Performancing Metrics

Custom Search

เด็กก็เครียดเป็น !!



Donate



ความหวังดีของพ่อแม่ผู้ปกครองทำให้เด็กๆ ในวันนี้แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน โดยเฉพาะเด็กในกรุงเทพฯที่ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อฝ่าการจราจรไปโรงเรียน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่น กลับถึงบ้านแล้วแทนที่จะได้พักก็ยังต้องสะสางกับการบ้านกองพะเนินท่วมหัว ด้วยวิถีชีวิตประจำวันเช่นนี้ทำให้พบว่าปัจจุบันเด็กมีอัตราเป็นโรคเครียดมากขึ้น

“สาเหตุหลักของความเครียดของเด็กมาจากปัญหาครอบครัว แต่ก็ต้องไม่มองข้ามเรื่องการบ้าน ซึ่งบางรายวิชานั้นยากเกินไปและมีจำนวนมาก บางครอบครัวพอเช็กตารางเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านของเด็กแล้วพบว่าโดยเฉลี่ยเด็กต้องใช้เวลาในแต่ละวันทำการบ้านถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่นานเกินไป ในขณะที่ตามธรรมชาติของเด็กเมื่อเลิกเรียนแล้วก็อยากเล่นสนุกเป็นอิสระและนี่จึงเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เด็กเป็นโรคเครียด” น.พ.จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นกล่าว

ทั้งยังได้แบ่งปัจจัยซึ่งเป็นสาเหตุความเครียดของเด็กว่า ปัจจัยแรกเป็นความเครียดที่มักเกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น ครูอาจจะสั่งการบ้านเยอะเกินไปในแต่ละรายวิชา และหมดเวลาไปกับการทำการบ้านโดยไม่ได้ผ่อนคลาย เนื่องจาก เรียนมาแล้วทั้งวัน หรืออาจเกิดการที่ถูกครูตำหนิ ไม่ยอมพูดคุยด้วย รวมไปถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนในโรงเรียน เพื่อนไม่ยอมคุย โดยเพื่อนแกล้ง ล้อเลียน สิ่งเหล่านี้ก็มีส่วนที่ทำให้เด็กเครียดได้ ปัจจัยที่ 2 เป็นความเครียดที่เกิดจากตัวเด็กเองที่มีความวิตกกังวลว่าพ่อแม่ไม่รัก รักคนอื่นมากกว่าตัวเอง กลัวว่าพ่อแม่ทะเลาะกันจะแยกทางกัน นอกจากนี้ยังเป็นความเครียดในลักษณะของการซึมซับความเครียดจากการที่ผู้ปกครองเครียด เช่น เห็นพ่อแม่เครียด ลูกก็เครียดตามโดยไม่รู้ตัว

สำหรับความเครียดของเด็กสามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 ระดับอาการ ระดับแรกเด็กอาจจะเครียด วิตกกังวล ไม่มีสมาธิ แต่ยังไม่ถึงขั้นส่งผลกระทบกับการเรียนและไม่กระทบกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง อาจจะเป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น ระดับที่ 2 จะเริ่มรุนแรงขึ้น โดยความเครียดจะส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ส่วนระดับที่ 3 ถือว่าเป็นระดับที่รุนแรงและมีผลกระทบอย่างมาก ความเครียดจะทำให้เด็กไม่มีสมาธิ ผลการเรียนตก และถึงขั้นซึมเศร้า เหม่อลอย อยากตาย ร่างกายไม่มีพละกำลัง เพราะความเครียดในระดับนี้จะส่งผลทำให้ระบบประสาททำงานและกลไกในร่างกายทำงานผิดปกติ เช่น สมองไม่มีความสมดุล ระบบสมองมีศักยภาพน้อยลง การทำงานของเซลล์ติดขัด ทำให้การทำงานของสมองเปลี่ยนไป

น.พ.จอมกล่าวถึงทางออกและการป้องกันเด็กจากโรคเครียดว่า “ครู อาจารย์อาจจะต้องมีความใส่ใจเด็กเป็นพิเศษ โดยพิจารณาการสั่งการบ้านโดยมองถึงศักยภาพของเด็กแต่ละคน เช่น ถ้าสำหรับเด็กที่เรียนเก่งอาจจะสามารถสั่งการบ้านในระดับปกติ แต่สำหรับเด็กที่สมาธิสั้นและเรียนรู้ได้ช้ากว่าคนอื่นอาจจะสั่งการบ้านที่ง่ายๆ และไม่เยอะจนเกินไป แต่ปัจจุบันเราพบว่าครูไม่ค่อยจะได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าใดนัก”

อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจาก ครูและโรงเรียนที่จะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม คนที่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด คือ พ่อแม่และครอบครัวจะต้องไม่มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งอาจจะกลายเป็นต้นเหตุความเครียดของลูก โดยเฉพาะการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และอย่าปล่อยให้ความเครียดของตัวเองมาทำลายลูก !!






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>