![]() |
เมื่อถึงวันนี้เชื่อว่าทุกคนคงตระหนักดีถึงผลกระทบมหาศาลของวิกฤตสินเชื่อเมืองมะกัน ที่ส่งแรงกระเพื่อมมากบ้างน้อยบ้างสู่ธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่วงการสื่อ ผู้ที่เกาะติดรายงานข่าวปรากฏการณ์ครั้งนี้มาอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา “สื่อ” กลับตกเป็นข่าว เสียเอง เมื่อสื่อดังหลายค่ายในโลกตะวันตกเดินหน้าปลด พนักงานกันหลายระลอก โดยบทความชิ้นหนึ่งของอินเตอร์เนชั่นแนล เฮอร์รัลด์ ทรีบูน ระบุว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ธุรกิจหนังสือพิมพ์อเมริกาปลดพนักงานไปเกือบ 1,000 ตำแหน่ง ซึ่งอาจถือเป็นสัปดาห์หฤโหดที่สุดในรอบปีที่สื่อสิ่งพิมพ์ต้องฝ่าฟันเพื่อความอยู่รอดของตนเอง
ขณะที่โครงการเพื่อความเป็นเลิศของวารสารศาสตร์ ระบุว่า นับถึงปัจจุบันคาดว่ามีจำนวนผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการ น้อยกว่ายุคปี 2543 ราว 4,000 คน ในภาวะที่ยอดขายโฆษณาตกฮวบ เนื่องจากผู้โฆษณารายใหญ่ ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ และธุรกิจอื่นๆ ต่างย่ำแย่จากแรงกระทบวิกฤตสินเชื่อทั้งสิ้น ขณะที่ยอดขายออนไลน์ยังไม่สามารถทดแทนรายได้มหาศาลจากการขายโฆษณาแบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงธุรกิจสิ่งพิมพ์มาตลอด
ทั้งนี้ดูเหมือนว่าการปลดคนข่าวและการจ้างออกครั้งนี้ครอบคลุมสื่อสิ่งพิมพ์แทบทุกขนาด โดยในจำนวนนั้นรวมถึง สื่อชื่อดัง เช่น นิวยอร์ก ไทม์ส, วอชิงตัน โพสต์, ลอสแองเจลิส ไทม์ส, เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไทม์ส, มีเดีย เจเนอรัล, ทรีบูน และทอมสัน รอยเตอร์ส
แถมยังมีนักหนังสือพิมพ์ชื่อดังของวงการอีกหลายราย ที่ตัดสินลาออกเอง และจำใจลาออก อาทิ นักเขียนชื่อดัง อย่าง เดวิด บรอดเดอร์ และโทนี่ คอร์นไฮเซอร์ ที่ตบเท้า ร่วมกับเพื่อนร่วมงานอีกกว่า 100 คน เข้าโครงการจ้างออกของ “วอชิงตัน โพสต์” เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 5 ปี ทำให้ปัจจุบันหนังสือพิมพ์ดังมีคนข่าวลดลงจากเดิมราว 25%
ขณะที่สัปดาห์ก่อน “ลอสแองเจลิส ไทม์ส” หนังสือพิมพ์ที่มี ยอดจำหน่ายสูงสุดของเครือทรีบูน โค ประกาศแผนปลดพนักงาน 250 ตำแหน่ง โดยเป็นพนักงานกองบรรณาธิการ 150 คน โดยให้เหตุผลว่าบริษัทต้องการปรับรายจ่ายให้สมดุลกับรายได้ ที่ลดลง และหลังจากลดพนักงานแล้ว บริษัทจะมีพนักงานเหลืออยู่ราว 3,000 คน นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนลดจำนวนหน้าหนังสือพิมพ์อีก 15% ต่อสัปดาห์ เพื่อเดินตามแผนลดรายจ่าย ด้วยเช่นกัน
ด้าน “บอสตัน เฮอร์รัลด์” ก็เป็นหนังสือพิมพ์อีกฉบับที่เผยแผนลดพนักงานลง 160 ตำแหน่ง ขณะที่ “ปาล์ม บีช โพสต์” ลดพนักงานมากถึง 300 ตำแหน่ง โดย 160 คนอยู่ในกองบรรณาธิการ
หรือก่อนหน้านั้น “บัลติมอร์ ซัน มีเดีย กรุ๊ป” ผู้พิมพ์หนังสือพิมพ์ “เดอะ ซัน” และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับอื่น เผยแผนปลดพนักงาน 100 คนตั้งแต่ต้นสิงหาคมเป็นต้นไป เพื่อลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ส่วนสื่อดังรายล่าสุดที่อินเทรนด์ปลดคนคือ “ชิคาโก ทรีบูน” ที่ประกาศเมื่อ 8 กรกฎาคมว่าจะลดพนักงานฝ่ายข่าวลง 80 คน จากทั้งหมด 578 คน ภายในสิ้นเดือนหน้า หรือคิดเป็นเกือบ 14% ของพนักงานฝ่ายนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการปลดพนักงานระลอกที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งขณะนั้นมีฝ่ายข่าวอยู่ 670 คน
เป้าหมายหลักของแผนครั้งนี้คือการลดรายจ่ายส่วนที่เป็น เงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน 8.8 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้การปลดพนักงานครั้งนี้ของหนังสือพิมพ์ดัง ซึ่งเป็น 1 ในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา เป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ซึ่งนอกจากหัวชิคาโกแล้ว หนังสือพิมพ์ รายวันในเครือทรีบูนทั้งหมด ก็กำลังปรับลดพนักงาน พร้อมๆ กับจำนวนหน้าหนังสือพิมพ์ ตลอดจนมีแผนรีดีไซน์หนังสือภายในเดือนกันยายน เพื่อลดต้นทุนต่อไป
นอกจากปลดคนแล้ว เครือทรีบูนยังกำลังขายทรัพย์สิน เช่น หนังสือพิมพ์ “นิวส์เดย์” ใน ลองไอส์แลนด์ ตลอดจนทีมเบสบอลของเครือ เพื่อนำรายได้ไปชำระหนี้ 13 พันล้านดอลลาร์
รัสส์ สแตนตัน บรรณาธิการของไทม์ส กล่าวถึงวิกฤตสื่อยุคนี้ว่า “ขอบคุณอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้เรามีผู้อ่านมากกว่ายุคไหนๆ ในประวัติศาสตร์ และขอบคุณ อินเทอร์เน็ตเช่นกัน ที่ทำให้ผู้ซื้อโฆษณามีทางเลือกมากขึ้น และทำให้เรามีรายได้น้อยลง”
ซึ่งเหตุการณ์นี้เหมือนความขัดแย้งกันครั้งใหญ่ เพราะแม้ว่าอินเทอร์เน็ตอาจจะฆ่าหนังสือพิมพ์รายวันแต่อินเทอร์เน็ตก็ทำให้มียอดผู้อ่านเพิ่มขึ้นราว 10% เช่นกัน และเมื่อวัดจำนวนผู้อ่านหนังสือพิมพ์ในทุกรูปแบบ ก็จะพบว่ามี หนังสือพิมพ์จำนวนมากที่ประสบความสำเร็จมากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยจากการวิเคราะห์ของนีลสัน ออนไลน์ ระบุว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ดึงดูดคนเข้ามาชมกว่า 66 ล้านคนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นจากปีกลาย 12% นอกจากนี้ยังพบว่า 40% ของคนใช้ อินเทอร์เน็ตทั้งหมดจะเยี่ยมชมเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ด้วย
ทั้งนี้ ดีน ซิงเกิลตัน ซีอีโอ ของ มีเดีย นิวส์ กรุ๊ป เจ้าของหนังสือพิมพ์รายวันเกือบ 60 หัว ระบุว่า ในอนาคตจะมีหนังสือพิมพ์ 2 ประเภท คือ ประเภทที่อยู่รอด และประเภทที่ตาย พร้อมกับบอกว่าตอนนี้มีหนังสือพิมพ์ในเมืองใหญ่ของอเมริกา ราว 19 ฉบับจากท็อป 50 ประสบภาวะขาดทุน และคาดว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งวิกฤตที่จะพิสูจน์ว่า “สื่อ” รายไหน จะปรับตัวให้อยู่รอดในโลกที่สื่อรูปแบบใหม่ (new media) กำลังมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อคนทุกมุมโลก
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม