Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

สร้างสุขง่ายๆ แบบคนเมือง

ช่วงนี้พอลืมตาตื่นเช้าขึ้นมารู้สึกว่าปวดเมื่อย เหนื่อยๆ ไปทั้งตัว ไม่อยากตื่น ไม่อยากลุก ไม่อยากทำอะไรทั้งน้านนนนนน…

ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ไปออกแรงแบกหาม แต่ไหงรู้สึกอ่อนล้า อ่อนแรง จิตตก ชีวิตเศร้า อารมณ์สีเดียวกับท้องฟ้าก่อนฝนตกพายุเข้านักก็ไม่รู้ เมื่อวานเพิ่งได้อ่านหนังสือความหนาเกือบ 500 หน้า ชื่อ “ร่างกายที่เหนืออายุขัย จิตใจที่ไร้กาลเวลา” (The Quantum Alternative to Growing Old) เขียนโดยนายแพทย์ดีปัก โชปรา แปลโดย เรืองชัย รักศรีอักษร ในบทต้นๆ เราพบข้ออธิบายอาการงอแงในช่วงเช้าของเราได้ว่า จริงๆ แล้วอาการทางร่างกายของเรามันเกิดขึ้นจากสภาพจิตใจของเรา ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม

เป็นที่รู้กันโดยทั่วว่า จิตใจส่งผลต่อร่างกาย เมื่อไรที่จิตใจเราอ่อนล้า ร่างกายเราก็พานจะป่วยไปด้วย ผู้เขียนบอกว่าจิตใจมีอิทธิพลต่อทุกๆ เซลล์ในร่างกาย เพราะเซลล์ของเราแอบฟังความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา แล้วเซลล์ก็เปลี่ยนไปตามความคิดนั้นๆ ความเครียดก่อให้เกิดหายนะต่อระบบภูมิคุ้มกัน การตกหลุมรักส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ความท้อแท้และสิ้นหวังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการหัวใจวายและมะเร็ง ความสุขและความสมหวังปกป้องเราให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว แสดงให้เห็นว่าเอาเข้าจริงแล้ว

ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างชีววิทยากับจิตวิทยา เมื่อนึกถึงความเครียดแม้จะเป็นแค่เพียงแวบเดียวก็จะปล่อยฮอร์โมนที่สร้างความเสียหายเช่นเดียวกับตัวความเครียดเอง

…เพราะทุกอย่างมันอยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน แต่ความเครียดเนี่ย เวลาจะมามักมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แป๊บๆ ก็ทำให้เราติสต์แตกได้ง่ายๆ พอดีกับได้อ่าน 247 ฉบับที่ 19 […]

“เพื่อคนตาโต” ข้าวผัดปลาเค็มกับไก่

คุณเคยหุงข้าวตอนหิวๆ บ้างไหมคะ ? ถ้าคุณเคย คุณจะเข้าใจว่าเค็กพูดถึงอะไรอยู่ การหุงข้าวตอนหิวนั้นทำให้คนเราตาโตหุงข้าวเกินพิกัดทุกที แล้วข้าวค้างคืนนั้นไม่ค่อยหอมอร่อยเหมือนข้าวหุงใหม่ๆ ซะด้วย เค็กพอจำได้ลางๆ ว่า มีคนเคยบอกว่าการทำข้าวผัดให้อร่อยนั้นต้องใช้ข้าวเย็นค้างคืนถึงจะได้ข้าวผัดที่อร่อยไม่แฉะ ก็เลยลองเอามาทำข้าวผัดแทนจะได้ไม่เสียของ การทำครั้งแรกๆ ก็ไม่อร่อยนักหรอกค่ะ แต่เราก็ต้องมีพัฒนาการกันเรื่อยๆ ลองผิดลองถูก เค็กยึดคติที่ว่าทำหลายๆ หน ลองไปเรื่อยๆ จะได้รสมืออร่อยถูกใจเอง

ข้าวผัดเค็กนั้นมีหลายชนิดทั้งแบบไทยที่ทานกับน้ำปลาพริกมะนาว ข้าวผัดปาเอญ่าสเปน หรือแบบจีน สำหรับข้าวผัดปลาเค็มกับไก่จานนี้เค็กไปติดใจจากร้านอาหารจีนมาก่อนแล้วค่อยมาลองทำเองให้ถูกใจอีกที ถ้าจะทำให้อร่อยสมบูรณ์แบบจริงๆ ต้องทำพริกน้ำมันหอมๆ ทานด้วยกัน เพราะความอร่อยนั้นแตกต่างกันจริงๆ

สำหรับการผัดข้าวเพื่อไม่ให้ติดกระทะนั้น เพื่อนคนจีน

ของเค็กเคยสอนเคล็ดลับไว้ คือต้องใส่น้ำมันลงไปซัก 50 มิลลิลิตร กลอกให้เคลือบกระทะจนทั่ว ตั้งไฟจนร้อนค่อยเทน้ำมันนี้ทิ้งไป ใส่น้ำมันใหม่ลงไป 1 ช้อนโต๊ะ พอร้อนแล้วใส่ปลาเค็ม 20 กรัม ลงไปผัดให้หอมแล้วใส่เนื้อไก่หั่นเต๋า พอสุก 50% จึงใส่ก้านคะน้าหั่นเต๋าลงไป 20 กรัม (บางทีเค็กจะใช้ก้านบร็อกโคลี่ที่นำดอกไปใช้หมดแล้วแทน) ผัดต่อไปอีกแป๊บจึงใส่ข้าวสุก 1 ถ้วย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว 1/4 ช้อนชา น้ำตาล 1 หยิบมือ […]

Hang Out ที่ “ไวน์ผับ” ถูกกว่าที่คาด สนุกกว่าที่คิด

เคยผ่านไปแถวคิงเพาเวอร์คอมเพล็กซ์ตรงซอยรางน้ำมาบ้างหรือยัง ?

นอกจากจะมีโรงละครอักษราที่สวยหรูอลังการแล้ว ในพื้นที่เดียวกันยังมีโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวชื่อ พูล แมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ซึ่งล็อบบี้ออกแบบโปร่งโล่ง แบบชิก แอนด์ชิล โมเดิร์นสุดๆ แถมมีร้านอาหารกับบาร์เครื่องดื่มให้เลือกอิ่มอร่อยตั้งหลายแห่ง

ย่ำค่ำวันหนึ่ง Rose มาลี แอบไปนั่งดินเนอร์ชิว ชิว ที่

“ไวน์ผับ” มา โดยนึกไม่ถึงว่าจะมีอาหารทานเล่นที่เป็นจานหลักให้อิ่มท้องได้ ปรากฏว่าผิดคาดค่ะ เพราะที่นี่มีทั้งเครื่องดื่มและอาหาร โดยเฉพาะจานเด่นพวก “โคลด์ คัท” ที่โดนใจสุดๆ

บรรยากาศของร้านออกไปทางสุนทรีย์สำหรับคนในวัยทำงานที่ต้องการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในวันสบายๆ มากกว่าเป็นแหล่งชุมนุมกินดื่มของวัยรุ่นหนุ่มสาวนักเที่ยวกลางคืน เพลงที่เปิดก็เบาๆ เคล้าคลอพอให้จิบไวน์ได้อร่อยครึ้มอกครึ้มใจขึ้น ไม่ถึงกับโฉ่งฉ่างดังหนวกหูเหมือนผับที่คุ้นเคยตามแบบเดิมๆ

ไปเห็นแล้วชอบค่ะ จะไปคนเดียวก็นั่งที่บาร์ไม่เหงา หรือจะเอาเพื่อนไปเป็นโขยงนัดเลี้ยงฉลองกันเต็บคราบที่นี่ก็รองรับได้ไม่น้อยกว่า 120 ที่ มีให้เลือกตั้งแต่เก้าอี้สูงรอบบาร์ โต๊ะทรงสูงพร้อมสตูล หรือโซฟาติดกำแพงขนาด 4 คนนั่ง แล้วคุณก็จะละลานตาไปกับขวดไวน์ชั้นเยี่ยมยี่ห้อต่างๆ มากมายที่ตั้งโชว์อยู่บนชั้นกระจกใสกึ่งกลางบาร์เป็นเอกลักษณ์ของผับนี้

ไวน์ของผับนี้มีให้เลือกมากกว่า 100 ชนิดค่ะ มีทั้งเสิร์ฟแบบขวดและแก้ว เริ่มต้นที่ขวดละ 950 บาท และแก้วละ 170 บาท ส่วนอาหารทานเล่นนั้น สตาร์ตที่จานละ 90 […]

Hydro Therapy ที่ระรินจินดา

เดิมทีสปานี้มีที่ตั้งออริจินอลอยู่เชียงใหม่ ในชื่อ RarinJinda Wellness Spa Resort แต่ด้วยความนิยมจึงขยายสาขามาที่กรุงเทพฯอีกแห่งหนึ่ง

ทรีตเมนต์ของที่นี่เน้นที่การใช้วารีบำบัด ซึ่งกล่าวกันว่า ศาสตร์การใช้พลังน้ำนี้มีมาช้านาน ที่ระรินจินดาเองก็นำเอาเรื่องของวารีบำบัดมาใช้เป็นจุดเด่นของที่นี่เลยทีเดียว โดยเป็นการประยุกต์เอาระหว่างศาสตร์โบราณและนวัตกรรมสมัยใหม่ คือ อ่างวารีบำบัด (hydro tub) ที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายอย่างเต็มที่ด้วยการแช่ในน้ำอุ่น 37 องศา และใช้การนวดด้วยแรงดันน้ำ แรงดันอากาศที่สามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมการนวดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ การนวดนี้เน้นที่ข้อต่อและกล้ามเนื้อโดยตรง ด้วยการผสมผสานกันระหว่างอุณหภูมิความร้อนจากน้ำ การนวด และแรงพยุงของน้ำจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอกของกล้ามเนื้อ ลดแรงกดความตึงตัวของเนื้อเยื่อร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้สามารถนอนหลับได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีการใช้ลำแสงบำบัดเพื่อฉายใต้น้ำที่ช่วยผ่อนคลาย

ทั้งอารมณ์และจิตใจได้พร้อมกัน

นอกจากนั้น ยังมี Shirodhara Treatment (ชิโรธารา) เป็นการนำเอาศาสตร์บำบัดแบบอินเดียโบราณมาปรับประยุกต์กับเทคนิคสมัยใหม่ การนวดผ่อนคลายนี้เริ่มกันที่รินน้ำมันร้อนลงไปบนหน้าผาก จากนั้นนวดเน้นที่ศีรษะและไหล่ เพื่อปรับสมดุลและสร้างความผ่อนคลายทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์ไปด้วยกัน เทคนิคการนวดแบบชิโรธาราจะทำให้ร่างกายถูกขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างภายในระดับลึกออกไป และยังมีการช่วงเปิดช่องลมภายในร่างกายเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูของระบบไหลเวียนของเลือด ลดความตึงเครียดจากวิถีชีวิต

อีกทั้งราคาทรีตเมนต์ของที่นี่ก็ไม่แพง เริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นไป สะดวกที่ไหนก็สามารถแวะเวียนไปผ่อนคลายกันได้ที่ทั้งเชียงใหม่ ตรงข้ามกับร้านอาหารริเวอร์ไซด์ ถ.เจริญราช และกรุงเทพฯที่โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พ้อยต์ ราชดำริ

คอลัมน์ RELAXING
โดย ซูนาอ้น

เตือน ! หญิงไทยเสี่ยงโรคกระดูกพรุน

เตือน ! หญิงไทยเสี่ยงโรคกระดูกพรุน

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ร่วมกับไวเอท คอนซูเมอร์ เฮลธ์แคร์ จัดกิจกรรม 600 พลัส ขยับต้านภัยกระดูกพรุน กระตุ้นคนไทยป้องกันโรคกระดูกพรุน เน้นการออกกำลังกาย ควบคู่การบริโภคแคลเซียมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันเพื่อดูแลสุขภาพตั้งแต่หนุ่มสาวและห่างไกลโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ

“สถานการณ์โรคกระดูกพรุนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ในปี พ.ศ.2593 มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 6.3 ล้านคน ประเทศไทยกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งผู้ป่วยเสียค่าใช้จ่ายต่อการรักษาสูงถึง 3 แสนบาทต่อคนต่อปี” รศ.น.พ.สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยกล่าว

โดยธรรมชาติความหนาแน่นของกระดูกในมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยมีกระบวนการย่อยสลายกระดูกเก่าและสร้างเนื้อกระดูกใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อให้กระดูกมีความแข็งแรงและหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ถึงช่วงกระดูกมีความหนาแน่นมากที่สุด ได้แก่อายุประมาณ 30-34 ปี หลังจากนั้นการหนาแน่นของกระดูกเริ่มลดลง โดยโรคกระดูกพรุนเกิดจากหลายสาเหตุ สังเกตได้หลังจากอายุ 30 ปีขึ้นไป จนถึงวัยหมดประจำเดือน เป็นกลุ่มเสี่ยงจะเป็นโรคกระดูกพรุน เนื่องจากมวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้หญิงมีอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า

เมื่อกระดูกเริ่มบาง ไม่สามารถสังเกตได้ เนื่องจากมีอาการแค่ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย หากไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอกระดูกสลายเรื่อยๆ และแต่ละช่วงวัยมีการสูญเสียมวลกระดูกไม่เท่ากัน ผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือนจะมีการสูญเสียมวลกระดูกสันหลังอัตราร้อยละ 1 ต่อปี และเพิ่มเป็นร้อยละ 3 […]

สนุกกับแม็กเนตหลากสี

คุณด้วยหรือเปล่าที่เริ่มรู้สึกเบื่อกับแม็กเนตบนบอร์ดแม่เหล็กบนโต๊ะทำงาน

ถ้าใช่ ไม่ต้องเตรียมควักตังค์ซื้อ เพราะมีวิธีง่ายๆ สร้างสรรค์บอร์ดแม่เหล็กด้วยแม็กเนตหลากสี

วิธีทำ เริ่มต้นจากหากระดาษสีนำมาตัดเป็นเชปที่ต้องการ ในที่นี้เลือกเชปวงกลมหลายๆ ขนาด (เพื่อลดทอนความเหลี่ยมมุมของตัวบอร์ดและกระดาษโน้ตสี่เหลี่ยม) อาจใช้เหรียญบาทหลายขนาดช่วยร่างแบบไว้ก่อน จากนั้นค่อยๆ ตัดกระดาษอย่างเบามือก่อนนำไปแปะบนสติ๊กเกอร์แม่เหล็กแบบบาง แล้วตัดออกมา เพียงเท่านี้ก็นำมาใช้งานได้แล้ว

สำหรับเทคนิคเลือกกระดาษสีควรเลือกสีสดๆ เมื่อเวลาใช้งานจะได้ดูโดดเด่นบนกระดาษโน้ตสีขาว

Tips

กระดาษสีสดใสไม่จำเป็นต้องซื้อ ลองไปหาดูตามนิตยสารเล่มเก่าๆ เลือกตัดตามสีที่ชอบได้ ไม่ต้องเสียเงิน

สติ๊กเกอร์แม่เหล็กแบบบางสามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียน หรือ B2S (ไซซ์ A4 ราคาประมาณ 80 บาท)

คอลัมน์ DIY
โดย เฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง

Khronos-Unique Horlogerie แด่ผู้มีนาฬิกาในหัวใจ

โครนอส (Khronos) หนึ่งในเทพสมัยกรีกยุคโบราณที่ได้รับการสักการะในฐานะเทพแห่งฤดูเก็บเกี่ยว และที่สำคัญ นี่คือเทพแห่งการเดินไปข้างหน้าของกาลเวลา…

ด้วยเหตุที่เป็นชื่ออันเป็นมงคลที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลา ทำให้กาลสมัยของปัจจุบัน ชื่อเทพองค์นี้กลายเป็นชื่อร้านนาฬิกาที่ว่า Khronos-Unique Horlogerie

ร้านนาฬิการ้านนี้ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงเดือนธันวาคมเมื่อปีที่แล้ว ที่ประเทศมาเลเซีย และในปลายปีนี้กำลังจะขยายสาขามาที่ประเทศไทย ที่ศูนย์การค้าพารากอน

ชลัคร ชีวเกษมสุข กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไกซริน จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์โครนอส ได้เล่าถึงคอนเซ็ปต์ของร้านขายนาฬิกาโครนอสไว้ว่า “ผมอยากจะเน้นนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นและนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นอินดีเพนเดนต์แบรนด์ใหม่ๆ คนที่ทำงานนาฬิกาสวิสซึ่งเขาอาจจะทำงานที่บริษัทใหญ่ๆ มา แล้วออกมาทำแบรนด์ของตัวเอง ให้เป็นเหมือนกับชิ้นงานศิลปะ”

ร้านขายนาฬิกาโครนอส จึงขายนาฬิกาที่ครอบคลุมแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกถึง 7 แบรนด์ ได้แก่ Armand Nicolet, BLU, Romain Jerome, Villemont, Franc Vila, Hysek และ Muhle Glashutte

สำหรับความ “พิเศษ” ของนาฬิกาแบรนด์เหล่านี้ เราขอยกตัวอย่างมาให้เห็นสัก 2-3 รุ่นที่น่าสนใจดังนี้

แบรนด์แรก ก็คือ Romain Jerome มีนาฬิการุ่น Titanic DNA rusted steel T-oxy […]

ห้าห่วงคล้องปฐพี ดีไซน์เรียบง่ายสุดขลังของสัญลักษณ์แห่งกีฬา Olympic

นี่ไม่ใช่กระเบื้องตราห้าห่วง แต่มันคือตราสัญลักษณ์ของอภิมหากีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ หรือที่เราเรียกมันสั้นๆ ว่า Olympic ช่วงเวลาไม่ถึงเดือนที่พวกเราชาวโลกตั้งหน้าตั้งตารอกันมา 4 ปี จึงจะมีหน กับการที่แต่ละประเทศพากันส่งกองทัพนักกีฬาไปแย่งชิงเหรียญมาคล้องคอประเทศ การทำสงครามกีฬาแห่ง Olympic ยิ่งใหญ่และสนุกสนานจริงๆ เพราะมีถ่ายทอดให้ชมกันสดๆ ถึงบ้าน งานนี้ไม่มีการนองเลือด จะมีก็แต่น้ำตานองหน้า ด้วยความปลื้มปีติ หรือไม่ก็ปราชัย ผู้ชนะจะได้รับการจดจำ กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะบ้านเรา หากใครได้เหรียญมาเป็นของขวัญให้ประเทศ เขาผู้นั้นจะได้รับการต้อนรับยิ่งใหญ่มหึมา พร้อมรับรางวัลเกียรติยศและเงินทองมหาศาล แต่พอเวลาผ่านไปจากปีมาเป็นทศวรรษ มาสู่ศตวรรษ ชื่อต่างๆ อาจเลือนหายไป แต่สิ่งเดียวที่อยู่คู่โอลิมปิกมาช้านานและคาดว่าน่าจะอยู่ต่อไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย คือตราห้าห่วงคล้องปฐพีนี่เอง

คงไม่มีใครไม่เคยเห็นตราสัญลักษณ์นี้ ห่วงทั้งห้า (น้ำเงิน เหลือง ดำ เขียว แดง บนพื้นขาว) เป็นตัวแทนทวีปทั้งห้า ที่มาร่วมการแข่งขันเชื่อมกีฬามิตรภาพระดับโลกนี้ ไม่มีการเจาะจงว่าสีไหนเป็นตัวแทนทวีปใด ทวีปเอเชียและยุโรปในที่นี้ถูกรวมเป็นทวีปเดียว (Eurasia) และไม่มีการรวมทวีปขั้วโลก Antarctica สีที่เห็นคือสีที่มาจากธงชาติของทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าประเทศไหน ก็มีสีที่อยู่ในตรานี้เสมอ ส่วนวงแหวนทั้งห้าที่คล้องอยู่ด้วยกันนั้น สื่อความหมายถึงทวีปทั้งห้าที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว มีบางแหล่งข้อมูลบอกว่า ความหมายของสีต่างๆ มีดังนี้ น้ำเงิน (มหาสมุทร) […]