“คอนเทนต์” มือถือโตไม่หยุด “โมโนกรุ๊ป” สุดปลื้มยอดขายเพิ่ม 20% ต่อเดือน เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาด mai ขยายธุรกิจไปญี่ปุ่น-เกาหลี หลังคอนเทนต์ “บันเทิง-ดารา” ไม่ระคายผิว ศก.ชะลอ ฟากยักษ์มือถือ “เอไอเอส” เดินหน้ากระตุ้นยอด “calling melody” เต็มสูบปั้น “CJ-พนักงานคอลเซ็นเตอร์” เทียบชั้น ดีเจ. คลื่นวิทยุ สร้างแขนขาการตลาดเพิ่มรายได้
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา รองประธานกลุ่มบริษัทโมโนกรุ๊ป ผู้ให้บริการเว็บไซต์และคอนเทนต์บันเทิง กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจคอนเทนต์ว่า โดยภาพรวมยังเติบโตเพิ่มขึ้น พิจารณาจากรายได้ของโมโน เทคโนโลยี ซึ่งให้บริการดาวน์โหลดคอนเทนต์ผ่านมือถือ พบว่าครึ่งปีแรกเติบโตถึง 124% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเฉลี่ยเดือนละ 20% จากที่มีรายได้ 44.79 ล้านบาท เพิ่มเป็น 100.34 ล้านบาท
“สาเหตุที่เติบโตน่าจะเป็นเพราะ คอนเทนต์ของเราเป็นข่าวสารบันเทิงของดาราทั้งข่าวและคลิปวิดีโอ รวมถึงคอนเทนต์ประเภทดูดวง ลักษณะคอนเทนต์ mass มาก ประชาชนทั่วไปต้องการข้อมูลประเภทนี้ ทั้งมีอายุการใช้งานสั้น เน้นความสดใหม่ต่างจากคอนเทนต์ประเภทเพลง ซึ่งมีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จนต้องเน้นการสร้างรายได้จาก calling melody เพราะทำซ้ำไม่ได้”
แม้สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ธุรกิจคอนเทนต์ก็ยังเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งบริษัท จะเน้นให้บริการในลักษณะ SMS (ข้อความสั้น) มีการลงทะเบียนเป็นสมาชิกรายเดือนก่อน ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3 ล้านราย รวมทั้งสมาชิกที่รับคลิปวิดีโอดาราอีก 3.8 แสนราย ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมสำหรับการหลอมรวมเทคโนโลยี และการเกิดขึ้นของ mobile internet ในอนาคต ซึ่งจะทำให้การนำเสนอคอนเทนต์ทำได้หลากหลายแพลตฟอร์ม
ทั้งนี้ โมโนกรุ๊ปมีแผนที่จะนำบริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ mai ในปี 2552 เพื่อระดมทุนสำหรับขยายธุรกิจทั้งแนวตั้งและแนวขวาง โดยนำไปขยาย product line ให้มีความหลากหลายขึ้น อีกส่วนหนึ่งจะนำไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เพราะมีอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือต่อประชากรสูง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการและสำรวจพื้นที่เพื่อปรับคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่
ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักงานการตลาดบริการเสริม บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวถึงภาพรวมของการดาวน์โหลดคอนเทนต์ของบริษัทว่า calling melody มีการเติบโต ดีมาก ปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 5 ล้านราย มีอัตราการเติบโตสูงถึง 20% โดยเฉลี่ยจะมียอดดาวน์โหลดต่อเดือนกว่า 1.2 ล้านครั้ง คิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 22% ของรายได้รวมจาก nonvoice ทั้งหมด
“ลูกค้าขนาดนี้ถือว่าไม่น้อย มีสัดส่วน 20-25% ของฐานลูกค้าทั้งหมด calling melody จึงถือเป็นสินค้าหลักของเรา และถือเป็นแหล่งสร้างรายได้สำหรับค่ายเพลงด้วย เพราะไม่สามารถละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ส่วนคอนเทนต์ประเภทริงโทนและ full song ก็โตเช่นกัน แต่น้อยกว่า calling melody คาดว่าในครึ่งปีหลังจะเห็นค่ายเพลงรุกตลาดนี้มากขึ้น ขณะที่เอไอเอสก็ตั้งเป้าว่าจะพยายามเพิ่มลูกค้าให้เป็น 30-40% ของลูกค้าทั้งหมด”
ล่าสุดได้เปิดตัว CJ (call center jockey) ซึ่งจะเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันยอดขายดิจิทัลคอนเทนต์ โดยเฉพาะ calling melody จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ายอดการดาวน์โหลดเพลงกว่า 50% มาจากการสั่งซื้อ ผ่านคอลเซ็นเตอร์ แสดงว่าคนไทยไม่ถนัดดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต ดั้งนั้น CJ จึงจะทำหน้าที่เพิ่มยอดขาย calling melody ให้มากขึ้นได้
การใช้บริการ CJ ทำได้โดยโทร.เข้า คอลเซ็นเตอร์ 1175 แล้วกด 9 ผู้ให้บริการจะให้บริการในสไตล์เดียวกับ ดีเจ.คลื่นวิทยุ จึงต่างจากคอลเซ็นเตอร์ทั่วไปที่จะรับเรื่องแล้วดำเนินการตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ CJ จะจับอารมณ์ลูกค้าและเสนอเพลงอื่นๆ เพิ่มเติมตามลักษณะของลูกค้าแต่ละคน จากการทดลองให้บริการในช่วงที่ผ่านมาพบว่า CJ ช่วยเพิ่มความถี่ในการดาวน์โหลดเพลงขึ้น 20% จากเฉลี่ย 150 เพลง/คน/วัน เป็น 180-200 เพลง/คน/วัน
นายสุรวัตร ชินวัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ คอนแทค เซ็นเตอร์ จำกัด เพิ่มเติมว่า CJ เป็นการปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการ จากเดิมวาง position เป็นเด็กเชียร์เพลงจัดเพลงตามที่ลูกค้าต้องการแล้วจบ มาเป็นการให้บริการแบบ preactive เน้นเป็นนักจัดเพลงดิจิทัลที่มีแคแร็กเตอร์เฉพาะตัว เป็น marketing arm เสนอขายเพลงให้มากกว่าที่ลูกค้าร้องขอ
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







ความรู้ยอดนิยม