ในบรรดาหนังสืออัตชีวประวัติทั้งหมด (ซึ่งตามนิยามหมายถึงเรื่องราวที่เจ้าของชีวิตเป็น
ผู้ถ่ายทอดเอง แต่สมัยนี้ก็เห็นคนอื่นเขียนให้แบบไม่ออกนามกันเกร่อ) ผู้เขียนคิดว่าอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1) เรื่องราวที่คนอ่านทั่วไปทำตามไม่ได้ และ 2) เรื่องราวที่คนอ่านทำตามได้ หรืออย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจให้พยายามเจริญรอยตาม
เหตุผลประการหนึ่งที่คนทั่วไปทำตามเจ้าของอัตชีวประวัติประเภทแรกไม่ได้ คือ ความที่มันมักจะเป็นอัตชีวประวัติของ “คนดัง” หรือ “คนสำคัญ” ผู้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและประสบความสำเร็จอย่างสูงในชีวิต ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์ในแง่ที่ถ่ายทอดประสบการณ์อันล้ำค่าที่น้อยคนนักจะพานพบ อัตชีวประวัติประเภทนี้ก็ทำได้อย่างมากเพียงสร้างแรงบันดาลใจและให้แง่คิดต่อคนอ่านที่เป็นคนธรรมดาๆ ผู้มีพรแสวงมากกว่าพรสวรรค์ และไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีพันล้านที่อาจจะใช้เงินซื้อความเด่นดังได้อย่างมักง่าย
อัตชีวประวัติประเภทที่ 2 ประเภทที่คนทั่วไปทำตามได้ มักจะเขียนโดยคนที่มีภูมิหลังไม่ต่างจากคนอ่านทั่วไปมากนัก เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรใหญ่โตในชีวิต หากเป็นคนที่ใช้ชีวิตธรรมดาอย่างมีสติ อย่างมีศักดิ์ศรี และด้วยความรักในงานที่ทำ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ชีวิตที่อาจดูธรรมดาไม่น่าสนใจ แท้จริงแล้วเป็นชีวิตที่เปี่ยมคุณค่าและความหมายสำหรับเจ้าของ
อัตชีวประวัติประเภทที่ 2 อาจมีประโยชน์กับคนอ่านมากกว่าประเภทแรก เพราะถ้าผู้เขียนมีความสุขกับการใช้ชีวิต หนังสือของเขาก็อาจจะช่วยให้คนอ่านมองเห็นความสูงส่งในสิ่งสามัญ และเรียนรู้ที่จะรวมความฝันกับความจริงเข้าเป็นสิ่งเดียวกันให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยการลดทอนปรับแต่งความฝันให้เข้ากับโลกแห่งความจริง หรือด้วยการแสวงหาทางเลือกในโลกจริงที่สอดคล้องกับความฝันมากกว่าทางที่กำลังเดินอยู่
ในบรรดาอัตชีวประวัติประเภทที่ 2 หนังสือเรื่อง The Last Lecture โดย Randy Pausch อาจารย์วิชาคอมพิวเตอร์ประจำมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน เป็นอัตชีวประวัติอันยอดเยี่ยมเล่มหนึ่งที่ทุกคนควรเสาะหามาตั้งไว้ใกล้มือ หรือซื้อแจกเพื่อนๆ ที่กำลังท้อแท้หมดหวังในชีวิต
หนังสือเล่มนี้ซึ่ง Pausch เขียนร่วมกับผู้สื่อข่าว Wall […]
Share on Facebook
มิตรรักคอเคคะ คุ้นกันไหมสำหรับซีรีส์ “ออนแอร์” ถ้าถามบรรดาคอเคขาป้า เขาก็บอกว่าชอบนะ ก็อาจจะมีบางคนที่อาจจะขัดใจไปสักหน่อย แต่สำหรับอาจูม่าแล้ว “ชอบค่ะ”
ออนแอร์ เพิ่งจะจบจากเกาหลีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี่เอง ด้วยเรตติ้งที่เรียกว่าถล่มทลาย ติดอันดับที่สี่ของละครที่ออกอากาศในเวลานั้น
เหตุที่ชอบเรื่องนี้ก็เพราะความโรแมนติกเล็กๆ น้อยๆ แต่อบอุ่นใจ เพราะมีต้นรักสี่ต้นเบ่งบานท่ามกลางสงคราม “ตัวตน”
ที่ชอบเพราะกระตุ้นต่อมความมุ่งมั่นของคนทำงานและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยความเต็มใจ
คนสี่คนนี้ ชะตาลิขิตให้ต้องมาสร้างซีรีส์เรื่องเดียวกัน
ระหว่างนักเขียนบทที่โด่งดัง ซอยงอึน (ซงยุนอาจาก โฮเต็ลเลอร์) ละครของเธอติดเรตติ้ง
อันดับต้นๆ มาตลอด…เธอรึจะฟังใคร ทุกคนต้องฟังชั้นนี่ !
อิคิยองมิน (บักยงฮา) ผู้กำกับฯไฟแรงคนนี้ก็หน้าตาน่ารักถูกใจ ทว่า ตัวขนาดกะทัดรัดไปนิด กับคุณผู้จัดการดารา จังกิจุน (มิเบิบซู) ก็อย่างที่เห็นละค่ะ (อารมณ์กินขนมโก๋แล้วอยากดื่มน้ำตามเลย) แต่เขาก็คือต้นแบบผู้จัดการในฝันของผู้ที่ถามหาจรรยาบรรณของคนในอาชีพนี้ และดาราสาวผู้โด่งดัง โอซึงอา (คิมฮานึล) ที่เรามักเรียกเธอว่า “คนเรื่องมาก” ในเรื่องนี้หลายคนเข้าใจว่าเธอคงร้ายมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกเลยทีเดียว แบบละครแนวตบจูบบ้านเรา ขาวก็ต้องเป็นขาวและดำก็ต้องดำเท่านั้น จะมาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คนดูก็อาจจะสับสนได้ แต่อาจูม่าคิดว่ายังจะมีมุมอื่นๆ ที่น่าสนใจ และเปิดโลกทัศน์ของเราได้เช่นกัน คนเรามีความซับซ้อนได้ค่ะ มีเหตุผลที่
ลึกซึ้งได้แต่ต้องสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้เราเรียนรู้จากความซับซ้อนของตัวละครเหล่านี้ค่ะ
ทั้งสี่มิติ สี่สิ่งแวดล้อม ที่บังเอิญมาบรรจบกันที่งาน พบกันตรงมิตรภาพ และได้ความรักเป็นบทสรุป แบ่งให้ออกนะคะ อารมณ์ […]
Share on Facebook
เรามีสิทธิ์ที่จะยิ้มได้ในยามตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเสียดแทงหัวจิตหัวใจ สะท้อนให้มูลค่าเงินในกระเป๋าลดน้อยถอยลงอย่างน่าใจหาย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ…
เพราะในเวลาที่คนทั้งประเทศบ่นอุบเรื่องวิกฤตข้าวยากหมากแพง ในมุมหนึ่งก็ยังมีหลากหลายธุรกิจที่ยัง “ยิ้มได้”
เป็นการยิ้มรับบรรดาลูกค้าที่เข้ามาจ่อคิวรอใช้บริการ สวนกระแสความเงียบเหงาที่หลายธุรกิจแทบจะนั่งตบยุงหรือหลับแล้วหลับอีก
นั่นแหละเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่เรียกว่า scarcity marketing หรือการตลาดแบบสินค้าขาดแคลน ที่ไม่ว่าจะยุคเศรษฐกิจเฟื่องหรือเศรษฐกิจฟุบ ก็ยังมีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจนได้ แต่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจใด อันนี้ก็สุดแล้วแต่ความต้องการของผู้บริโภคที่แปรผันไปตามสภาพ !!!
Zanotti…อร่อยต้องรอ
ในบรรดาธุรกิจที่ต้องรอคิว “ร้านอาหาร” เป็นอีกหนึ่งรายการที่ต้องเผื่อเวลาเอาไว้ด้วย
ถ้าไปเดินตามห้าง เราอาจจะคุ้นเคยกับภาพคิวยาวเหยียดหน้าร้านทาโก๊ะยากิ ร้านอาหารญี่ปุ่น หรือแม้แต่ร้านสุกี้ (ที่นึกอยากกินอะไรไม่ออกต้องไปที่นี่) ก็แหม ! รสชาติถูกปากคู่กับบรรยากาศดีๆ ยิ่งถ้าแถมด้วยบริการเลิศๆ เป็นกาวใจให้ละก็…”ลูกค้า” หน้าไหนก็ไปไม่รอด !
อย่างร้านอาหารอิตาเลียนที่ชื่อ “Zanotti” ย่านศาลาแดง…ร้านนี้การันตีรสชาติด้วยประสบการณ์เปิดมานานกว่า 10 ปี !
สะสมชื่อเสียงเลื่องลือฝีมือเชฟใหญ่ “Gianaria Zanotti” ผู้ควบตำแหน่งเจ้าของร้านชาว
อิตาเลียน แท้ๆ ที่ยังลงครัวทำอาหารเอง ทักทายแขกเอง เป็นกันเอง ขนาดเดินถามตามโต๊ะว่ากินเผ็ดมั้ย แพ้อะไรหรือเปล่า ชอบสไตล์ไหน…เรียกได้ว่าแต่ละจาน เมดทูออร์เดอร์สำหรับความชอบเฉพาะของแต่ละคนกันเลย
ที่นี่ไม่ได้มีแต่ลูกค้าชาวไทยหัวใจอิตาเลียนเท่านั้น ทั้งคนญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ว่าสัญชาติเอเชียหรือยุโรป เห็นผิวหลายสีนั่งปนเปไปหลายโต๊ะ เรียกว่าลูกค้าทั้งไทย-เทศติดกันหนึบ ขนาดนักชิมอย่างคุณหมึกแดงยังออกปากว่าเป็นร้านโปรด ในยามเศรษฐกิจคับขันที่ร้านราคาเดียวกันทยอยปิดตัวลงไป แต่ที่นี่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ที่สำคัญลูกค้าแน่นร้านแทบทุกวัน ว่ากันว่า 150-220 หัวต่อวันถือว่าเป็นจำนวนปกติ […]
Share on Facebook
ตลาดการสื่อสารไร้สายมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการหลอมรวมของเทคโนโลยีของการใช้งานของผู้บริโภค และการเพิ่มการรวมบริการไร้สายในตลาดองค์กร ในขณะเดียวกัน การให้บริการด้านเสียงแบบดั้งเดิมกลายเป็นบริการพื้นฐานซึ่งส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อเบอร์ (ARPU) มีอัตราคงที่หรือลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่พัฒนาแล้ว ด้วยเหตุนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายจึงพยายามมองหาบริการข้อมูลที่ล้ำหน้าเพื่อช่วยกระตุ้นรายได้ให้เติบโตขึ้น
ในการสนับสนุนการให้บริการด้านข้อมูลดังกล่าว ผู้ให้บริการเครือข่ายตระหนักว่าพวกเขาต้องการเครือข่ายที่ล้ำหน้ากว่าเครือข่าย 2G/2.5G สำหรับการเติบโตในระยะยาว ตลอดจนโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการด้วยราคาที่เหมาะสม ความสามารถของเทคโนโลยี 3G และบรอดแบนด์สามารถตอบสนองการให้บริการโซลูชันด้วยคุณสมบัติพิเศษตามความต้องการของผู้ให้บริการเครือข่าย ดังต่อไปนี้
การวางกลยุทธ์ที่ดีในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคุ้มครองการลงทุน ,ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและความคุ้มค่าในด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ตอบสนองต่อการลงทุน, สนับสนุนแอปพลิเคชันที่หลากหลายและการให้บริการ รวมถึงการรับ-ส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่องในพื้นที่การครอบคลุมทุกหนทุกแห่ง
จำนวนผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งรายใหญ่และรายย่อย ที่อยู่ในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ต่างพร้อมแล้วในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 3G เมื่อเดือนเมษายน 2551 มีจำนวนผู้ให้บริการเครือข่าย 3G ทั่วโลกมากถึง 465 ราย ด้วยผู้ใช้บริการทั่วโลกกว่า 625 ล้านคนใน 144 ประเทศ ในจำนวนผู้ใช้บริการดังกล่าว มีจำนวนมากถึง 128 ล้านรายที่เลือกใช้บริการ Evolution – Data Optimized (EV-DO) หรือ High-Speed Packet Access (HSPA)
ตัวอย่างความสำเร็จของผู้นำด้านการให้บริการเครือข่าย 3G ทั่วโลกมาเป็นกรณีศึกษา โดยเฉพาะ Verizon Wireless, AT&T, […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม