน งานเขียนชิ้นแรกของเขาชื่อ Dreams From My Father : A Story of Race and Inheritance หรือ “บารัก โอบามา…ผมลิขิตชีวิตเอง” หนังสือที่ฉายภาพตัวตนของโอบามาตั้งแต่ช่วงชีวิตวัยเด็ก ช่วงชีวิตวัยรุ่นที่มีแต่ความสับสน ความโกรธเกรี้ยวกับสิ่งอยุติธรรมที่สังคมหยิบยื่นให้
หนังสือเล่มนี้ทำให้ชื่อเสียงเขาอื้ออึง เพราะมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของนิวยอร์ก ไทมส์ เบสต์เซลเลอร์ในเวลาอันรวดเร็ว
แถมหนังสือเล่มนี้ได้รับคำชมและเสียงวิจารณ์ในแง่บวก ทั้งการใช้ภาษาที่สละสลวย สำนวนคมคาย ทำให้หลายคนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถ้าโอบามาไม่เป็นนักการเมืองก็อาจจะเป็นนักเขียนที่โด่งดังได้”
เส้นทางสายนักเขียนของเขาจึงไม่ได้จบลงที่งานเขียนเพียงเล่มเดียวเท่านั้น งานเขียนชิ้นต่อมาที่สร้างความฮือฮาได้อีกครั้ง นั่นคือ The Audacity of Hope ซึ่งเขียนเมื่อโอบามาก้าวสู่เส้นทางการเมืองอเมริกันแล้ว ได้บอกเล่าแนวคิด ปณิธาน อุดมการณ์ของนักการเมืองผิวสีวัยสี่สิบต้นๆ ซึ่งเป็นเสมือนกระบอกเสียงของโอบามาที่ประกาศจุดยืนต่อพลเมืองอเมริกัน
เราคงต้องยอมรับว่าเส้นทางชีวิต บารัก […]
Share on Facebook
เราคุ้นเคยกับ “สามก๊ก” กันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ อย่างตอนมัธยมในแบบเรียนภาษาไทยจะได้อ่านสามก๊ก ตอน จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า (จำกันได้ไหม) หรือไม่ก็มีสำนวนว่าใครอ่านสามก๊กจบ 3 รอบคบไม่ได้ หรือมีสามก๊กเวอร์ชั่นการ์ตูนออกมามากมาย อย่างปีนี้เราก็ได้ดูสามก๊กในเวอร์ชั่นหนัง 2 เรื่อง และยังได้ดูที่เป็นซีรีส์ทางทีวีอีกเรื่อง (ทางไทยพีบีเอส)
สามก๊กเป็นวรรณกรรมจีนที่แต่งขึ้นสมัยราชวงศ์หยวน โดยหลอกว้านจง นำเอาเหตุการณ์จากยุคสามก๊ก (ประมาณช่วง ค.ศ.200) เนื้อเรื่องเน้นการชิงอำนาจของก๊กต่างๆ อันประกอบด้วย วุยก๊ก (เว่ย) จ๊กก๊ก (ซู่) และง่อก๊ก (หวู) มาเป็นพื้นในการดำเนินเรื่องแล้วแต่งเติมบางฉากตามจินตนาการ เรื่องนี้ได้รับการยกย่องจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นสุดยอดวรรณกรรมชิ้นหนึ่งของโลกอีกด้วย
แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอยู่ในตัวนิยาย เช่น ยุทธนาวีที่ผาแดง (Chibi) คนไทยคุ้นเคยกับสามก๊กตอนโจโฉแตกทัพเรือ ซึ่งเป็นการรบครั้งสำคัญระหว่างวุยก๊กกับง่อก๊ก และส่งผลให้แผ่นดินแตกออกเป็นสามก๊กอย่างสมบูรณ์ (ปัจจุบันที่ผาแดงมีอักษรจารึกอยู่บนหน้าผาเป็นสัญลักษณ์) ซึ่งในเหตุการณ์นี้เองที่จอห์น วู ได้หยิบยกขึ้นมาทำเป็นหนังมหากาพย์ฟอร์มยักษ์ในชื่อ Red Cliff (จอห์น วู โจโฉแตกทัพเรือ) โดยมีทาเคชิ คาเนชิโร่ รับบทขงเบ้ง และเหลียงเฉาเหว่ย รับบทจิวยี่ (มีกำหนดฉายในโรง 10 ก.ค.)
ข้อเท็จจริงหลายอย่างในสามก๊กของหลอกว้านจงนั้นต่างจากประวัติศาสตร์หลายจุด เช่น ขงเบ้งที่ได้รับการยกย่องในวรรณกรรมว่าเป็นสุภาพบุรุษสูงวัยผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม