ตอนนี้เราก็เริ่มย่างเข้าหน้าฝนแล้วเพราะฝนฟ้าพากันตกไม่เว้นแต่ละวัน ดอกขจรหรือที่โบราณเรียกดอกสลิดนั้นออกดอกเป็นพวงสวย ต้นสลิดนั้นเป็นไม้เถาคล้ายๆ กับตำลึงชาวบ้านจึงนิยมปลูกไว้ที่ข้างรั้วบ้านพอออกดอกก็จะได้พากันเก็บมากิน ดอกสลิดนั้นนำมาทำอาหารได้หลายอย่างทั้ง ลวกจิ้มน้ำพริก ใส่แกงส้ม แต่ที่บ้านเราชอบนำมาผัดใส่ไข่กับวุ้นเส้นที่สุดค่ะ
สำหรับวิธีการนั้นให้แช่วุ้นเส้น 50 กรัม ในน้ำเย็นจนนิ่มแล้วตัดเป็นชิ้นยาวพอคำ ประมาณ 5 เซนติเมตร ระหว่างนั้นให้ตั้งน้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะในกระทะจนร้อนทอดกุ้งแห้ง 20 กรัม จนหอมกรอบแล้วตักออกพักไว้ (ถ้ามีกุ้งสดเราก็จะนำกุ้ง 3-4 ตัวลงทอดจนสุกแล้วตักออกพักไว้เช่นกัน) แล้วตอกไข่ 1 ฟองใส่ลงไปในน้ำมันที่ทอดกุ้งแห้งใช้ตะหลิวคนจนพอไข่สุกแล้วค่อยใส่วุ้นเส้นที่สะเด็ดน้ำแล้วลงไป ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนชา น้ำตาลหยิบมือหนึ่ง ผัดจนวุ้นเส้นนิ่ม (ถ้าวุ้นเส้นแห้งมากบางทีอาจต้องเติมน้ำเพิ่มนิดหน่อยนะคะ)
ทีนี้ก็ใส่ดอกขจรเด็ดเป็นช่อลงไป 50 กรัม ผัดจนดอกขจรสุกเป็นสีเขียวสด ดอกขจรนั้นต้องผัดให้สุกพอดีถึงจะอร่อยนะคะ ถ้าผัดแล้วดอกไม่สุกจะเหม็นเขียว แต่ถ้าผัดนานไปดอกจะเหี่ยวดำไม่อร่อย เคล็ดลับความอร่อยของเค็กไม่ยากเลยแต่ต้องใช้ความพยายามค่ะ คือให้ผัดทานหลายๆ ครั้ง แต่ละครั้งก็ปรับไฟและเวลาที่ผัดทุกครั้งแล้ววันหนึ่งเราก็จะได้ “ดอกขจรผัดไข่” ที่อร่อยที่สุดสุกกำลังดี โรยพริกไทยแล้วทานกับข้าวสวยร้อนๆ นะคะ
อาหารประจำบ้าน
น้ำมัน ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาล พริกไทย
ตู้กับข้าว
กุ้งแห้ง วุ้นเส้น
รสชาติของชีวิต
ดอกขจร
คอลัมน์ […]
ดอกสลิดมาแล้ว ! “ดอกขจรผัดไข่”
แอบสัมผัสดงบังชินกิ ที่ “อารีรัง”
ว่ากันว่าอาหารเกาหลีมานิยมมากๆ ก็ตอนวัฒนธรรมเคเข้ามาครองใจคนไทยซะทั่วเมือง พริบตาเดียวอาหารเกาหลีเกลื่อนไปหมด เพื่อให้คอเคได้อินกับซีรีส์กันแบบสุดๆ
ร้านหนึ่งที่คอเคชอบมากก็คือ “อารีรัง” ร้านนี้มีหลายสาขาเชียวล่ะ แต่สาขาที่อยากแนะนำเป็นสาขาสาทร 12 ซึ่งเด่นก็ตรงที่ ซูเปอร์สตาร์อย่างดงบังชินกิ เขามานั่งโซ้ยเนื้อย่างกันอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อคราวมาเมืองไทยล่าสุด
อารีรังเป็นอาหารเกาหลีในแบบไฮโซที่เจ้าของร้านบอกว่า อาหารเกาหลีจะแบ่งเป็นหลายแบบ แบบแดจังกึมในซีรีส์น่ะเป็นอาหารในวัง แล้วก็มีแบบไฮโซ แล้วก็ระดับล่างไปเลย
ร้านนี้บรรยากาศเขาแต่งแบบเกาหลีสไตล์ผสมทั้งแบบโบราณ และความทันสมัย เพราะเจ้าของเป็นชาวเกาหลีชื่อ
ยู แจ ซัง พ่อครัวก็เกาหลีใช้เวลาตกแต่งนานหน่อยร่วม 2 ปีครึ่ง อะไรไม่ถูกใจเจ้าของเขาสั่งทำใหม่ทันที เพราะจะได้อินกับบรรยากาศที่เหมือนแดนโสม
ส่วนเมนูอาหารถ้าเป็นประเทศต้นตำรับเขาจะมีวัฒนธรรมในการรับประทานตามฤดูกาล คือถ้าเป็นช่วงหนาวเขาจะต้องทานเนื้อวัว เนื้อหมู ส่วนช่วงร้อนเขาจะนิยมทานปลามากกว่า
เมนูยอดนิยมของร้านคือเนื้อย่างฉบับเกาหลีแท้ๆ เสิร์ฟพร้อมผักสดและกิมจิหลากรส สุดเก๋ก็คือเจ้าน้ำสีชมพูอ่อนๆ ที่เราต่างก็สงสัยเรียกพนักงานมาถามได้ความนั่นคือ “น้ำกิมจิเย็น” หรือเรียกว่า กิจิซิเก เอาไว้ซดแก้เลี่ยน ทานกับเมนูเนื้อย่าง หมูย่างดีนักแล หรือถ้าชอบทานเครื่องดื่มก็ต้องทานกับโซจู ซึ่งเป็นเหล้าสีใสๆ ของเขา
นอกจากนี้ยังมีไก่ยัดไส้ข้าวเหนียวตุ๋นโสมเกาหลี ที่คนไทยชอบซด, บิบิมบับ หรือข้าวยำสไตล์เกาหลีของที่นี่ก็ขึ้นชื่อ มีเครื่องเคียงเสิร์ฟร่วมด้วยตั้ง 10 อย่าง
แต่ที่เจ้าของร้านแสนใจดียกมาให้เปิบและแอบกรี๊ดไปด้วยก็คือ เนื้อสดคลุกแอปเปิล แตงกวา และไข่
นั่นเป็นเมนูที่ใช้เนื้อจริง คลุกจริง และดงบังชินกิก็
รับประทานจริงๆ (อะจึ๋ย) ดูไม่น่าจะทานได้ แต่เขาว่านี่แหละคือเมนูสำหรับบำรุงกำลังที่พวกดงบังฯเขาชอบกับนักแล
อิ่มอย่างเต็มคราบกับอาหารเกาหลีแล้ว ที่ด้านล่างของร้านยังมีมุมขายของที่ระลึกจากแดนกิมจิแท้ๆ ให้เลือก […]
Anne Semonin ดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล
ผิวหน้าของแต่ละคนมีลักษณะที่ต่างกันไป บางคนมีผิวธรรมดา บางคนมีผิวแห้ง บางคนผิวมัน บางคนเป็นสิว บางคนมีริ้วรอย ซึ่งผิวแต่ละแบบก็ต้องมีการดูแลที่แตกต่างกันไป
เราได้มีโอกาสไปดูแลผิวแบบเฉพาะเจาะจงกับอานน์ เซโมแนง (Anne Semonin) กับ signature treatment ที่เน้นการดูแลผิวหน้าและผ่อนคลายความตึงเครียด ในส่วนของการผ่อนคลายนั้นชื่อว่า Anti Back Stress ที่ใช้ดินและแร่ธาตุจากภูเขาไฟในการผ่อนคลายความปวดเมื่อยช่วงหลังและไขสันหลัง ทรีตเมนต์นี้สนุกตอนที่จะรู้สึกได้ถึงความร้อนและเดือดปุดๆ ของดินภูเขาไฟ เป็นเหมือนหมัดเล็กๆ ที่ช่วยนวดบริเวณหลัง โดยหมัดเหล่านี้จะเข้าไปทำให้ระบบน้ำเหลือง และเลือดไหลเวียนดีขึ้น และระหว่างนั้นเทอราปิสต์ก็จะนวดไหล่และศีรษะให้ไปด้วย
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงของการทรีตเมนต์ใบหน้า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็เป็นของอานน์ เซโมแนง ที่เลือกใช้แต่ละตัวตามสภาพของผิว เริ่มที่ mineral mask ที่ทำจากสาหร่าย Laminaria เพื่อมาส์กกำจัดสารพิษและสิ่งสกปรกออก หลังจากนั้นก็บำรุงผิวอย่างด้วย essencial oil ที่เหมาะกับผิว อาทิ เราซึ่งมีผิวมัน เทอราปิสต์ก็เลือก balancing essencial oil และ balancing trace element คู่กัน ที่ช่วยทั้งปรับสมดุล ควบคุมความมัน และปรับผิวให้เรียบเนียนเปล่งปลั่ง ด้วยการนวดกดจุดบนใบหน้าเพื่อช่วยให้ระบบน้ำเหลืองและระบบเมตาบอลิซึ่มทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สุดท้ายจบการบำรุงที่เซรั่ม ที่เลือกมาบำรุงเฉพาะสภาพ […]
นางฟ้าตัวจริง
นางฟ้าตัวจริง
ไม่ได้มีแต่นางงามเท่านั้นที่รักเด็ก ยุคนี้เค้ามี “นางแบบ” ที่รักเด็กด้วยเหมือนกัน
“ซินดี้ ครอฟอร์ด” ซูเปอร์โมเดลแห่งฮอลลีวูดคือสาวคนที่พูดถึง เธอเป็นดารานางแบบคนเดียวในโลกฮอลลีวูดก็ว่าได้ที่สนใจและให้การสนับสนุนในการรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึง “มะเร็งในเด็ก”
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ยกย่องว่าเธอนี่แหละนางฟ้าตัวจริง ตั้งแต่ “เจฟ” น้องชายของเธอเสียชีวิตด้วยโรคลูคีเมียในปี 1975 (ก่อนวันเกิดครบรอบ 4 ขวบไม่นาน) เธอก็เริ่มบริจาคเงินและร่วมสนับสนุนโครงการรณรงค์เรื่องมะเร็งในเด็กเรื่อย ปัจจุบันรวมเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว มิหนำซ้ำ เธอคนนี้ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ในกลุ่มเด็กผู้หายป่วยจากโรคมะเร็งของแผนกเด็ก
โรงพยาบาลวิสคอนซินด้วย
เห็นพฤติกรรมทำดีสม่ำเสมอของเธอแล้วก็น่ายกย่อง เธอยังว่าอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ร่ำรวยอยู่แล้ว จึงควรมีส่วนช่วยในการระดมทุนเพื่อการบริจาค
ดูๆ แล้วรู้สึกว่าจะไม่ใช่แค่นางแบบ ใจดีอย่างนี้นี่แหละ…นางฟ้าตัวจริง
กล้ารัก กล้าเช็ก
น่าดีใจที่ผู้ใหญ่สมัยนี้เข้าใจ “ธรรมชาติ” ของวัยรุ่น จากที่เคยปิดหูปิดตา เดี๋ยวนี้ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการให้ความรู้เรื่องเพศกันมากขึ้น
ล่าสุด โครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ องค์การแพธ (PATH) ร่วมกับสำนักงานกองทุนแห่งชาติ เปิดตัวโครงการเลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ก” รณรงค์ให้กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นที่เสี่ยงต่อการเผชิญปัญหาด้านสุขภาพทางเพศ (อาทิ นักเรียน
นักศึกษา นักเที่ยวกลางคืน พนักงานบริการ ฯลฯ) เข้าไปตรวจเช็กสุขภาพทางเพศครบวงจรฟรี ผ่านคลินิกภายใต้สังกัดของสำนักอนามัยทั้งหมด 13 แห่ง จัดบริการด้านสุขภาพทางเพศ ตรวจ รักษาเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ การคุมกำเนิด และตรวจมะเร็งปากมดลูก
รูปแบบการให้บริการของโครงการ จะให้บริการข้อมูลเบื้องต้นเพื่อคัดกรองผู้สนใจใช้บริการผ่านระบบ […]
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในบ้านอบอุ่น โมเดิร์น คอนเท็มโพรารี่
เป็นปกติของฤดูฝน ที่ครึ่งแรกของวัน แทนที่อากาศควรแจ่มใสไปจนถึงร้อนเพราะแดดจ้า กลับกลายเป็นชุ่มฉ่ำด้วยสายฝน แต่นั่นก็ไม่ทำให้เราล้มเลิกในการไปเยี่ยมชมบ้านของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” คนดังอีกคนหนึ่งของตระกูลชินวัตร
ตอนนี้ยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารของบริษัท เอสซี แอสเสท
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่างานในบริษัทจะยุ่ง แต่วันนี้ยิ่งลักษณ์ได้เชื้อเชิญพวกเราชาวประชาชาติธุรกิจเข้ามาเยี่ยมเยียนบ้านของเธออย่างอบอุ่น จนไม่ต้องกังวลถึงละอองไอเย็นๆ ของสายฝนเลย เมื่อเข้าไปในบ้านซึ่งมีพื้นที่บ้านกว้างประมาณ 2,500 ตารางเมตร (รวมสนามบอลข้างบ้านด้วย)
พอเปิดประตูบ้านเข้ามา รู้สึกถึงความโล่งโปร่งสบายของห้องโถง ที่ดูทันสมัยแต่ก็มีความร่วมสมัยอยู่ในที ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของเจ้าของบ้าน
“ชอบสีขาวเพราะทำให้บ้านดูโล่ง ตกแต่งที่นี่จะเน้นโครงศร้างมากกว่า เรียบๆ เท่ๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เพดานสูง ตกแต่งภายในในแนวโมเดิร์น คอนเท็มโพรารี่”
ตรงกลางห้องจะมีเปียโนตั้งอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งยิ่งลักษณ์เล่าให้ฟังว่า
“เวลาไม่มีอะไรทำจะเปิดแกรนด์เปียโน ซึ่งเครื่องจะเล่นเองอัตโนมัติ เพราะชอบเสียงเปียโน เคยเรียนการเล่นเปียโนด้วย แต่ตอนหลังภารกิจเราเยอะ ไม่มีเวลามากนัก เพราะมันต้องใช้สมาธิ ก็เลยซื้อแกรนด์เปียโนมาเปิด แล้วนั่งฟังไป รีแลกซ์ บางทีทานข้าวก็เปิดคลอไปด้วยเบาๆ”
ผ่านห้องโถงไปทางขวา ยิ่งลักษณ์แนะนำให้เรารู้จักกับมุมโปรดอีกมุมหนึ่ง นั่นคือ ห้องครัวแพนทรี่ (pantry-ห้องที่ใช้จัดเตรียมอาหารแบบฝรั่ง) ซึ่งในห้องนี้มีบาร์แบบไอส์แลนด์ (island) อยู่บริเวณกลางห้อง
“มุมนี้ออกแบบไว้สำหรับเตรียมอาหารก่อนทานอาหาร เนื่องจากเป็นคนชอบเล่นอะไรกุ๊กๆ กิ๊กๆ มุมนี้จึงเอาไว้ทำอาหารง่ายๆ ไว้ทานเล่น จะเป็นพวกของว่างเสียมากกว่า […]
แปลงโฉมโต๊ะทำงาน
ปกติเทศกาลแปลงโฉมโต๊ะทำงานมักจะไม่เป็นปลายปีก็ต้นปี และนี่ก็เข้าสู่ครึ่งหลังของปีแล้ว จึงอยากชวนมาแต่งตัวให้โต๊ะทำงานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศใน 6 เดือนสุดท้ายของปีกันบ้าง
หลังจากที่ได้ไปชะเง้อมองดูออฟฟิศของ BBDO เราก็พบว่ามีโต๊ะทำงานอยู่มุมหนึ่ง ที่ดูเรียบง่าย แต่มากด้วยกิมมิก และเข้าท่าที่จะ…เอามาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่ง (เห็นนักร้องชอบใช้คำนี้เยอะ เลยเอามั่ง)
โดยที่ไม่ต้องคิดมาก เคลียร์ทุกสิ่งอันออกจากโต๊ะทำงาน แล้วแปลงร่างให้โต๊ะมีสีล้วน ตามต้นฉบับใช้สีขาว แต่ถ้าชอบสีสดใสก็ทำได้
หลังจากนั้นก็ใช้ลวดลายกราฟิกเข้ามาช่วยเบรกความเรียบ โดยลวดลายเหล่านี้ทำได้ง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Illustrator แต่…ไม่เสียเวลา ก็สามารถดาวน์โหลดได้ หลังจากนั้นปรินต์ออกมาบนกระดาษสติกเกอร์แบบด้าน แล้วก็เอามาปะติดลงตามองค์ประกอบที่พอใจ เพิ่มแสงสว่างด้วยโคมไฟ และให้ความสดใสด้วยแจกันดอกไม้ แค่นี้หลายสิ่งหลายอย่างที่แสนจะคุ้นตาก็ดูแปลกใหม่ ชวนให้กระตือรือร้นอยากจะทำงานเพิ่มขึ้นมาอีก
คอลัมน์ DIY - โดย suna”
“การเดินทาง”
ความคิดมนุษย์นั้นช่างมหัศจรรย์นัก
ดูอย่างเรื่องของกระเป๋าเดินทางยี่ห้อดัง แซมโซไนท์ ช่างมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจยิ่ง และสอดคล้องต้องกันกับไลฟ์สไตล์ของคนทุกยุคสมัยมากว่า 100 ปีแล้ว
เริ่มตั้งแต่ยุคที่มนุษย์เดินทางแสวงโชคราวปี ค.ศ.1910 ผู้ก่อตั้งอย่าง Mr.Jesse Swayder คิดว่าน่าจะหาอะไรสักอย่างเพื่อคนเดินทาง ซึ่งเมื่อก่อนคนเดินทางส่วนใหญ่เป็นพวกหาเช้ากินค่ำ ทำให้เขาตัดสินใจทำกระเป๋าที่แข็งแรงทนทานอย่างทรง trunk หรือทรงหีบขึ้นมาให้ใส่เสื้อผ้าสัมภาระ
Jesse ผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ศรัทธาในไบเบิลมาก และเขาก็ได้นำสิ่งที่ศรัทธามาใช้กับการทำงานและบริษัทผลิตกระเป๋าเดินทางของเขา
ปรัชญาที่ว่า “เราอยากให้เขาทำอะไรให้กับเรา เราก็ต้องทำแบบนั้นกับเขา” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เขานึกถึงเสมอเวลาคิดสร้างสรรค์อะไรเพื่อคนเดินทาง
ยุคนั้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เขาจึงสร้างความตื่นเต้นด้วยการเรียกพี่น้องของเขา 3-4 คนไปยืนบนหีบเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง และเป็นการแสดงความจริงใจต่อการทำธุรกิจ
อีก 10 ปีต่อมา Jesse ก็ผลิตกระเป๋าทรง trunk ขึ้นมาอีก แต่คราวนี้มาเป็นเซตคอลเล็กชั่นและเริ่มดูหรูหรามากขึ้น โดยในช่วงนี้เองที่ Jesse คิดตั้งชื่อแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา ซึ่งเขาเลือกที่จะใช้คำว่า แซมซอน (samson) ที่แปลว่ายักษ์อันแสดงถึงความแข็งแรงแถมยังเป็นฮีโร่ที่มีในไบเบิลด้วย แต่จะใช้คำว่า แซมซอนเฉยๆ ก็ดูจะธรรมดาไป เขาก็เลยเติม ite เข้าไปเพื่อความเก๋
กลายเป็น “แซมโซไนท์” ในที่สุดนั่นแหละ
ว่ากันว่า แบรนด์นี้สร้างเซอร์ไพรส์ให้นักเดินทางเสมอ ทุกๆ 10 ปีจะมีกระเป๋าแปลกใหม่มาให้มนุษย์นักเดินทางทุกระดับได้ตื่นเต้นและกลายเป็นทรงกระเป๋าที่แพร่หลายต่อมาเชียวล่ะ ทั้งทรงเจมส์ บอนด์, กระเป๋าเดินทางที่มีคันชัก มีล้อลาก, หรือคิดค้นวัสดุใหม่ที่ทนทานขึ้นมาเรื่อยไม่ว่าจะเป็นแบบแข็งหรืออ่อน
ไม่เพียงแค่นั้น […]
ของขวัญจากฝรั่งเศสถึงอเมริกา ของขวัญแด่กัมพูชาและราชอาณาจักรไทย
ในปี 2001 เมื่อกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ตัดสินใจจี้เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิรลด์เทรดเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 11 กันยายน มงกุฎของเทพีแห่งเสรีภาพที่เคยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้ปีนบันไดโค้งแคบๆ ขึ้นไปชื่นชมทิวทัศน์เบื้องบนได้ถูกปิดลงด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย นับเป็นเวลา 7 ปีที่เสรีภาพบนยอดมงกุฎได้ถูกพรากไปจากนักท่องเที่ยว และเป็นเวลา 7 ปีที่แม้ในวันชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคม คนอเมริกันกลับไม่สามารถปีนบันไดเหล็กชันๆ ขึ้นไปสูดกลิ่นอายของเสรีภาพได้
แม้พื้นที่บริเวณฐานอนุสาวรีย์จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมอีกครั้งในปี 2004 แต่ก็ยังหาได้สร้างความพึงใจให้กับแอนโทนี ไวเนอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาไม่ ไวเนอร์บอกว่า การใช้วิธีปิดตายเป็นการทำลายทั้งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการแก้ปัญหาอย่างสิ้นเชิง เขาจึงเสนอให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องข้อจำกัดทางด้านน้ำหนัก การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และการเตรียมคู่มือด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน อันเป็นวิธีการที่แม้จะทำได้ยากแต่ก็ยังดีกว่าการปิดตายมงกุฎ ซึ่งข้อเสนอนี้กำลังได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากหน่วยงานที่ดูแลรักษาเทพีที่มีตำนานยาวนานกว่า 100 ปี
เมื่อหลุยส์ นโปเลียน โบนาปาร์ต (หลานชายของจักรพรรดินโปเลียน ที่ 1) ล้มระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยและสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1852 ความสับสนและการดิ้นรนแสวงหาเสรีภาพใหม่ได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในหมู่นักคิดและปัญญาชนฝรั่งเศส ในฤดูร้อนปี 1865 หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองแบบใกล้เคียงเผด็จการของหลุยส์ นโปเลียน โบนาปาร์ต (หรือหลุยส์ นโปเลียน ที่ 3) มาได้ 13 ปี เอดูอาร์ด เดอ ลาบูเลย์ […]
New Service
-

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow Blog Delivery ส่งบทความตรงถึง Inbox
ของคุณทุกวัน เพียงลงทะเบียนสมัครสมาชิก คลิกที่นี่
Social Network
| S | M | T | W | T | F | S |
|---|---|---|---|---|---|---|
| « Jun | Aug » | |||||
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
Recent Entries
- วิธีสร้างแรงบันดาลใจ
- ข้าวถุงย้ายแนวรบ ฟัดเดือดในช่องทางดั้งเดิม
- เลือก “รองเท้า” ให้เป็น
- switch แบรนด์ไทยน้องใหม่ …จับผ้าไทยแปลงโฉม
- ธุรกิจรับบริหารจัดการ “ชีวิต” เมื่อ “คู่รัก” ต้องแยกทางกันเดิน
- ทศวิบัติของการจัดการความรู้ในหน่วยราชการ (2)
- การบริหารจัดการคนเก่ง ใช่แต่ให้โอกาสแต่ต้องพัฒนาเชิงกลยุทธ์
- โรงเรียน “เอ็มบีเอ” ของ “แจ็ก เวลช์”
- ไมเคิล แจ็คสัน ครั้งสุดท้ายบนเวที
- Pour Your Heart Into It / รินหัวใจใส่แก้ว (1)
Recent Comments
- ผลบอล… in Pour Your Heart Into It / ริน…
- เสื้อ… in ADOLFO DOMINGUEZ ดีไซเน…
- How I Make $300… in นางฟ้าชาร์ล…
- casino in เรียนการตลา…
- gclub in วอลโว่ XC60 ครอ…
- ประกั… in นินนาท ไชยธี…
- gclub in กินอย่างนัก…
- บล็อก… in แนะงานเฮลท์ …
- gclub in ศิลปะการชงช…
- Michael in นางฟ้าชาร์ล…
Spam Blocked
Sponsor
Categories
Archives
Blogroll
- BlogCatalog
- Development Blog
- Plugins
- Support Forum
- WebRank - SEO & Internet Marketing
- WiseKnow Knowledge Blog - เว็บบล็อกสารพันสาระความรู้
- WiseKnow.Com - เว็บความรู้การตลาดแห่งแรกของไทย
StatPress TopPosts
StatPress
- Visits today: 123
Visitors Online: 0
Users Online: 0

