Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

คัมภีร์ 4 ประการ ของ “ฟรีแลนซ์ ไอที”



Donate



อาชีพที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ สำหรับธุรกิจออนไลน์หรือ อีบิสซิเนส (E-Business) ที่ได้เคยนำเสนอเรื่องราวไปแล้วนั้นเราพอสรุปจุดแข็งของอาชีพนี้ได้ 2 ประการ ประการแรกมีทักษะในเรื่องของเทคโนโลยีและประการที่สอง มีความเข้าใจในมุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจ

แต่ปัญหาของ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ กรณีศึกษาที่เคยเสนอไปแล้วนั้นน่าจะเทียบเคียงกับคนที่อยู่ในธุรกิจนี้ได้ก็คือ หากเขาจะก้าวไปสู่จุดของการเป็นที่ปรึกษา โดยให้ลูกค้ายอมรับและจ่ายเงินได้นั้นจะทำอย่างไร ดร.ณัฐสิทธิ์ได้ให้กรอบและลักษณะของที่ปรึกษา (consultant ) ว่าโดยทั่วๆ แล้วที่ปรึกษาจะแบ่งออกเป็นสองสายหรือสองกลุ่มคือ

สายแรกคือ content consultant ที่ปรึกษาในกลุ่มนี้จะนำประสบการณ์ตลอดจนคอนเน็กชั่นที่มีอยู่มาช่วยแก้ปัญหาตามที่ลูกค้าต้องการ

กับสายที่สอง process consultant กลุ่มนี้จะไม่มีคำตอบที่เป็นโซลูชั่นให้กับลูกค้าแต่จะเป็นผู้ให้คำแนะนำและดำเนินการร่วมกับลูกค้า ซึ่งโดยปกติแล้วบริษัทที่ปรึกษาขนาดใหญ่จะมีทั้งสองสายรวมอยู่ในบริษัทเดียวกัน ส่วนกรณีของอภิศิลป์นั้นอาจจะกล่าวได้ว่าอยู่ในกลุ่มแรก ดังนั้นอภิศิลป์จะพัฒนาตัวเองในสายอาชีพนี้ให้เป็นกิจการที่ยั่งยืนได้อย่างไร ดร.ณัฐสิทธิ์ เกิดศรี ประธานสาขาการจัดการและกลยุทธ์วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แนะนำไว้ดังนี้

ประการแรก ต้องสำรวจตัวเองว่า ทักษะความสามารถและองค์ความรู้ที่ตนเองมีอยู่นั้น เหมาะสำหรับธุรกิจประเภทใดและหากต้องการขยายเข้าไปในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่แตกต่างออกไปนั้นจะต้องทำการศึกษาในเรื่องใดเพิ่มเติม เพราะในธุรกิจที่ปรึกษาถึงแม้ว่าจะเฉพาะในเรื่องของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในองค์กร แต่องค์กรธุรกิจก็จะมีความหลากหลายอุตสาหกรม แนวคิดของอุตสาหกรรมหนึ่งอาจจะไม่ใช่อีกคำตอบของอุตสาหกรรมหนึ่งก็ได้ ดังนั้นอภิศิลป์จะต้องเติมเต็มความรู้ของตัวเองให้ครอบคลุมหรือไม่ก็หาพันธมิตรมาช่วยเติมเต็ม

ประการที่สอง ความเชื่อถือของธุรกิจที่ปรึกษาอยู่ที่ประสบการณ์ และจำนวนลูกค้าที่ผ่านเข้ามา ดังนั้นอภิศิลป์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทำจัดเก็บข้อมูลลูกค้าอ้างอิง (portfolio) และจัดทำกรณีศึกษาตัวอย่าง (case example)

ประการที่สาม อภิศิลป์จำเป็นต้องทำการสำรวจ วิเคราะห์และทำความเข้าใจ ความต้องการของลูกค้าและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างความต้องการของลูกค้ากับวงจรชีวิตของเทคโนโลยีที่อภิศิลป์มีความรู้ความชำนาญและความสามารถสามารถที่จะนำเสนอให้กับลูกค้าได้ ซึ่งวงจรชีวิตของเทคโนโลยีโดยทั่วไปมีอยู่ 4 กลุ่มคือ กลุ่มลูกค้าที่ชอบทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ กลุ่มสองคือกลุ่มที่เล็งเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่และ เกาะติดเพื่อปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในองค์กรให้มีความทันยุคทันสมัยตลอดเวลา กลุ่มที่สามคือกลุ่มที่ชอบหรือนิยมใช้เทคโนโลยีเมื่อเทคโนโลยีนั้นมีความเสถียรแล้วในตลาด และกลุ่มที่สี่คือ กลุ่มองค์กรที่ตัดสินใจใช้เทคโนโลยีในองค์กรเมื่อเห็นว่าจำเป็นต้องใช้หรือ คนอื่นๆ ใช้กันไปแล้วเมื่อไม่ให้ตกยุคก็ต้องนำมาใช้บ้าง

ประการที่สี่ อภิศิลป์จะต้องวางแผนในระยะยาวคือการสร้างการพัฒนาเทคโนโลยีแต่ละขั้นให้ลูกค้าสามารถเห็นอนาคตที่จะก้าวเดินต่อไปได้ ซึ่งการทำเช่นนี้ได้ จะทำให้อภิศิลป์สามารถเชื่อมต่อลูกค้าได้ระยะยาวและยากที่จะมีใครมาแทนที่ ซึ่งการที่อภิศิลป์จะสามารถวางแผนระยะยาวให้ลูกค้าได้นั้นตัวของอภิศิลป์เองก็จะต้องมีเส้นทางให้ตัวเองเช่นเดียวกันว่า เมื่อวันนี้ขายองค์ความรู้นี้ออกไปแล้วในก้าวต่อไปจะต้องขายต่อ

ทั้งสี่ประการคือข้อแสนอแนะเบื้องต้นสำหรับการสร้างความมั่นคงให้กับกิจการของผู้ที่เรียกตัวเองว่าฟรีแลนซ์

คอลัมน์ กรณีศึกษา






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>