Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

กว่าจะค้นพบคำตอบ



Donate

 

…ในยุคที่คนเก่งไฮโซ หันมาปฏิบัติธรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หลายคนพยายามค้นหาคำตอบให้ชีวิต เพราะบางคนทั้งชีวิตไม่เคยหันกลับมามองตัวเองเลย เพราะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำดีเลิศ แต่หารู้ไม่ชีวิตก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ ..เกิดมาแล้วก็ต้องตาย

          แต่สิ่งที่สำคัญคือ ระหว่างมีชีวิตอยู่เราได้ทำอะไรให้กับเพื่อนมนุษย์บ้าง

          เหมียว-วรัตดา ภัทโรดม  กรรมการบริหารบริษัท อมิตี คอนซัลติ้ง จำกัด(Amity Consulting Co.,Ltd.) สาวทำงานเก่งทางการตลาด เป็นที่รู้จักของแวดวงสังคม เรียนจบปริญญาโทอเมริกา ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย คนส่วนใหญ่ได้เห็นเรื่องราวของเธอในรายการทีวีและสื่อสิ่งพิมพ์

          วรัตดาน่าจะเป็นอีกตัวอย่างของผู้หญิงเก่งที่หันกลับมามองตัวเอง และที่น่าสนใจก็คือ เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีความสุข เธอเลือกที่จะค้นหาคำตอบ จนได้รู้จักธรรมะ รู้ว่าจะผสานการบริหารจัดการกับธรรมะอย่างไร ทุกวันนี้เธอกลายเป็นนักบรรยายธรรมที่น่าสนใจคนหนึ่งและมีผลงานหนังสือเปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน

-  ขอถามคำถามเดิมๆสักนิด จุดที่ทำให้รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง?

                จุดคลิกจริงๆ คือตอนไปซื้อนาฬิกาที่ห้างสรรพสินค้า แล้วคนขายไม่สนใจเรา เอาแต่คุยกันเอง ตอนนั้นเราพูดไปว่า ขอดูนาฬิกาสีฟ้าหน่อยค่ะ แล้วเขาก็หยิบสีเขียวให้เรา เราบอกไปว่า ตาบอดสีหรือไง บอกให้หยิบสีฟ้า ทำไมหยิบสีเขียว ถ้าจะคุยกันอย่างนี้ กลับไปคุยที่บ้านดีกว่าไหม เพราะนี่คือการทำงาน

พอพูดออกไปแล้วรู้สึกผิด วันนั้นก็เลยขอโทษเขา เพราะรู้สึกว่าเขาทำแค่นี้ ทำไมเราต้องว่าขนาดนั้น ทำไมเราต้องโกรธมากขนาดนี้

-          ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยช่วงนั้นก็เลยคิดว่าตัวเองดีเลิศ?

ตอนเรียนไม่เป็น นิสัยยังดีอยู่ แต่พอประสบความสำเร็จมาก เงินเดือนสามสี่แสนบาทตั้งแต่อายุยังน้อย มีลูกน้องเยอะ เริ่มอัตตาสูงเรื่องนี้มาวิเคราะห์ตัวเองทีหลัง ก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานแล้วประสบความสำเร็จ ก็นึกว่าเราดีเลิศแล้ว ทุกวันทำงานเป็นบ้าไม่ได้คิดอะไร แค่รู้สึกว่าทำอย่างนี้ก็ดี งานเยอะขึ้น ลูกน้องก็สบาย ก็ทำไป

-          เวลาทำงานมีปัญหาไหม

เป็นคนดุแต่ลูกน้องรัก อย่างไปออกรายการเจาะใจ น้องๆก็บอกว่า พี่ไม่ได้วีนขนาดนั้น แต่เรามองตัวเองว่า แค่นั้นก็ไม่ดีแล้ว เราไม่อยากเป็นคนที่ดุเกินไปหรือเอามาตรฐานตัวเองเป็นตัววัด เวลาเห็นอะไรไม่ถูกต้อง จะไม่ชอบ

-          คงเหมือนคนอื่นๆ ที่มองว่าความสำเร็จคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต?

ก็ถูกสอนจากสังคมว่าชีวิตคนเราต้องเรียนเก่งๆ เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ทำงานดีๆ ได้เงินเดือนเยอะๆ แล้วก็จะประสบความสำเร็จ คิดว่าทำทุกอย่างครบ แล้วเราจะมีความสุข

-          ก่อนที่จะพบธรรมะ เคยรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดบ้างไหม?

เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองทำผิด  แต่มาวิเคราะห์ว่านี่แหละคืออัตตาของเรา อย่างคนแซงแถวเข้าห้องน้ำก็ว่าเขาตรงนั้นเลย เราไม่เคยคิดเลยว่าเขาอาจท้องเสียก็ได้ เพราะเราคิดว่านี่คือมาตรฐานสังคม ทุกคนต้องเข้าแถว

-          แล้วคุณไม่เคยสัมผัสชีวิตที่แตกต่างจากแวดวงโฆษณาบ้างหรือ

ได้เห็นค่ะ แล้วก็ช่วยคนเยอะมาก ชอบแบ็คแพ็คออกเดินทาง เคยนอนกับพื้นที่ฝรั่งเศสถูกคนกวาดถนนเอาไม้กวาดฟาด เคยอาบน้ำที่สถานีรถไฟ เคยออกเดินทางสองสามเดือนคนเดียวก็ทำมาแล้ว เห็นชีวิตมากมาย เห็นความแตกต่าง ไปเนปาลเห็นขอทานฉี่ในมือแล้วใช้รูปหน้า ก็เห็นชีวิตแบบนี้ 

เวลาเดินทางคนเดียวได้เห็นชีวิต ได้นั่งคิดนั่งมอง แต่ยังไม่คลิกออกมาซะที  เหมือนเราสะสมของสองอย่างคือ สังคม ธุรกิจก็ทำไป อีกครึ่งหนึ่งชอบ เดินทางก็มีคนถามว่า ทำไมชอบอยู่คนเดียวและเดินทางคนเดียว ตอนนั้นก็ตอบใครไม่ได้ รู้สึกว่าได้คิด แต่ยังแกะปริศนาชีวิตไม่ออกเราจะผสมโลกสองโลกในตัวเองอย่างไร

     ปีหนึ่งจะเที่ยวสองเดือน อีกสิบเดือนอยู่ในโลกธุรกิจ ออกทีวีให้สัมภาษณ์สื่อ เป็นนายคน พรีเซนต์งานลูกค้า แต่อีกมุมหนึ่งชอบเที่ยวแบบนั้น เวลาไปเที่ยวเอาเสื้อผ้าไปไม่กี่ชุด นอนยังไงก็ได้

-          ในช่วงหนึ่งได้ครุ่นคิดกับชีวิต แล้วทำไมคุณตอบคำถามให้ตัวเองไม่ได้

คงเพราะแกะปริศนาตัวเองไม่ได้ ตอนจบปริญญาโทเมืองนอกก็อายุยี่สิบปีกว่าๆ เริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ก็ยังเดินทางแบบนั้นอยู่ ชอบผจญภัยและไปเที่ยวลำบากๆ เป็นความท้าทายอีกแบบว่าเราจะอยู่อย่างไร รู้สึกอิสระ  แต่พอกลับมาทำงานประจำรู้สึกว่าชีวิตอยู่กรอบอีกแล้ว ความรู้สึกมันก็ต่อสู้กันอยู่ว่าเราชอบอยู่อย่างนั้น แล้วเราจะมีอาชีพอะไรที่ได้ใช้ชีวิตแบบนั้น

-          เคยทำงานเพื่อสังคมบ้างไหมคะ

ก็เคยร่วมกิจกรรมดำน้ำซ่อมปะการัง และตอนที่เรียนจบจากต่างประเทศใหม่ๆ บอกพ่อว่าจะไม่กลับเมืองไทย จะทำงานกรีนพีซ ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องเงิน แต่พ่อแม่ให้กลับมาทำงานเมืองไทย

-          แล้วค้นหาคำตอบให้ตัวเองอย่างไรคะ

ช่วงที่ไปต่อว่าคนขายนาฬิกาทำให้เรารู้สึกแย่ ก็เลยคิดกว่าต้องหาคำตอบบางอย่าง ใช้เวลาหนึ่งปีเคลียร์งานบริษัทที่หุ้นกับเจ้านายก็จัดการเรียบร้อยแล้วก็ปิดบริษัท ช่วงสองปีนั้นไม่ทำงานเลย พยายามหาคำตอบว่าจะทำงานหาเงินในโลกอย่างไรโดยนิสัยไม่แย่ลง ตอนนั้นเราเอาเงินและความสำเร็จที่ทำให้เราเปลี่ยนออกจากชีวิต แล้วนิสัยดีขึ้นเลยนะ

-          เหมือนจะเริ่มเข้าใจชีวิต แต่ก็ยังไม่กระจ่างชัด ?

ก็คิดได้ แต่ยังไม่ได้คำตอบว่าเกิดมาทำไม อยู่ไปเพื่ออะไร เมื่อตายไปแล้ว เอาอะไรไปไม่ได้เลย แล้วทำไมช่วงอายุ 20 -60 ปี ต้องทำงานเยอะขนาดนี้ แต่ก็มีคำถามอีกว่า เราต้องอยู่ในสังคมที่ต้องใช้ ต้องดูแลพ่อแม่

-          ช่วงสองปีที่ไม่ทำงานใช้ชีวิตอย่างไรคะ

ออกเดินทางแบ็คแพ็คคนเดียวไปเที่ยว ยุโรป อินเดีย ไปดำน้ำที่เกาะในอินโดนีเซีย มีเวลาเขียนบันทึก เขียนวิเคราะห์ว่า เหมียวคนเดิมนิสัยอย่างไร เหมียวคนใหม่นิสัยอย่างไร ถ้าต้องทำงานจนถึงอายุ 60 ปี แล้วตายตอนอายุ 80 กว่าๆ ระหว่างการเกิดกับการตาย ทุกข์เกิดในช่วงนี้ สุขกับทุกข์เกิดสลับกันตลอดทาง แต่สิ่งที่เราสะสมระหว่างนี้ ทั้งชื่อเสียงการทำงานลูกหรือสามีและภรรยา ก็เอาไปไม่ได้

     ที่เราเขียนแบบนี้เพราะทำให้เราคิดออกระหว่างการเขียน อย่างเวลาทำงานก็ชอบเขียนไว้ เราจะเป็นคนที่เรียนตรรกะได้เกรดเอตลอดทุกอย่างต้องมีเหตุผล เหมียวจึงชอบธรรมะ เพราะมีเหตุผลพิสูจน์ได้ทุกย่าง แต่ไม่ใช่ธรรมะที่เรารู้จักในสังคมไทย ซึ่งถูกบิดเบือนอย่างมากมีทั้งส่วนผสมของพราหมณ์และฮินดู และยังเรื่องพิธีกรรม แต่ธรรมะที่เราเรียนพิสูจน์ได้

-          หนีไปอยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ก็ยังหาคำตอบให้ชีวิตไม่ได้?

ตอนนั้นยังหาคำตอบสุดท้ายไม่ได้ แต่รู้แล้วว่าต้องมีบางอย่างที่เราควรจะได้มากกว่าวัตถุ ช่วงนั้นไม่ได้เบื่อ แต่รู้สึกอกหักทุกอย่างที่สังคมบอกเราว่าต้องเรียนดีๆ ทำงานดีๆ มีรถและบ้านแล้วจะมีความสุขมันไม่ใช่ สองปีนั้นเที่ยวจนเงินหมด

   ช่วงที่ค้นหาคำตอบเราก็ยังไม่เข้าใจคำว่า อัตตา มารู้จักคำนี้ตอนปฏิบัติธรรม

“มีบางอย่างทำให้เธอหันกลับมามองตัวเอง พยายามค้นพบคำตอบให้ชีวิต เธอพบว่า ธรรมคือคำตอบ ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปด้วยความมั่นคง”

เรื่องราวของ เหมี่ยว-วรัตดา ภัทโรดม กรรมการบริหาร บริษัท อมิตี คอนซัลติ้ง จำกัด (Amity Consulting Co.,Ltd ) สาวเก่งทางการตลาด เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคม และมีบางอย่างทำให้เธอหันกลับมามองตัวเอง พยายามค้นพบคำตอบให้ชีวิต เธอพบว่า ธรรมคือคำตอบ ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปด้วยความมั่นคง มีความสุข และรู้ว่า ชีวิตจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร

ก่อนหน้านี้เคยคิดอยากไปปฏิบัติธรรมไหม

ไม่เคยคิด แต่หมอดูทักพ่อว่ามีดวงมรณะ เราต้องไปวิปัสสนาตามแนวพุทธ ตอนนั้นก็พาพ่อไปทำบุญ ไม่ได้สนใจเรื่องตัวเอง พ่อ(กมลชัย ภัทโรดม ตอนนั้นทำงานบริษัท ปุ๋ยแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ) ถูกกล่าวหาลงหนังสือพิมพ์หลายฉบับในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร สุดท้ายไม่ได้ฟ้องเรื่องทุจริต แต่ฟ้องเรื่องอื่น โจทก์ไม่เคยไปศาลเลย แต่เรื่องแบบนี้หนังสือพิมพ์ไม่เคยลง ต่างจากเจ็ดเดือนที่เป็นข่าว พ่อรู้สึกว่า ทุกๆ อย่างที่พ่อสร้างมาจนเกษียณพังพินาศและรู้สึกว่า การเป็นคนดีไม่ได้แปลว่าจะได้ดีทุกคน ตอนนั้นเราอยู่กับพ่อ ไม่ค่อยทำงาน และมีคนชวนไปปฏิบัติธรรมที่โคเอนก้า หลังจากนั้นสามเดือน แม่ถามว่า ไปทำอะไรมา แววตาลูกเปลี่ยนไป หน้าตาใจดีขึ้น พ่อก็ถามว่า มีหนังสือหรือเทปให้พ่อฟังไหม เพราะถ้าใครเปลี่ยนลูกได้ขนาดนี้ ต้องเด็ดขาดมาก

รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ?

มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราหงุดหงิด แต่เราไม่หงุดหงิด แล้วถามตัวเองว่า เราแสแสร้งหรือไม่ ท่านโคเอนก้าให้ดูเวทนาหมายถึงความรู้สึกที่ร่างกาย เพราะความคิดปรุงแต่งได้ แต่เวทนากับลมหายใจปรุงแต่งไม่ได้  เพราะเวลาอารมณ์ไม่ปกติ หัวใจเราจะเต้นแรง ลมหายใจผิดปกติทันที

การปฏิบัติธรรมครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง

วันที่สี่เตรียมเก็บของกลับบ้าน คิดว่าไม่เอาแล้ว มานั่งทำอะไรอยู่ ดูลมหายใจอะไรก็ไม่รู้ แต่ในที่สุดก็ไม่กลับ วันสุดท้ายน้ำตาไหลพราก เข้าใจเป็นครั้งแรกว่า การแผ่เมตตาทำอย่างไร ต้องมีเมตตาจริงๆ ใจต้องสะอาด มีแต่ความรักความปรารถนาดี เราสามารถหยิบยื่นตรงนี้ให้คนอื่นได้ ไม่ใช่ไปยืนกรวดน้ำแล้วพูด มันต้องมาจากข้างใน

นอกจากความเมตตาแล้ว มีความเข้าใจเรื่องใดมากขึ้น

ได้รู้ว่าการพูดมากเป็นอันตรายกับจิต เพราะการพูดมาก เท่ากับเอาจิตออกไปข้างนอก รู้ว่าสัมมาสมาธิต่างจากสติอย่างไร  เราเป็นคนมีสมาธิสูง นั่นไม่ใช่สัมมาสมาธิซึ่งเป็นสมาธิที่ทำไปแล้วรู้ตัวว่าคิดอะไรทำอะไร พูดไปก็ต้องรู้สัมผัสของลมหายใจตลอดเวลา ต้องรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในใจ แล้วไม่ปรุงแต่ง กรรมใหม่ไม่ก่อ กรรมเก่าจะได้ออกไปบ้าง เราพูดกับพี่ที่ไปปฏิบัติธรรมด้วยว่า “พี่…หนูเกิดใหม่แล้ว”

คิดอย่างนั้นจริงๆ หรือ

ใช่ค่ะ แต่พี่คนที่ไปด้วยบอกว่า ฉันไม่รู้สึกเกิดใหม่อะไร เพราะเราเป็นคนที่ไม่อินกับธรรมะ เป็นคนไม่เชื่ออะไรเลย แต่คราวนี้เป็นความรู้สึกแท้ๆ ที่เกิดขึ้น ไปปฏิบัติธรรมแบบไม่รู้อะไรเลย

นอกจากที่เล่ามา…ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม

รู้สึกไม่อยากเกิดอีกแล้ว ทุกอย่างที่ทำวันนี้ก็เพื่อจะไม่ต้องเกิดแล้ว เราเข้าใจว่าการเกิดทำให้มีความทุกข์ในชีวิต เข้าใจความหลุดพ้นจากความทุกข์ และเป็นครั้งแรกที่ทำให้รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิต ทุกอย่างดีขึ้นและมั่นใจแล้วว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะแม่เห็นและไม่มีใครรู้จักเราดีเท่าแม่กับพ่อ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เรานิสัยดีขึ้นได้เพราะปฏิบัติธรรม ครั้งที่สองไปปฏิบัติอีกเพื่อเก็บรายละเอียด และมีครั้งที่สามอีก…

เพิ่งมีเรื่องเกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อสิบเดือนที่แล้ว เรื่องเพิ่งจบไปเมื่อวานนี้ (สัมภาษณ์วันที่ 25 มิถุนายน) เรื่องนี้แรงที่สุดในชีวิต ทำให้เราหลุดจากจุดสมดุล ร้องไห้สามวันแล้วก็หยุด นั่งสมาธิแผ่เมตตา มองหาเหตุของความทุกข์ พอเห็นเหตุว่าโดนกระแทก ก็พยายามนั่งสมาธิพิจารณาความเสียใจ และขอบคุณคนที่ทำให้เรามีความทุกข์ เขาเป็นแค่คนกระแทกเข้ามา แต่เราต้องอุเบกขาเป็น

ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะปฏิบัติธรรม คุณจะหาทางออกอย่างไรคะ

คงดื่มเหล้า เที่ยวและเสียใจ คงมีรอยหินบนใจ ตอนปฏิบัติธรรมแรกๆ ก็เลิกดื่มเหล้าไปปีกว่าๆ แล้วกลับมาดื่มอีก สามีดื่ม เราก็ดื่มไปด้วย จนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเวลาดื่มเหล้า ทำให้รู้สึกหงุดหงิด อ่อนไหว และเครียด รู้แล้วว่าทำไมพระพุทธเจ้าไม่ให้ดื่มเหล้า ดื่มแล้วรู้สึกว่า ชีวิตประจำวันจะอุเบกขาไม่อยู่

ปฏิบัติธรรมมานานกว่าแปดปี จนกลายเป็นวิทยากรบรรยายธรรม ?

เราเป็นนักพูดอยู่แล้ว ก็คิดว่า ถ้ามีคนเชิญไปพูดเรื่อง CRM (Customer Relationship Management) หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เราต้องผสมเรื่องธรรมะด้วย แต่พอสามสี่ปีหลังจะมีแต่คนอยากให้บรรยายเรื่องธรรมะล้วนๆ

ตอนนี้ก็มีบริษัทเล็กๆ น้องๆ  สิบกว่าคน ทุกคนต้องมีชีวิตที่ดี ปฏิบัติธรรม และงานก็เข้ามาเอง ไม่ต้องหางาน บริษัทนี้ไม่รวย แต่มีความสุข ลูกน้องเงินเดือนขึ้นทุกปี แต่ตัวบริษัทไม่รวย เพราะว่าพอแล้ว เงินเดือนของเราและหุ้นอีกคนก็ไม่ขึ้น แต่เงินเดือนน้องๆ ขึ้น

สุดท้ายแล้วคุณมีคำตอบให้ชีวิตตัวเองอย่างไรคะ

ก็มนุษย์เกิดมาเพราะจักรวาลหรือสวรรค์หรือธรรมะหรือพระเจ้า หรืออะไรก็ตามที่คนเชื่อ มนุษย์เกิดมาเพราะถูกมอบหมายโอกาสเพื่อให้หลุดพ้น เกิดมาใช้กรรม จริงๆ แล้วตัวเราก็ไม่มี ตัวเขาก็ไม่มี มีแต่กระแสแห่งกรรม พลังงานของกรรมเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างพลังงานกับสสาร ผลักดันการเกิดดับของร่างกายและจิต ได้เกิดเป็นมนุษย์เรามีเป้าหมายใหม่ว่า จะใช้เวลาทุกวินาทีเพื่อให้คนได้พบธรรมะ มันมีทางหลุดพ้นจากความทุกข์ เพราะเราไม่รู้ว่า ในอนาคตชีวิตจะเจออะไรบ้าง คนที่เรารักหรือตัวเราอาจจะไม่สบาย หรือวันหนึ่งเราอาจถูกรถชน ดังนั้นเราควรจะมีเครื่องมือสู้กับสิ่งเหล่านั้น คำว่าสู้หมายถึงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เหตุเป็นเช่นไร ผลเป็นเช่นนั้น การที่เราเจอเรื่องดีหรือไม่ดี ไม่ใช่ความบังเอิญ 

มีบ้างไหมที่ธรรมบรรยายหรือหนังสือที่เขียน กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

มีค่ะ คนอ่านคนหนึ่งโทรมาคุยว่า เพื่อนของเธอเคยถูกข่มขืนตั้งแต่อายุ 14 ปี และคนที่ข่มขืนเธอ ก็เก็บเธอไว้เป็นภรรยามีลูกสองคน มีเงินเยอะแต่สามีผลาญหมด เธอถูกกักขังไว้จนอายุ 30 กว่าปี พอโตขึ้นจึงฟ้องหย่าหนีไปอยู่เมืองนอกและแต่งงานกับชาวต่างชาติที่รวยมาก แต่เธอก็ไม่เคยให้อภัยผู้ชายคนที่ข่มขืนเธอ

เธอฝากเพื่อนบอกเราว่า เธอให้อภัยสามีเก่าแล้ว เพราะได้อ่านเรื่องการให้อภัยในหนังสือ เราฟังแล้วก็รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้คุ้มแล้ว และตอนนี้กำลังเขียนหนังสือเล่มที่สอง เพราะเรื่องที่เราเจอ คนอื่นก็เจอ แต่เราผ่านมาได้อย่างสวยงาม ต้นไม้แห่งธรรมะโตขึ้นมาอีกหลายเท่า เรื่องของเราจบอย่างสวยงาม ไม่ก่อกรรม เรื่องนี้คนในสังคมก็รู้ อีกไม่นานหนังสือพิมพ์คงลงข่าว เรื่องนี้เกิดมาสิบเดือนแล้ว เราตั้งรับได้อยู่แล้ว

ปกตินั่งสมาธิกี่ชั่วโมงคะ

นั่งสมาธิ สวดมนต์และฟังธรรมบรรยายเกือบทุกวัน อย่างน้อยให้เวลาสองชั่วโมง วันไหนเหนื่อยมากก็ไม่ได้ปฏิบัติ ถ้าไม่ได้นั่งสมาธิจะรู้สึกว่าเราไม่ค่อยนิ่ง

หลังจากปฏิบัติธรรมแล้ว จุดมุ่งหมายในชีวิตเปลี่ยนไหม

ตั้งแต่ไปปฏิบัติธรรมมา ได้ปฏิญาณตนว่า จะใช้ความสามารถตัวเองเพื่อให้คนพบธรรมะมากที่สุด ตอนนี้ก็รับใช้ธรรมะ ไม่ได้รับใช้อาจารย์โคเอนก้า เพราะอาจารย์พูดเสมอว่า เราต้องรับใช้ธรรมะ






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>