Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

The Future Media Tycoon 4 ทายาทหนังสือพิมพ์



Donate

นิตยสาร Thaicoon เดือนมิถุนายน 2551 นำเสนอสกู๊ปพิเศษ เรื่อง The Future Media Tycoon สงครามสุดท้ายกับความท้าทายของทายาทหนังสือพิมพ์ 4 คน ประกอบด้วย กตพล คงอุดม ค่าย สยามรัฐ ปานบัว บุนปาน สำนักมติชน วิลักษณ์ โหลทอง ทายาทสยามกีฬา และ จิตตนาถ ลิ้มทองกุล ค่ายผู้จัดการ

นี่คือ case ที่ classic มากที่สุดของสยามรัฐ

ยุคการบริหารหนังสือพิมพ์

“สยามรัฐ” ของ นายชัชวาล คงอุดม หรือ “ชัช เตาปูน” ประธานกรรมการ บริษัท สยามรัฐ จำกัด ที่มุ่งมั่นจะสานต่อเจตนารมณ์ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” ผู้ก่อตั้ง ต้องถึงคราวเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการบริโภคสื่อในปัจจุบัน

โดยเฉพาะเมื่อ “กตพล คงอุดม” ลูกชายคนที่สอง กลับจากประเทศอังกฤษเพื่อมาบริหารงานเข้ามาเป็นรองประธานและกรรมการผู้จัดการ

“สยามรัฐเป็นหนังสือพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุด ด้วยความที่เก่าแก่ที่สุดก็จะมีเรื่องวัฒนธรรมองค์กรเหมือนกับธุรกิจทั่วไป อายุมากขึ้น ความเคยชิน เมื่อมีการ ปรับตัวจะค่อนข้างช้า แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทุกอย่างดีขึ้น ทุกคนกระตือรือร้นที่จะปรับตัวโรงพิมพ์ โครงสร้าง นำเข้าเครื่องจักรใหม่ เทคโนโลยี ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันหมดในสองปี ทุกคนก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง พอเปลี่ยนแปลงเราก็เริ่มใส่ไอเดียเข้าไปว่าเราต้องทำอะไรบ้าง”

“คือถ้าวิเคราะห์กันแบบที่เห็นอยู่ ตัวสยามรัฐเองตั้งแต่สมัยก่อนนิ่ง พอนิ่งก็เริ่มถดถอย สมัยก่อนคนอ่านสยามรัฐที่เป็นรุ่นนักศึกษา ถึงตอนนี้ก็คง 40-50 ปีประมาณนี้ ถ้าเรา ไม่พยายามที่จะทำ เรายังนิ่ง ต้องหากลุ่มใหม่มาทดแทน ต้องปรับตัวตลอด”

“เมื่อก่อนอ่านสยามรัฐ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้อ่าน นี่คือ case ที่ classic มากที่สุดของสยามรัฐ วันนี้เรากำลังทำให้ทุกคนเห็นว่าสยามรัฐยังอยู่นะ กำลังพัฒนานะ และได้เปลี่ยนไปแล้ว เรามีการย่อไซซ์ให้ดูทันสมัยขึ้น…”

“ผมไม่ได้มองสยามรัฐเป็นธุรกิจหนังสือพิมพ์ ทุกวันนี้สยามรัฐเป็นสถาบัน จะส่งสารไปยังประชาชน สามารถใช้ช่องทางอื่นได้ด้วย เช่น เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ในอนาคตสามารถหาอ่านทางเว็บไซต์ แต่ก็จะแตกต่าง

จากที่อ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์ถึงแม้จะมีสื่อทดแทน แต่มันไม่ได้อารมณ์เท่ากับเดินไปหยิบจากแผง…”

กตพลบอกว่า การเป็นลูกชายของ “ชัช เตาปูน” มาทำหนังสือพิมพ์ ถ้าทุกวันนี้ไม่มีความคิดจะชอบ ก็ไม่ได้ทำแน่นอน และถ้าไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร ก็อาจอยู่ไม่ได้ขนาดนี้

จุดแข็งของมติชนคือ content

เพราะบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ในเครือ 7 ฉบับ ได้แก่ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจราย 3 วัน นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน และนิตยสารเส้นทางเศรษฐี

ดังนั้น “ปานบัว บุนปาน” หัวหน้าสำนักประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จึงมีหน้าที่แบกภาระเรื่องต้นทุนและการเงินของหนังสือในเครือมติชนทั้งหมด

“หน้าที่หลักของจัดซื้อ คือควบคุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบริษัท ส่วนหัวหน้าสำนักประธานฯ มีหน้าที่ตั้งประเด็นคำถามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือรับผิดชอบงานเฉพาะกิจ ตำแหน่งหัวหน้าสำนักประธานฯเสมือนใบผ่านให้เข้าถึงข้อมูลด้านต่างๆ ตั้งข้อสังเกต ตลอดจนรับผิดชอบงานสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ เช่น การปรับปรุงห้องสมุด ช่วยพัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร”

“ปีนี้วิกฤตพลังงานรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสิ่งพิมพ์มาก แต่อีกนัยหนึ่ง การประกอบธุรกิจนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจเพราะอยู่ยาก สร้างใหม่ก็ยาก ต้องลงทุนมหาศาลทั้งในด้านเครื่องจักรและบุคลากร สำหรับดิฉันที่เป็น generation ที่สอง ต้องมีการลงทุนเพื่อรักษาจุดยืน และพัฒนางานให้ดีขึ้น เหมาะสมกับสังคมและตัวคนอ่านเปลี่ยนแปลงไป อันนี้เป็นหน้าที่สำคัญ”

“…จุดแข็งของมติชนคือ content และความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว แต่การปรับเปลี่ยนที่สำคัญก็คือ เรื่องของคอนเซ็ปต์ รูปแบบ รูปลักษณ์ การเข้าถึงกลุ่มคนอ่านกลุ่มอื่นบ้าง ที่ไม่เฉพาะกลุ่มปัญญาชนและคนกลุ่มเดิม แต่เราจะเข้าถึงคนกลุ่มใหม่ได้อย่างไรบ้าง ตรงนี้ที่ดิฉันอาจจะส่งไม้ต่อ

“มติชนให้ความสำคัญกับทั้งสองส่วน คือ งานข่าว และงานการผลิตอย่างเท่าเทียมกัน ในฐานะกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนธุรกิจนี้ให้รอด พนักงานทุกคนเปรียบเหมือนกองกำลังที่มีหน้าที่และความชำนาญเฉพาะด้าน ขึ้นตรงกับหัวหน้าหรือผู้บริหาร สามารถอ่านยุทธศาสตร์ได้ทะลุ ต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ เป็นคนสุจริตถึงจะขึ้นมาเป็นผู้นำได้ ไม่ใช่พาไปผิดทิศ ผู้บริหารไม่ควรยึดโยงกับใครทั้งสิ้น ไม่มีใครอยู่ในอำนาจนาน มันคือวัฏจักร ถ้าหลงตรงนี้ก็พากันล่ม”

ปานบัวบอกว่า ในฐานะที่เป็น genera tion ที่สอง ภาระที่ได้รับย่อมหนัก แต่หนักคนละแบบกับคนบุกเบิก ขรรค์ชัย บุนปาน

“รุ่นนั้นไม่รู้จักใครเลย แต่รุ่นเราหนักเพราะต้องเชื่อมรุ่น ดันรุ่นใหม่โดยไม่ให้สะเทือนรุ่นเก่า จับอดีตประกอบกับปัจจุบันแล้วผลักดันไปในอนาคต คือมิติสามด้าน ต้องคิดว่ากระทบเขาหรือเปล่า เพราะความรู้สึกของเขาก็คือจิตวิญญาณขององค์กร ถ้ากระทบกันมาก องค์กรเองจะเหนื่อย”

สยามกีฬา ลุยก็ลุยเต็มที่เกินร้อย

วิลักษณ์ โหลทอง ทายาท ระวิ โหลทอง แห่ง “สยามกีฬา” ซึ่งกลายเป็นผู้บริหารเมื่ออายุยังน้อย หลังจากที่ได้ตั้งบริษัท Inspired Entertainment จำกัด (มหาชน)

เป็นก้าวแรกที่ทำให้ทุกวันนี้ บริษัท Inspired เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นิตยสาร “หัวนอก” มากที่สุดในประเทศไทย อาทิ FHM ZOO รายสัปดาห์ ARENA

หนังสือสำหรับผู้หญิงหลากวัย เช่น CAWAI RAY หนังสือความสนใจเฉพาะทางอย่าง CARS STUFF CASAVIVA เป็นต้น

“คือตอนนั้น ธุรกิจกีฬา เราก็มีเกือบครบแล้ว มีนิตยสาร หนังสือพิมพ์ รายการทีวี เว็บไซต์ก็เริ่มแล้ว มือถือ 1900 ก็มีหมดแล้ว จัดฟุตบอลแมตช์ใหญ่ๆ ก็ทำแล้ว คำว่า Inspired ก็หมายถึงว่า เป็นแรงบันดาลใจของความที่เราอยากขยายธุรกิจออกไป”

วิลักษณ์ในวันนี้ เป็นทั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Inspired และประธานบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด

“…ผมคิดว่าผมสปอร์ตนะ เต็มที่กับทุกคน รวมทั้งเรื่องทำงานหนัก ถึงเวลาลุยก็ลุยเต็มที่เกินร้อย” นี่คือสิ่งที่วิลักษณ์บอกว่าเป็นตัวตนที่เหมือนระวิผู้เป็นพ่อมากที่สุด

“คุณพ่อมีฝันอยากทำอะไรอีกเยอะนะครับ แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ อยากสานฝันของพ่อ…ให้อยู่ได้ เช่น เรื่องการดูแลพนักงานทั้งหมด ตอนนี้เกือบๆ 2 พันคน ให้อยู่ดีกินดี อย่างที่พ่อได้สร้างไว้ ตรงนี้ก็เป็นเป้าหมายของชีวิต”

“ก็มองว่า บริษัทลูกทั้งหมดของสยามสปอร์ต ที่มีเทเลวิชั่น บุ๊ก มีเดีย แมเนจเม้นท์ ซึ่งเป็นบริษัทขายโฆษณา สยามสปอร์ตที่เป็นโฮลดิ้ง Inspired รวมทั้งเว็บไซต์ ทั้งหมดก็ดูเหมือนเป็นแผนกในบริษัทใหญ่ ซึ่งทำหนังสือพิมพ์เป็นหลัก ส่วนของสยามกีฬาในอนาคตทุกอย่างจะเป็น brand and content คือ content ที่ติด แบรนด์หมด คือไม่ว่าจะเป็น content ของอะไร ก็จะติดแบรนด์ มีแคแร็กเตอร์ของ แบรนด์นั้นๆ ไปด้วย

สถานการณ์ตอนนี้ คุณสนธิออกหน้ายาก

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำให้ “ผู้จัดการ” เป็นสื่อที่มีคนรู้จักมากขึ้น พร้อมๆ กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล

manager online และ ASTV ก็คือผลพวงที่เป็นรูปธรรมจาก “ผู้จัดการ” ซึ่งมาจากการบริหารของ จิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายคนเดียวของ “สนธิ”

“พี่ที่ทำงานกอง บ.ก. รวมทั้งคอลัมนิสต์หลายท่าน ทำงานร่วมกันมานาน เคยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันมาก่อน รู้จักกันมานาน ผมคิดว่าเขาคงมองละครับว่า ถ้าจะมีใครสักคนเข้ามาดูต่อคุณสนธิ แล้วประสานทุกฝ่ายได้ น่ามองผมเป็นอันดับแรกมากกว่า เพราะถ้าเป็นคนอื่น เป็นแคนดิเดตมา คงตีกันตาย แต่ถ้าเป็นผม …มันจบ”

จิตตนาถเล่าว่า งานหลักมี 3 อย่าง

“เรื่องแรกผมจะดู content ให้คำปรึกษากับกอง บ.ก. เช่น ผู้จัดการยังขาดอะไร ควรนำเสนออะไร ให้ผู้อ่านรู้สึกว่า …มันได้ บทบาทของผมตรงนี้จะไม่เอากระบวนการทำงานของข้างในมาคิด แต่มองผู้จัดการในฐานะคนอ่าน เรื่องที่สอง ต้นทุน คือ ดูว่าทำยังไงจึงจะบริหารต้นทุนได้ดีที่สุด เช่น ล่าสุด มีการลดไซซ์ ก็ต้องประชุมกัน หรือการเพิ่มหน้า ลดหน้า ผมก็จะเป็นคนดู ให้เกิดประสิทธิผล คุ้มกับโฆษณามากที่สุด เรื่องที่สาม คือ ดีลธุรกิจ สถานการณ์ตอนนี้ คุณสนธิออกหน้ายาก ก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ผมต้องทำหน้าที่บี้ดีลธุรกิจ หรือเคลียร์การติดต่อต่างๆ”

“ถามว่า คนผู้จัดการภูมิใจมั้ย ที่ได้ร่วมงานกับผู้จัดการ ผมว่าทุกคนภูมิใจ อาจจะไม่ได้ผลตอบแทนเท่าที่อื่น แต่ถ้าเขามีความเชื่ออย่างเดียวกับที่คนในผู้จัดการเชื่อ เขาจะภูมิใจไม่แพ้ที่อื่น”

ส่วนเรื่องงาน จิตตนาถบอกว่า “ในเมืองไทย คนรุ่นเดียวกัน ไม่มีใครเคยทำทุกอย่างมาแล้วเท่าผม ยกเว้นอย่างเดียวคือ ออกรายการเบื้องหน้า แต่ก็ไม่คิดจะออกด้วย”

“ทางด้านสื่อ ผมคิดว่าอิ่มตัวแล้ว แต่ที่ทำอยู่ข้างในหลายๆ อย่าง ยังสามารถแตกไลน์ หรือพัฒนาออกไปได้ตามธุรกิจหรือตามโอกาส ผมคิดว่าแค่ของเดิม จะให้แข็งแรงก็ต้องใช้เวลาอีกมาก แค่ทำให้ทีวีดาวเทียมสู้ฟรีทีวีได้ ก็ต้องทุ่มเทมา 5 ปีแล้ว”






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>