เพิ่มยอดขายด้วยการลงโฆษณากับบัมคิว คลิกที่นี่



Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.

ถ้าลองสแกนดูหน่วยงานที่ถูกมอบหมายงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ขององค์กรธุรกิจไทยวันนี้ ส่วนหนึ่งมีฝ่ายสื่อสารองค์กรหรือฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นผู้ดูแล ส่วนหนึ่งมีฝ่าย CSR ที่ถูกตั้งขึ้นมาเฉพาะเพื่อการขับเคลื่อนเรื่องนี้ และจำนวนไม่น้อยที่องค์กรมอบหมายงาน CSR ให้ไปอยู่ในความดูแลของฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR)

เหตุที่ HR กำลังเข้ามามีบทบาทนำในการขับเคลื่อน CSR ในองค์กร เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า “พนักงาน” ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder) สำคัญกลุ่มหนึ่งที่บริษัทต้องใส่ใจและรับผิดชอบ พอๆ กับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า ชุมชนและสังคมในวงกว้าง

“CSR เป็นมากกว่ากิจกรรมเอื้ออาทร ที่ผ่านมาองค์กรมักจะมองความรับผิดชอบต่อสังคมภายนอก โดยลืมที่จะมองผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียภายในโดยเฉพาะพนักงาน แต่วันนี้เราพบว่าเริ่มมีสัญญาณบางอย่างในไทยที่สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรกำลังให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อพนักงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงทางการเงิน ความสบายอกสบายใจในการอยู่ในองค์กร และนี่อาจจะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจในไทยเริ่มมีความเข้าใจเรื่อง CSR มากขึ้น” ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ไกรสรสุธาสินี นักวิชาการด้าน CSR จากคณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉายภาพสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้

พนักงานกับความรับผิดชอบพื้นฐาน

ในหลายองค์กรบรรจุเรื่องความรับผิดชอบด้านสถานที่ทำงาน อยู่ในกลยุทธ์ของความรับผิดชอบ เช่น บริษัทกลุˆมธุรกิจ โคคา-โคลาในประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติงานตั้งแต่เรื่องพื้นฐานตามกฎหมาย ไปจนกระทั่งระดับขั้นที่สูงกว่า เช่น การส่งเสริมการพัฒนาตัวเองของพนักงาน ฯลฯ และนั่นเป็นการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบที่องค์กรมีต่อพนักงาน ซึ่งเป็นมุมมองแรกที่ CSR เข้ามาเกี่ยวข้องกับพนักงาน

ถ้าจะตีความจากมาตรฐาน ISO 26000 ที่ว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ โฟกัสให้เห็นประเด็นนี้ว่า ใน ISO 26000 จะเห็นชัดเจนว่าการปฏิบัติต่อแรงงาน (labour practice) ถือเป็นหนึ่งในหมวดที่มาตรฐานนี้ให้ความสำคัญ และเป็นมุมมองที่ละเอียดอ่อนมาก โดยมองว่าองค์กรจำเป็นต้องรับผิดชอบตั้งแต่เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ความเท่าเทียม การไม่กีดกันด้วยสีผิว ความพิการ ไปจนกระทั่งการสนับสนุนไม่ให้มีการปิดกั้นการรวมกลุ่มของพนักงานเพื่อพูดคุยกับนายจ้าง ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้คนเล็กคนน้อยในองค์กรจะได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น

ขณะที่ในอีกมุมหนึ่ง CSR กลายเป็นตัวช่วยในการสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานและนำไปสู่การสร้างองค์กรแห่งความสุขเมื่อพวกเขาได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท บทพิสูจน์ของ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ที่เพิ่งได้รับการยกย่องจาก The Gallop บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยชั้นนำของโลก ให้เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจธนาคารของโลกที่เป็นสถานที่ทำงานยอดเยี่ยม “The Gallop Great Workplace Award 2008″ นั้น ชัดเจนว่า CSR ได้เข้ามาเป็นตัวช่วยในการสร้างความสุขให้กับพนักงานในองค์กรนอกเหนือจากงานที่ทำ

CSR ตัวช่วยสู่ “องค์กรแห่งความสุข”

“องค์อร อาภากร ณ อยุธยา” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริหารงานสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า “เมื่อก่อน CSR เป็นเรื่องของคนกลุ่มเดียว แต่ในช่วง 2 ปีมานี้การพยายามใส่เรื่องเหล่านี้ไปให้พนักงาน โดยเปิดโอกาสให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เราทำ เป็นการสร้างความสุขนอกเหนือจากการทำงานซึ่งเป็นการเสริมในฝั่งบุ๋น ในขณะที่ฝั่งบู๊เราก็ทำควบคู่ไปด้วยกันในเรื่องพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการ สถานที่ทำงาน วิธีการทำงาน การเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน การให้รางวัล และผลตอบแทน อย่างน้อยเรื่องพวกนี้ก็ต้องให้อยู่ในมาตรฐานของตลาด เพราะเราเชื่อว่าคนเราจะมีความสุขได้ ต้องอยู่ได้ด้วยความไม่เดือดร้อนก่อน อย่างน้อยรางวัลที่เราได้ก็สะท้อนว่าสิ่งที่เราทำตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมานั้นเดินมาถูกทาง”

ความพึงพอใจของพนักงานจากการวัดของ Gallop พบว่าคะแนนความพึงพอใจที่พนักงานมีต่อองค์กรนั้นสูงถึง 4.54 และมีพนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการตอบแบบสำรวจกว่า 90% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานโลกที่มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.45 ความท้าทายนับจากนี้คือการรักษามาตรฐาน “องค์กรแห่งความสุข” และรักษาความพึงพอใจของพนักงานที่มีในปัจจุบันให้คงอยู่ ไม่เพียงที่กิจกรรม CSR ซึ่งจะเริ่มดำเนินการอย่าง “ชวนกันทำดี” ซึ่งเป็นเมนูการทำดีที่ให้พนักงานได้เข้ามามีส่วนร่วมและได้ทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น ผ่านการสร้างโครงการ 4 แขนง อาทิ จิตอาสาเพื่อหาอาสาสมัครในการไปสอนหนังสือเด็ก กิจกรรมด้านธรรมชาติ การสร้างฝายซึ่งเข้าไปร่วมกับเครือซิเมนต์ไทย ปลูกป่า การบริจาคโลหิต เป็นต้น ที่ธนาคารกำลังจะทำ

SCB Space เครือข่ายสังคมออนไลน์/

ก่อนหน้านี้ไม่นานนักธนาคารเปิดตัว SCB Space ซึ่งการสร้างเครือข่ายทางสังคมบนออนไลน์ให้กับพนักงานของธนาคาร

“การมีชุมชนตรงนี้ทำให้แต่ละคนได้มีโอกาสเรียนรู้แง่มุมและอีกด้านหนึ่งที่เราอาจจะไม่เคยเห็นของหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน เพื่อนที่อยู่ต่างแผนก บางทีก็มีการโพสต์งานอดิเรก ที่แต่ละคนทำ ซึ่งได้ผลมาก อย่างน้อยก็มีบทสนทนาระหว่างกันมากขึ้นเมื่อเจอหน้ากัน หรือบางคนเราอาจไม่เคยมองเห็นมุมอื่นๆ ของเขามาก่อน ก็ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานดียิ่งขึ้นและได้รับการตอบรับที่ดี”

องค์อรยกตัวอย่างกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่าย SCB Space “เมื่อเร็วๆ นี้เราได้รับโทรศัพท์ว่าต้องการหาอาสาสมัครไปร่วมระดมทุนรับเงินบริจาค เวลาค่อนข้างจำกัดและไม่คิดว่าจะหาได้ พอเราโพสต์ไปในสเปซไม่นานมีอาสาสมัครเข้ามาทันที 80 คน เราหวังว่าบรรยากาศแบบนี้จะเกิดมากขึ้นอีกในองค์กร”

บรรยากาศที่จะยิ่งสร้างความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อองค์กร ซึ่งในท้ายที่สุดจะย้อนกลับไปสู่การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากขึ้นในที่สุด และนี่เป็นผลของความรับผิดชอบที่สุดท้ายผลจะย้อนกลับมาสู่องค์กร

“ในหลายองค์กร CSR ได้พัฒนาจนสร้างจุดแข็งและส่งผลต่อประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในแง่ของการบริการ” ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์กล่าวโดยยกตัวอย่างกรณีศึกษา “เจ็ท บูล” โลว์คอสต์แอร์ไลน์ในสหรัฐอเมริกาว่า “องค์กรนี้ให้ความสำคัญกับพนักงานมากถึงขนาดว่าสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่บริษัทจัดให้มี 98% พอใจ เหลือเพียง 2% ที่ไม่พึงพอใจ แต่บริษัทก็ไม่ได้ละเลยและขยายจำนวนโรงพยาบาลเพื่อให้พนักงานนั้นพึงพอใจกับสวัสดิการที่บริษัทจัดให้ทั้ง 100% นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่กลายเป็นจุดแข็งของบริษัทซึ่งส่งผลต่อการบริการที่ดีขึ้น และสามารถสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดกับผู้บริโภค”

เหล่านี้จึงเป็นบทเรียนที่พิสูจน์ว่า CSR เป็นตัวช่วยองค์กรไปสู่บันไดอีกขั้นในการสร้าง “องค์กรแห่งความสุข”

Click here to get SuccessAdSense



Make Money With Adsense Without Your Website. Apply now!

เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ