![]() |
คงต้องยอมรับกันว่า ในโลกธุรกิจที่แข่งขันกันรุนแรง การรู้ว่าบริษัทต้องการ “เก่งและแกร่ง” ในธุรกิจใดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
และอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ “ชาร์ป” แบรนด์ดังของญี่ปุ่นกำลังสร้างคอมเพล็กซ์โรงงานขนาดยักษ์มูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ผลิตจอโทรทัศน์ลิควิดคริสตัล (LCD) และแผงพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ และคอมเพล็กซ์แห่งนี้จะกลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ผลิตสินค้าประเภทนี้
นอกจากเป็นฐานการผลิตของชาร์ป แล้ว คอมเพล็กซ์แห่งนี้ยังเป็นที่มั่นสำคัญของซัพพลายเออร์หลักๆ ของชาร์ป อีกด้วย โดยชาร์ปเตรียมจะลงทุนเอง ราว 4.3 พันล้านดอลลาร์
วอลล์สตรีต เจอร์นัลรายงานว่า โรงงานแห่งนี้เกิดจากความคิดของคัทซุฮิโกะ มาชิดะ ซีอีโอของชาร์ป ตั้งแต่ 10 ปีก่อนที่ต้องการลดจำนวนธุรกิจที่ต้องสนใจเป็นพิเศษในภาวะที่บริษัทแทบจะทำกำไรไม่ได้ โดยยุคนั้นชาร์ปผลิตโทรทัศน์แบบหลอดรังสีแคโทด แต่บริษัทไม่ได้ผลิตหลอดเอง นอกจากนี้ยังลงทุนมหาศาลในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ แต่ก็เป็นเพียงผู้เล่นรายเล็กในธุรกิจที่แข่งขันกันสูง
ด้วยเหตุนี้มาชิดะจึงตัดสินใจเลิกผลิต ทีวีชนิดนั้น พร้อมลดการลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์ และหันมาเน้นเทคโนโลยี LCD ที่เป็นธุรกิจเกิดใหม่และยังขาดทุนอยู่ก็ตาม แต่เขาเล็งเห็นศักยภาพในการใช้จอ LCD กับทีวี และประกาศว่าชาร์ปจะเปลี่ยน มาใช้ทีวี LCD แทนทีวีแบบเดิมใน 10 ปีต่อจากนั้น
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ชาร์ปกลายเป็น 1 ในผู้ผลิตจอ LCD รายใหญ่ของโลก และทำรายได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 31.7 พันล้านดอลลาร์ (3.4 ล้านล้านเยน) และมีผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า เป็น 183.7 พันล้านเยน
ขณะที่แผงพลังงานแสงอาทิตย์ของชาร์ปยังเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่ก็เป็น เบอร์ 2 ของโลกรองจาก “คิว-เซลล์ เอจี” ของเยอรมนี
แม้ธุรกิจจะไปได้สวย แต่มีหลากความเสี่ยงยักษ์รออยู่ด้วย เพราะราคาจอ LCD ทรงตัวมานาน แต่มีหลายบริษัทกำลังวางแผนสร้างโรงงานใหม่ที่จะเพิ่มปริมาณสินค้าในตลาด และอาจจะทำให้ราคาตกลง
นอกจากนี้ “โซนี่” คู่แข่งรายสำคัญกำลังพัฒนาเทคโนโลยียุคต่อไป คือ OLED หรือไดโอดปล่อยแสงออร์แกนิกที่อาจทำให้เทคโนโลยี LCD ล้าสมัยไปในที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากชาร์ปยังคงรักษาความสำเร็จเหล่านี้ไว้ กลยุทธ์เน้นการผลิตอาจเป็นตัวอย่างให้กับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นรายอื่นที่เห็นว่าโมเดลเอาต์ซอร์ซิ่งฮาร์ดแวร์ของแอปเปิลไม่น่าสนใจ และยังพยายามหาทางรักษาฐานการผลิตไว้ พร้อมๆ กับเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ
เมื่อปี 2544 ซีอีโอของชาร์ปประกาศความตั้งใจสร้างโรงงานจอ LCD มูลค่า 1.4 พันล้านในเมืองคาเมยาม่า ในภาคกลางของญี่ปุ่น แม้ว่าตอนนั้นหลายบริษัทหันไปตั้งโรงงานในต่างประเทศ เช่น จีน เพื่อลดต้นทุนการผลิต
และการก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ถือเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญของชาร์ป เพราะนำไปสู่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถผลิตจอที่ดีกว่าและใหญ่กว่า คู่แข่ง ถือเป็นครั้งแรกที่มียอดความต้องการโทรทัศน์ชาร์ปสูงโดยเฉพาะในญี่ปุ่น
ทั้งนี้ โรงงานแห่งล่าสุดทำให้กลยุทธ์นี้เดินหน้าไปอีกก้าว เพราะออกแบบมาเพื่อผลิตแผงโซลาร์และจอ LCD ที่มีกระบวนการผลิตคล้ายกัน แม้ว่าชาร์ป วางแผนเดินหน้าผลิตทีวีและเครื่องใช้ ไฟฟ้าอื่นๆ ต่อไป แต่มาชิดะเชื่อว่าแผงโซลาร์และจอ LCD มีความสำคัญมากกว่าต่อความอยู่รอดและการเติบโตของบริษัท และเห็นว่าจอ LCD ยังมีศักยภาพนำเทคโนโลยีมาเสริมเพิ่มเติมในยุคที่ทีวี ในโลกอนาคตอาจมีเพียงจอและเฟรมพลาสติกเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยให้ชาร์ปอยู่รอดในระยะยาวได้หรือไม่ แต่มาชิดะบอกว่าเขาต้องการเพียงถอนทุนคืนเท่านั้น และมั่นใจว่าจะทำสำเร็จ
เมื่อถึงตอนนั้นชาร์ปหวังว่าการลงทุนในธุรกิจแผงโซลาร์จะทำกำไร จากปัจจุบันที่พลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็นเพียง 1% ของพลังงานทั่วโลก ซึ่งสถาบันโปรมิเทียสเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน คาดว่าสัดส่วนจะ เพิ่มเป็น 37% ในปี 2583 ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับ 20 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีกลาย
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม