Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

Innovation To Go สไตล์กูเกิล !!!!



Donate


นับถึงวันนี้ คงยากจะหานักเล่นอินเทอร์เน็ตที่ไม่รู้จักกูเกิล นะครับ ถือว่าเป็นเว็บไซต์ที่ทรงพลังที่สุดเว็บหนึ่งในโลกไซเบอร์ เรียกว่า จะค้นหาข้อมูลใด รูปภาพที่ไหน ถ่ายภาพโลเกชั่นใดๆ ในโลก เป็นต้องนึกถึงกูเกิลมาก่อนเสมอ รวมถึงมีการให้บริการกูเกิลเอิร์ทที่โด่งดัง สามารถทำให้ทุกแห่งหนบนโลก ไม่เป็นแดนสนธยา ที่มืดดำอีกต่อไป

อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเว็บท่า (portal web) ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยคำว่าเว็บท่านั้น เปรียบเสมือนท่าเรือที่นักท่องเน็ตทุกท่านต้องมาแวะจอด ก่อนที่จะทะลุทะลวงผ่านไปยังเว็บอื่นๆ ต่อไป ซึ่งกูเกิลตอนนี้ทำได้ดีมาก ไม่เพียงเว็บแม่ของกูเกิลเอง แต่ www.gmail.com ที่นำเสนอฟรีเมล์ให้กับทุกคน ก็กำลังสร้างความนิยมไม่น้อยกว่า Hotmail หรือ Yahoo เลย เรียกว่าเขย่าบัลลังก์เจ้าแห่งผู้ให้บริการฟรีเมล์

และกูเกิลเองก็ยังไม่หยุดยั้งในการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ออกมาท้าทายสายตาชาวโลก โดยไม่ต้องการเป็นแค่เพียง เจ้าแห่งสื่อในอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยัง ขยับขยายไปยังธุรกิจสื่อครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสื่อในเน็ต สื่อแบบดั้งเดิม ทั้งโทรทัศน์ บิลบอร์ด และสื่ออื่นๆ เรียกว่าเอเยนซี่โฆษณาทั้งหลายต้องเหลียวหันมามองกูเกิลในยุคใหม่นี้กันทั้งสิ้น เพราะกำลังจะครอบครองทุกสื่อ ทุกช่องทางที่เข้าถึงตัวผู้บริโภคทุกคนอย่างครบวงจรทีเดียว

สิ่งหนึ่งที่นำสู่ความสำเร็จของกูเกิลอย่างรวดเร็วแซงหน้าคู่แข่งมากขนาดนี้ ก็เพราะนวัตกรรมที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ ที่กูเกิลพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนคู่แข่งสารพัดรายถึงกับมีการวิเคราะห์กลยุทธ์การ สร้างสรรค์นวัตกรรมของกูเกิลกันเลยว่า ใช้แนวทางใดถึงกระตุ้นให้เกิดสิ่งใหม่ๆสร้างสรรค์ได้มากมายในเวลาอันสั้น

กลยุทธ์ที่สำคัญของกูเกิล คือ การที่กิจการปลูกฝังวัฒนธรรมด้านการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับบุคลากรทุกคนอย่างเหนียวแน่น โดยที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือ นโยบายที่ผลักดันให้บุคลากรทุกคนใช้เวลาที่เหลือ 20% ในการทำงาน มาใช้ในการทำโปรเจ็กต์พิเศษนอกเหนือจากงานประจำของตน โดยโปรเจ็กต์นั้นๆ ต้องเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในการทำงานของกิจการ ซึ่งกิจการจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และนำมาเป็นผลงานชิ้นโบแดงของแต่ละคนได้อีกด้วย

นโยบายดังกล่าวทำให้ทุกคนในกิจการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนา ไอเดียใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากตนเองเป็นพนักงานกูเกิล แต่ไม่กระตือรือร้นที่จะสร้างความแปลกใหม่เร้าใจที่แตกต่างให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ยากที่จะเจริญรุ่งเรืองอยู่ในกิจการครับ ทำให้ทุกคนต้องพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง จนกลายเป็น “บรรทัดฐาน” ของคนในกูเกิลไปแล้ว

การที่กูเกิลมีโลเกชั่นหลักๆ อยู่ถึงกว่า 50 แห่งกระจัดกระจายกันอยู่ ทำให้การพบปะหน้าตา เพื่อร่วมกันเป็นทีมงานสร้างสรรค์นวัตกรรม จึงทำได้ยากลำบากขึ้น แต่กูเกิลก็ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีการสื่อสารอยู่แล้ว จึงใช้สารพัดเทคนิคมาทดแทนได้อย่างไม่มีปัญหามากนักครับ

อีกกลยุทธ์หนึ่งที่มีความสำคัญมากต่อการสร้างนวัตกรรมของกูเกิลก็คือ การ เทกโอเวอร์หรือเข้าซื้อกิจการอื่นๆ เพื่อได้รับแนวคิดไอเดีย ทักษะ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาในกิจการ โดยดีลยักษ์ใหญ่ล่าสุด คือ ดับเบิลคลิก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจการด้านอีคอมเมิร์ซที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งเมื่อมาอยู่ภายใต้ชายคาของกูเกิลแล้ว ก็เท่ากับเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับกิจการได้ อย่างมาก และนำนวัตกรรมเข้ามาสู่กิจการได้ไม่น้อยทีเดียว

กูเกิลเน้นย้ำว่า การที่จะส่งเสริม นวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น ควรมุ่งเน้นที่การเทกโอเวอร์กิจการที่ขนาดไม่ใหญ่โตนัก ซึ่งดีลขนาดใหญ่แบบดับเบิลคลิก คงไม่เห็นบ่อยครั้งนักนับจากนี้ โดยเหตุผลก็คือ กิจการขนาดเล็ก อย่างที่ทราบกันว่าก็มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นค่อนข้างสูงกว่ากิจการขนาดใหญ่อยู่แล้วครับ มักจะรู้จักในชื่อที่เรียกว่า องค์กรแบบผู้ประกอบการ (entrepreneurial organization) ซึ่งก็ทำให้มักมีนวัตกรรมเก๋ไก๋เปี่ยมศักยภาพแฝงอยู่ในกิจการลักษณะนี้อยู่ตลอดเวลา

อีกเหตุผลหนึ่งที่กูเกิลเน้นการเทกโอเวอร์กิจการขนาดเล็กมากกว่า ก็เนื่องจากจะทำให้เกิดการผสมผสานถ่ายเทแนวคิดระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะถูกกลืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิลได้อย่างไม่ยากเย็น แรงเสียดทานและการ ต่อต้านน้อยกว่า เพราะกิจการขนาดเล็กนั้น มักจะมีวัฒนธรรมที่อ่อนกว่า และมีแนวโน้มที่จะผสมกลมกลืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ กูเกิลได้ง่ายดายกว่ากิจการที่มีขนาดใหญ่ที่มีจำนวนพนักงานมาก ทำให้ลดความขัดแย้งด้านวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ระหว่างกิจการลงได้มากครับ

ในกระบวนการของการเทกโอเวอร์นั้น กูเกิลจะไม่นิยมการเข้าซื้อแบบปรปักษ์ (hostile takeover) เลย ซึ่งการเข้าซื้อลักษณะนี้คือ การซื้อที่กิจการผู้ถูกซื้อ ไม่ยินยอมพร้อมใจ พยายามหลีกลี้หนีห่าง ผู้ไล่ล่าซื้อกิจการให้มากที่สุด และใช้ทุกวิถีทางในการต่อสู้ดิ้นรนจากการเทกโอเวอร์นั้น ซึ่งก็มักลงเอยด้วยการบาดเจ็บ ขัดแย้ง และสร้างรอยแผลเอาไว้ให้กับทั้งสองฝ่ายอย่างมากหลังจากการเข้าซื้อกิจการจบสิ้น

กูเกิลไม่นิยมการเข้าซื้อกิจการแบบนี้เลย เพราะจะนำไปสู่ความยากลำบากในการผสมผสานสร้างความเป็นเอกลักษณ์ด้านนวัตกรรมต่อไปในภายภาคหน้าครับ อีกทั้งการเทกโอเวอร์แบบนี้ มักทำให้เกิดการลาออกของบุคลากรระดับมันสมองและผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ของกิจการที่ถูกซื้อ ทำให้เกิดความสูญเสีย ไอเดียใหม่ๆ และลดศักยภาพของกิจการไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้งการถ่ายโอนความรู้ทักษะ และการผสมกลมกลืนกันระหว่างสองกิจการเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้นครับ และทีมเวิร์กของบุคลากรทั้งสองฝ่ายก็ยากที่จะเกิด นวัตกรรมจากการผสมผสานจุดเด่นของ ทั้งสองกิจการ ก็จะประสบความสำเร็จได้น้อยลงเช่นกันครับ ซึ่งเป็นการลดสัมฤทธิผลของการเทกโอเวอร์ดังกล่าว

ดังนั้น ในแต่ละเคสของกูเกิลนั้นมักจะเป็นการเทกโอเวอร์แบบเป็นมิตร (friendly takeover) มากกว่า ซึ่งทำให้บุคลากรทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจ และเต็มใจที่จะผสมกลมกลืนกัน เป็นหนึ่งเดียวกันในองค์กรของกูเกิล และในที่สุดก็จะถูกหล่อหลอมด้วยวัฒนธรรมของกูเกิล จนสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างใจปรารถนาครับ

ที่กล่าวมาเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ กูเกิลนำสู่ความสำเร็จด้านนวัตกรรมของตนเองนะครับ อาจจะลองพิจารณานำไปประยุกต์ใช้ดูบ้าง เพื่อผลักดันทุกกิจการของเราสู่ความเป็นองค์กรนวัตกรรมของเราเต็มภาคภูมิครับ

คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ธีรยุส วัฒนาศุภโชค Teerayout@acc.chula.ac.th






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>