มนุษย์ในโลกทรงกลม มักมีอารมณ์แบนๆ แฝงอยู่เสมอ เป็นอารมณ์ที่มาจากความรู้สึกข้างในของคนคนนั้นว่า “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ”
เมื่ออารมณ์ร่วมของคนกลุ่มหนึ่งแผ่ขยายกว้างขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ อิทธิพล หรือพลังทางความคิด ซึ่งบางครั้งอาจสามารถชี้นำผู้คนในสังคมให้เดินตาม “กระแส” ที่ตัวเองต้องการได้อย่างง่ายดาย
เพราะ “คน” ย่อมคอนโทรลด้วย “คน” หาใช่คอมพิวเตอร์หรือมือถือไม่ เพราะคนมีจิตวิญญาณ มีอารมณ์ความรู้สึกร่วม ซึ่งเทคโนโลยียังพัฒนาไปไม่ถึง
ปรากฏการณ์ของข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์ที่คนพูดถึงมากที่สุด ล้วนมีความน่าสนใจ อันเนื่องมาจากคำว่า “แฟนคลับ” เกือบทั้งสิ้น
ข่าวแรก กลบด้วยคราบน้ำตาและเสียงร่ำไห้ เมื่อวงการเพลงลูกทุ่งและผู้คลั่งไคล้เพลงแนวนี้ เสียใจกับการจากไปของนักร้องดัง “ยอดรัก สลักใจ” เจ้าของเสียงเพลงอมตะ “30 ยังแจ๋ว”
ลานโล่งของวัดไร่ขิง สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม กลายเป็นแหล่งรวมพลของแฟนคลับ
นับแสน และเป็นที่ตั้งคล้ายตลาดนัด (ขายของ) ในพริบตา
บางคนหอบหิ้วมาจากต่างจังหวัดทั้งครอบครัว บางคนบินมาไกลจากต่างประเทศ บางคนอายุมากเกิน 70 ปีแล้วก็ยังอยากมาแสดงความอาลัยกับคนที่เขารัก
บางคนอยากมาอุดหนุนซื้อแผ่นเพลงซีดีไว้เป็นที่ระลึก ซีดีในงานขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คนแย่งกันซื้อเหมือนแจกฟรี
สุดท้ายเกิดเป็นข้อกังขา คนใกล้ชิด (อีกแล้ว) คิดหาทางรวยกับงานเฉพาะกิจนี้รึเปล่า ?
ข่าวสอง มีแต่รอยยิ้ม เสียงไชโยและน้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม เมื่อ “น้องเก๋” ประภาวดี
เจริญรัตนธารากูล จอมพลังสาวไทยในรุ่น 53 […]
Share on Facebook
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ข่าวจากปักกิ่งเกมส์ตีแผ่ไปทั่วโลกว่า พบ “สารอีพีโอ” หรือ “ฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง” ในปัสสาวะของ “มาเรีย อิซาเบล โมเรโน่” นักจักรยาน ทีมชาติสเปน
ทีมชาติสาววัย 27 ปีคนนี้ จึงเป็นผู้ที่เจอข้อหาโด๊ปยาเป็น รายแรกของโอลิมปิก 2008 มีสิทธิ์ถูกห้ามแข่งขัน 2 ปี และและอาจหมดสิทธิเข้าร่วมโอลิมปิก 2012 ที่อังกฤษ
มาเรีย อิซาเบล โมเรโน่ เป็น 1 ในนักกีฬาไม่ต่ำกว่า 5,000 ราย ที่เจ้าภาพจะทำการสุ่มหาสาร “โด๊ป” ตามที่แจ้งไปถึง คณะกรรมการจัดการแข่งขันของทุกประเทศว่าจะสามารถเรียก ตรวจสอบนักกีฬาได้ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งจำนวนการสุ่มตัวอย่างนี้นับได้ว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์
จะว่าไปแล้ว เรื่องการโด๊ปเป็นรอยด่างในวงการกีฬามาทุกยุคทุกสมัย ยิ่งไล่ตามจับได้มาก ก็ยิ่งมีวิวัฒนาการก้าวล้ำกันขึ้นไปอีก
ชื่อของ “โด๊ป” นั้นความจริงแล้วได้มาจากเครื่องดื่มที่ปรุงจากส่วนสกัดของเมล็ดโคล่าผสมกับยาแซนทีน (ยากระตุ้นประสาทส่วนกลาง) และเหล้าที่คนแอฟริกาใต้ใช้เป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง
การโด๊ปนั้นในอดีตนิยมใช้สมุนไพรก่อนที่จะใช้ “แอมเฟตามีน” หรือ “โคเคน” เพื่อเพิ่มความทนทาน แข็งแรง รวดเร็ว สร้างความตื่นตัวให้กับนักกีฬา และพัฒนามาใช้ฮอร์โมนเพศชายสังเคราะห์ที่เรียกว่า “อนาบอริก เอนโดรเจน […]
Share on Facebook
ชุดสูทนับเป็นเครื่องแบบประจำตัวของนักธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นที่ต้องสวมใส่กันทุกเมื่อเชื่อวัน ดังนั้นจึงทำให้สูทเหล่านี้เปรอะเปื้อนและยับย่นได้ง่าย แถมยังต้องเปลืองเวลาส่งไปซักแห้งอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นปัญหากวนใจหนุ่มสาวนักธุรกิจเมืองปลาดิบแทบทุกคน กระทั่งล่าสุดก็ได้มีนักประดิษฐ์หัวใสคิดค้นชุดสูทแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ นั่นก็คือ “Shower Clean Suit” หรือ “ชุดสูทที่สามารถซักได้ง่ายๆ ด้วยน้ำอุ่นจากฝักบัว” ที่ทั้งซักง่าย แถมไม่ต้องรีดก็สามารถรักษากลีบที่คมกริบบนกางเกงไว้ได้ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในธุรกิจเสื้อผ้าของญี่ปุ่น
ซักสะอาดได้ในขณะอาบน้ำ
Shower Clean Suit ผลิตขึ้นโดยบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าสุภาพบุรุษที่ชื่อโคนากะ (Konaka) ซึ่งใช้ผ้าขนสัตว์ผสมที่ทำขึ้นเป็นพิเศษผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงนำมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ล้ำสมัยเป็นครั้งแรกในวงการเสื้อผ้าของโลก โดยนักพัฒนาของบริษัทโคนากะเกิดความคิดนี้ขึ้นเมื่อพวกเขาพยายามที่จะหาวิธีทำให้ชุดสูทนั้นสะอาดและดูใหม่อยู่ได้นานๆ และเกิดความคิดที่ว่า “มันจะวิเศษแค่ไหนถ้าสามารถซักชุดสูทได้ในขณะที่กำลังอาบน้ำฝักบัวอยู่” เพื่อที่จะทำให้ไอเดียนี้เป็นจริงขึ้นมา พวกเขาจึงต้องการวัสดุที่สามารถล้างสิ่งสกปรกออกได้ง่ายก่อน ทีมออกแบบจึงมุ่งความสนใจไปที่เส้นใยขนสัตว์ เพราะสิ่งสกปรก
ต่างๆ ไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปภายในเส้นใยขนสัตว์ได้ นอกจากนั้นพวกเขายังผสมเส้นใยขนสัตว์กับเส้นใยที่ละลายน้ำได้ โดยหลังจากเย็บชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันแล้ว ก็เพียงแช่ชุดสูทลงในน้ำเพื่อทำให้เส้นใยที่ละลายน้ำได้ละลายออกไป และเหลือเป็นวัสดุเส้นใยขนสัตว์ที่มีช่องว่างเล็กๆ (ที่เกิดจากเส้นใยที่ละลายน้ำออกไป) กระจายอยู่เต็มชุด เพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านระหว่างเส้นใยขนสัตว์ได้ง่ายจึงเป็นการชะล้างสิ่งสกปรกออกจากเส้นใยไปด้วย นอกจากนั้น วัสดุนี้ยังระบายอากาศได้ดีและมีน้ำหนักที่เบามากด้วย
ป้องกันรอยยับด้วยกรดอะมิโนจากธรรมชาติ
แม้ว่าชุดสูทนี้จะสะอาด แต่ก็ยังไม่สามารถใส่ไปทำงานได้ เพราะว่ายังมีรอยยับเต็มไปหมด เพื่อรักษาให้ชุดสูทดูดีมีสไตล์โดยไม่ต้องรีด บริษัทโคนากะได้เพิ่ม กระบวนการป้องกันการยับของผ้าโดยใช้กรดอะมิโนจากธรรมชาติที่เรียกว่า L-cysteine ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเส้นผม ผิวหนัง และเล็บ มาใช้เป็นส่วนประกอบ ชุดสูทนี้จึงไม่หดหลังการซักและยังมีอายุการใช้งานนานพอๆ กับชุดสูทธรรมดาที่มีการซักเป็นประจำทุกวัน ยิ่งกว่านั้น บริษัทโคนากะยังได้ว่าจ้างนักออกแบบเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงมาพัฒนาให้ชุดสูทดูสวยงามและทันสมัยด้วย ส่วนราคาขายของเสื้อสูทซักได้ใต้ฝักบัวสำหรับผู้ชายนั้นมีราคา 51,450 เยน […]
Share on Facebook
“แท้ที่จริง เรื่องการพัฒนาสมอง ก็คือการพัฒนาการเรียนรู้ หรือการปฏิรูปการเรียนรู้นั่นเอง”
นั่นคือคำนำที่ “หมอประเวศ วะสี” กล่าวไว้ในหนังสือ “ใช้หัวอ่านเร็ว” เขียนโดย “โทนี บูซาน” แปลโดย “พัลลภา อิงบุญมีสกุล” และ “ธัญญา ผลอนันต์”
หมอประเวศบอกว่า มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้ที่สูงมาก สามารถให้เรียนรู้ให้บรรลุอะไรก็ได้ รวมทั้งบรรลุความสุขและอิสรภาพ การเรียนรู้จึงเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดของมนุษย์ ทุกคนควรแสวงหาที่ดีที่สุด และช่วยให้เพื่อนมนุษย์พบการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
ซึ่งจะว่าไปแล้ว การใช้ “หัวอ่านเร็ว” มีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของทุนมนุษย์ไม่น้อย
ในหนังสือเล่มนี้จะมีการนำเสนอเรื่องการสำรวจความเร็วของคุณ
จะอธิบายถึงเรื่องการควบคุมความเคลื่อนไหวของตา เพื่อเพิ่มความเร็ว และความเข้าใจ
จะพูดถึงเรื่องการพัฒนาทักษะการใช้หัวอ่านเร็วขั้นสูง และเรื่องสุดยอดสมาธิและความเข้าใจ
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราทำความเข้าใจเรื่องของปัญหาในการอ่าน เขาได้ยกตัวอย่างปัญหาที่พบมากปัญหาหนึ่ง นั่นก็คือ การพูดกับตัวเองในหัว เกิดจากความเคยชินที่จะออกเสียงคำต่างๆ ในขณะที่อ่าน
ซึ่งการจะแก้ปัญหานี้ จะต้องยอมรับว่าการพูดกับตัวเอง ยังคงมีอยู่เสมอ มันสามารถถูกผลักออกไปและออกไปจนกลายเป็นสภาวะกึ่งไม่รู้สึกตัว ฉะนั้นสิ่งที่คุณควรพยายามทำ คืออย่าไปใช้มันเพื่อทำให้คุณเข้าใจเรื่องที่อ่านให้ได้มากที่สุด
บูซานได้ยกตัวอย่างประธานาธิบดี ธอมัส เจฟเฟอร์สัน ว่า เป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่ได้ประยุกต์ พลังสมาธิอันยิ่งใหญ่ของเขาไปในการอ่านที่น่าสนใจยิ่ง จนเขาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่ามีไหวพริบรอบตัวมากที่สุด ที่เคยมีมาในประเทศสหรัฐอเมริกา
เจฟเฟอร์สันให้คำแนะนำแก่นักอ่านว่าคุณควรรู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน ทำอะไรอยู่ และกี่โมงแล้ว คุณกำลังอ่านไม่ทันตามตารางของคุณหรือไม่ และถ้าเป็นอย่างนั้นไม่ทัน ไม่ทันมากเท่าไร
เจฟเฟอร์สันได้อธิบายถึงความเร็ว ในการอ่านของเขาว่า “มักจะสงบ สม่ำเสมอราวกับเสียงนาฬิกาไม้มะฮอก กานีเดิน”
แม้จะเป็นเรื่องการอ่านก็น่าสนใจทีเดียว […]
Share on Facebook
เขาเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานมากในขณะที่ยังเป็นนักศึกษา เขาก็ใช้พรสวรรค์ในตัวที่มีในเรื่องการพูดเป็นเครื่องมือสร้างจุดเด่นให้ตนเองในเวทีการโต้วาที ซึ่งคนที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้ก็ต้องเป็นคนที่ชอบรักการอ่านด้วย
คนที่ชอบอ่านก็มักจะเขียนได้ในที่สุด ดังนั้นนอกจากชอบพูดแล้ว เขาก็ยังชอบเขียนด้วย
แต่อุปนิสัยใจคอของเขาที่อยู่บนพื้นฐานของอีโก้ที่สูงนั้น มันทำให้ทั้งการพูดและการเขียนของเขาหนักไปในทางโจมตีผู้อื่น เพราะมันจะทำให้เขาดูเหนือกว่าอีกฝ่ายที่เขาโจมตี ยิ่งการทำร้ายผู้อื่นด้วยคำพูดหรือการเขียนนั้นได้ผล คืออีกฝ่ายไม่ได้ออกมาตอบโต้ หรือออกมาแก้ข่าวแต่ประการใด มันก็ยิ่งทำให้เขาเกิดความฮึกเหิมยิ่งนัก
และเจ้าความฮึกเหิมนี้ก็ค่อยๆ กัดกินนิสัยจนกลายเป็นสันดานประจำตัว เกิดความเชื่อถือในตัวเองมากขึ้นๆ ไปพร้อมกับอายุ ยิ่งนานวันมันยิ่งมากจนกลายเป็นโรคชนิดหนึ่งที่รักษาเยียวยากันไม่ได้อีกต่อไป
โรคนั้นคือโรคหลงตัวเอง
โรคนี้คนที่เป็นจะมีอาการรู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าใครๆ ไปหมด หรือนัยหนึ่งคนอื่นโง่กว่าตนเอง ยิ่งคนอื่นที่มีอายุหรือ ประสบการณ์น้อยกว่า ยิ่งไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย
เมื่อรู้สึกอย่างนั้นมันก็จะออกมาทางอาการภายนอกที่แสดงออก คือการไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น ในเมื่อคิดว่าตนเองฉลาดล้ำเหนือคนอื่นไปหมดแล้วจะไปฟังความเห็นที่โง่ๆ เหล่านั้นทำไม
นอกจากไม่ยอมรับฟังแล้ว ยังตอบโต้กลับแบบดูถูกดูแคลนในสติปัญญาของ อีกฝ่าย ตามความอักเสบรุนแรงของโรคที่เกาะกินตัวตนเขาอยู่
ด้วยอาการเหล่านี้ มันจึงทำให้เขามีศัตรู หรือมีผู้ที่ไม่ชอบหน้าเขามากมายไปพร้อมๆ กับการมีผู้นิยมชมชอบในวาจาและลีลาที่ก้าวร้าวเช่นกัน
ด้วยความทะเยอทะยานของเขา วิถีทางชีวิตก็ได้ไต่เต้าขึ้นมาจนสามารถเป็นผู้นำขององค์กรหนึ่งได้ด้วยมีผู้รู้ ผู้ทรงคุณวุฒิที่หลงคารมถูกหลอกเข้ามาร่วมงาน ช่วยงานเขา ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ในระยะแรก
แต่นิสัยหรือสันดานที่ติดตัวเขาอย่าง ล้ำลึกนั้น มันไม่สามารถเก็บกดปิดบังไว้ได้นาน มันจึงค่อยๆ เผยออกมาทีละนิดๆ กับผู้ร่วมงาน ผู้ที่ช่วยสนับสนุนค้ำจุนองค์กรกันมาในลีลาเดิมที่เคยชิน คือการไม่ค่อยจะรับฟังใครหน้าไหน
ยิ่งอายุมากขึ้นแก้พรรษาเท่าไร การยึดมั่นในตัวตนเป็นใหญ่ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ไม่มีลูกน้องคนไหนกล้าแสดงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับของหัวหน้า ไม่มีนักวิชาการคนไหนกล้าที่จะเตือนด้วยทฤษฎีและหลักการ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญผ่านงานที่เขาทำไม่เป็นด้วยซ้ำ พูดจาเสนอแนะให้ เขาก็ไม่ฟัง ทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามที่เขาคิดเขาเชื่อ
ดังนั้น ในการประชุมทุกครั้งจึงไม่ใช่ การปรึกษาหารือ ไม่ใช่การระดมสมอง การถกเถียง การแสดงเหตุผลและแง่มุมต่างๆ เพื่อหาบทสรุปที่ดีที่สุดออกมา แต่ส่วนใหญ่มันคือการเข้ามาร่วมรับฟัง สิ่งที่เขาคิด ที่เขาพูด […]
Share on Facebook
เป็นที่แน่นอนแล้วว่าอดีตนายกฯทักษิณจะไม่กลับมาสู้คดีในเมืองไทย และจะต้องใช้ชีวิตในต่างแดนไปอีกระยะหนึ่ง
หากผมจะมีความภูมิใจเล็กๆ อันหนึ่งในฐานะมือสมัครเล่นต่อการสังเกตการณ์ทางการเมืองมาค่อนชีวิตแล้วก็คือ ผมเคยตั้งข้อสังเกตให้กับเพื่อนฝูงไว้ตั้งแต่ปี 2545 ว่า ประวัติศาสตร์ไทยในอนาคตจะเต็มไปด้วยข้อถกเถียงและการตีความทั้งในแง่บวกและลบ ถึงบทบาทของนายกฯคนนี้ไม่น้อยไปกว่าบทบาทของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่มีต่อสังคมการเมืองไทย พูดอีกแบบคือ ไม่ว่าใครจะรักจะชังนายทักษิณมากน้อยเพียงใดก็ตาม เขาจะตกเป็นหัวข้อแห่งการศึกษา (subject of study) ของวงการเศรษฐศาสตร์การเมืองไทยไปอีกนาน
ไม่ว่าการ “ลี้ภัย” ทางการเมืองครั้งนี้จะมีความหมายอย่างไร ทั้งต่อตัวทักษิณ ครอบครัว คนรอบข้าง ผมเห็นว่าการพ่ายแพ้ในยกสองนี้ (ยกแรก : รัฐประหาร 19 กันยายน 2549) อย่างน้อยชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของชนกลุ่มหนึ่งของสังคมไทย ซึ่งผมขอเรียกว่า “the establishment” ก็แล้วกัน
ในระยะเฉพาะหน้า การลี้ภัยทำให้ผม “โล่งใจ” ว่าจะไม่มีการทำรัฐประหารขึ้นโดยฝ่าย the establishment ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ การจัดโผโยกย้ายนายทหารที่จะต้องทำให้เสร็จในเดือนกันยายน และการประกาศเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการท้าชน the establishment เต็มตัว ทำให้ผมประเมินว่า the establishment จะต้องเผด็จศึกอย่างรวดเร็วก่อนกันยายน การลี้ภัยเป็นการส่งสัญญาณยอมแพ้ของฝ่ายทักษิณ ทำให้การรัฐประหารไม่จำเป็นเร่งด่วนอีกต่อไป
ฉากการเมืองระยะต่อๆ ไปคืออะไร ผมเดาว่าเรื่อง the […]
Share on Facebook
เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้ใกล้ชิดว่า เมื่อยามเวลา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ถึงคราวดวงตก มีเรื่องระกำลำบากเข้ามากวนใจ มักจะขอคำปรึกษาจาก พระครูวิจิตรสุธาการ หรือ หลวงพ่ออำนวย แห่งวัดธรรมิการาม (วัดค้างคาว) รองเจ้าคณะอำเภอบ้านหมี่ จ.ลพบุรี
ล่าสุดพระครูวิจิตรสุธาการ วิเคราะห์ปรากฏการณ์ “ลี้ภัย” ของ พ.ต.ท.ทักษิณหลังถูกมรสุมทางกระบวนการยุติธรรมกระหน่ำอย่างหนักไว้อย่างน่าสนใจ
“การลี้ภัยของคุณทักษิณครั้งนี้เป็น เพียงระยะเวลาชั่วคราว เพราะจะมีผู้ใหญ่ไปช่วย ส่วนจะเป็นใครนั้นบอกไม่ได้ เดี๋ยวจะเป็นเรื่อง นอกจากนั้นดวงของ คุณทักษิณ มีเทพกุเวรุราช (ท้าวกุเวร) คุ้มครอง ซึ่งเป็นเทวดาประจำทิศเหนือ ที่ปกครองยักษ์ทั้งหมด จึงทำให้มีดวง ที่ใครก็ฆ่าไม่ตาย ใครก็คิดวางแผนทำร้ายไม่ได้”
ด้านครอบครัวชินวัตรเอง พระครู วิจิตรสุธาการบอกว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีธุรกิจอยู่ที่ต่างประเทศ แล้วก็จะประสบผลสำเร็จ ครอบครัวจะกลับมาประเทศไทย โดยที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จะรอดในศาลอุทธรณ์คดีเลี่ยงภาษี
“ที่คุณทักษิณตัดสินใจลี้ภัย เป็นที่พิธีสะเดาะเคราะห์ด้วยการจากที่อยู่ ทำให้เคราะห์หนักเป็นเบา อย่างคนที่มีเคราะห์ก็จะมีการทำพิธีย้ายที่อยู่ ที่นอน ที่ทำงาน เพื่อให้หนักเป็นเบา ทำให้ปัญหาการชนกันของทุกฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนคุณทักษิณ กับฝ่ายที่ต่อต้านคุณทักษิณไม่เกิดขึ้น ฉันคิดว่าไปอย่างนี้ดีแล้ว ปัญหาบ้านเมืองจบ ไม่ได้แตกแยก ถือเป็นการสะเดาะเคราะห์ในตัวด้วย”
พระครูวิจิตรสุธาการบอกอีกว่า […]
Share on Facebook
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่า “ทุนนิยม” คือกลไกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้นก็ต้องยอมรับว่า มีผู้คนอีกหลายพันล้านคนที่ไม่ได้ประโยชน์จากมหัศจรรย์ของทุนนิยมเลย
และนี่คือที่มาที่ทำให้อภิมหาเศรษฐีคนหนึ่งของโลกอย่าง บิล เกตส์ หันมาปลุกกระแสทุนนิยมเชิงสร้างสรรค์ (creative capitalism) เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยให้เหล่าบริษัทต่างๆ ได้ประโยชน์จากการทำงานพร้อมๆ กับช่วยให้ผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย
เกตส์ระบุในบทความเรื่อง “How to Fix Capitalism” ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารไทม์ว่า ยังมีอีกหลายสิ่งที่จะต้องทำ แต่ข่าวดีก็คือตอนนี้โลกมีทุนนิยมเชิงสร้างสรรค์อยู่แล้ว โดยบางบริษัทได้สร้างการตลาดแบบใหม่สำหรับคนยากจน ผลิตเทคโนโลยีที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนจนได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ ขณะที่บางบริษัท เช่น แก็พ (Gap) ฮอลล์มาร์ก (Hallmark) และเดลล์ (Dell) ขายสินค้าติดแบรนด์ (RED) หรือสินค้าที่มีสีแดง พร้อมบริจาคกำไรเพื่อการต่อสู้กับโรคเอดส์ ทั้งนี้ในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา (RED) ได้บริจาคเงิน 100 ล้านบาทแก่โกลเบิล ฟันด์ เพื่อต่อสู้กับโรคเอดส์ วัณโรค และมาเลเซีย ทำให้สามารถช่วยเหลือคนเกือบ 80,000 คน ในประเทศยากจน และทำให้คนอีกกว่า 1.6 ล้านคนสามารถตรวจการติดเชื้อเอดส์ได้
ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์มองว่าทุนนิยมเชิงสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นทฤษฎีเศรษฐกิจใหม่ที่ยิ่งใหญ่ และไม่ได้เป็นตัวล้มล้างความเป็นทุนนิยมเอง […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม