จู่ๆ มีคนเอาแอปเปิลมาให้ ทีแรกไม่กล้ารับ เกรงว่าเดี๋ยวจะเป็น
แอปเปิลพิษอย่างที่สาวงามสโนว์ไวต์เจอ…
แล้วยังพานนึกถึง เซอร์ ไอแซ็ก นิวตัน ผู้ค้นพบกฎของแรงโน้มถ่วง เพราะโดนแอปเปิลหล่นใส่
แต่คนที่ชีวิตเกี่ยวพันกับแอปเปิลที่อยากจะพูดถึงก็คือ ผู้ก่อตั้งบริษัทเอเยนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่ของโลก ที่มียอดบิลลิ่งกว่า 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี…ลีโอ เบอร์เนทท์
แอปเปิลสีแดง เป็นสัญลักษณ์แทนคำว่า “ยินดีต้อนรับ” ของ ลีโอ เบอร์เนทท์ เริ่มใช้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1935 วันแรกที่ลีโอ เบอร์เนทท์เปิดตัวในวงการโฆษณา ในช่วงนั้นเศรษฐกิจอเมริกาอยู่ในภาวะตกต่ำ แต่เพื่อสร้างความแจ่มใสขึ้นในที่ทำงาน เบอร์เนทท์และหุ้นส่วนอีก 8 คนจึงคิดเพิ่มความสดใสให้แก่ออฟฟิศ ด้วยการนำเอาชามใส่แอปเปิลมาวางไว้ที่โต๊ะรีเซ็ปชั่น สำหรับต้อนรับแขกและพนักงานของบริษัท หยิบได้คนละลูก
แล้วเรื่องนี้ก็พูดกันไปทั่วชิคาโก จนมีคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งเขียนวิจารณ์ว่า “อีกไม่นาน ลีโอ เบอร์เนทท์ จะต้องไปขายแอปเปิลตามมุมถนน แทนที่จะเอามาแจกอย่างนี้” และหลังจากที่อ่านเรื่องนั้น
มิสเตอร์เบอร์เนทท์ถึงกับสาบานว่า เขาจะแจกแอปเปิลต่อไป
ลีโอ เบอร์เนทท์ มีความเชื่อว่า “เมื่อคุณตกอยู่ในช่วงเศรษฐกิจที่ต่ำสุด หนทางเดียวที่จะขยับไปได้คือ ดีดตัวเองให้สูงขึ้น”
เขาพูดถูก เพราะปัจจุบันออฟฟิศกว่า 95 แห่งทั่วโลก ก็ยังเตรียม
แอปเปิลแดงเอาไว้ต้อนรับเสมอ
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ออฟฟิศแม่ที่ชิคาโกเพียงแห่งเดียว แจก
แอปเปิลมากกว่า 2 […]
Share on Facebook
ปลาเค็มชิ้นเล็กนี้ดเดียวก็มีกลิ่นและรสที่เข้มข้นพอทำอาหารทานได้ทั้งจานแล้ว อย่างอาทิตย์ก่อนที่เราทำข้าวผัดปลาเค็มกับไก่ไปคงจะทำให้มีเนื้อปลาเค็มเหลืออยู่ไม่น้อยเลย เราจะนำปลาเค็มที่เหลือไปผัดข้าวผัดอีกหรือผัดเป็นคะน้าปลาเค็มก็ได้ แต่ถ้าเบื่อกันแล้วเค็กขอแนะนำให้ลองทำ “หมูสับปลาเค็มนึ่ง” อีกอย่างค่ะ
เค็กเลือกใช้ปลาอินทรีเค็มแล้วนำมาแกะเนื้อให้ได้ 100 กรัม แล้วบิเป็นชิ้นเล็กแล้วผสมกับเนื้อหมูสับหยาบ 300 กรัม กระเทียมสับ 2 ช้อนชา ขิงหั่นฝอย 1 ช้อนชา นำส่วนผสมทั้งหมดมาสับรวมกันพอเข้าเนื้อ สำหรับสูตรดั้งเดิมนั้นจะให้เอาส่วนผสมไปแผ่บางๆ บนจานทนความร้อน (ให้คิดถึงเนื้อปลาทรงเครื่องที่แผ่มาในถาดตามร้าน
สุกี้ไว้) แล้วนำไปนึ่ง 20 นาที จนสุก
สำหรับสูตรใหม่นั้นเค็กไปติดใจมาจากทานร้านจีนที่เพิ่มรากบัวสับไปด้วยค่ะ เพราะทานแล้วอร่อยไม่รู้สึกหนักเท่าสูตรเดิม เค็กเลยลองมาปรับสูตรใหม่นี้ให้ใช้หมูสับแค่ 350 กรัม แล้วใส่รากบัวสับหรือแคร์รอตเข้าไปอีก 80 กรัม แล้วค่อยนำไปนึ่งตามวิธีเดิมค่ะ
พอครบกำหนด 20 นาที ยกออกจากลังถึงนั้นกลิ่นจากปลาเค็มจะหอมฟุ้งยั่วน้ำลายเลยล่ะค่ะ ให้เสิร์ฟหมูสับปลาเค็มที่นึ่งออกมาร้อนๆ ในจานเดิมเลย โรยน้ำมันงา ต้นหอมซอยและพริกชี้ฟ้าแดงซอย ทานกับข้าวสวยร้อนๆ
เกือบลืมแนะ… ส่วนผสมหมูสับปลาเค็มนี้นำไปทอดทานก็อร่อยเหมือนกันค่ะ ให้ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะในกระทะไม่ติด แผ่ส่วนผสมเป็นแผ่นบางๆ เหมือนเดิม ทอดไฟกลางจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน
วันนี้เราได้สูตรหมูสับปลาเค็มถึง 6 แบบด้วยกัน มีทางเลือกแยะอย่างนี้ต้องลองทำดูแล้วล่ะค่ะว่าคุณจะชอบแบบนึ่งหรือทอด สูตรดั้งเดิมหรือสูตรใหม่
อาหารประจำบ้าน
กระเทียม ขิง […]
Share on Facebook
อย่าเพิ่งนึกว่าจะชวนไปดริงก์จนมึนแล้วโดดลงทะเล…
(สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี กรุณาข้ามย่อหน้านี้ไป) พอดีร้านนี้นอกจากเรื่องอาหารแล้ว เขามีของดีที่ชื่อเดียวกับชื่อร้าน “เบียร์หิมะ” โดยเจ้าเบียร์ที่ว่านี้เป็นเบียร์ขวดที่นำมาแช่ในตู้ให้เย็นแล้วนำมารินใส่แก้วแช่ที่ก้นแก้วเป็นน้ำแข็ง เวลารินเบียร์ลงไปจะทำให้เบียร์จับตัวเป็นเกล็ดวุ้นทันที มีเคล็ดเล็กน้อยคือ ไม่ควรรีบสั่งมารอหลายๆ ขวด เพราะมันจะหายเย็นไม่เป็นหิมะ เมื่อดื่มไปสักแก้วสองแก้วควรเรียกน้องๆ มาเปลี่ยนแก้วใหม่จะได้อรรถรสในการดื่มอย่างสม่ำเสมอ (ย่อหน้านี้คอแอลกอฮอล์น่าจะชอบ)
วกกลับมาเรื่องอาหาร ร้านนี้ขายซีฟู้ดตามสั่ง (หมายถึงชี้นิ้วเลือกกุ้ง กั้ง หอย ปูออกจากตู้แล้วสั่ง) เพราะงั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องสด-ไม่สด เรื่องของเรื่องคือ เจ้าของร้านมีอาชีพส่งอาหารทะเลสดๆ ให้ตามร้านอาหารในกรุงเทพฯ มาก่อนที่จะเปิดร้านเป็นของตัวเอง
ความอร่อยร่ำลือผ่านปากต่อปาก (พอๆ กับที่ร่ำลือเรื่องราคา) ได้รับความนิยมมากมายในหมู่นักธุรกิจ นักการเมือง แม้ว่าบรรยากาศร้านห้องแถวดูธรรมดาๆ อาจไม่เอื้อต่อการจิบไวน์แพงๆ แต่หลายคน (ที่ไม่นิยมเบียร์) ก็จะหิ้วไวน์มาจิบเอง สำหรับเมนูคนกระเป๋าหนักส่วนมากคิดตามน้ำหนัก เช่น กุ้งมังกรเผาเนย 3,500 บาท/ก.ก. กั้งตั๊กแตนนึ่ง 1,600 บาท/ก.ก. ปูทะเลเนื้อผัดพริกเผา 1,300 บาท/ก.ก. ปลาเต๋าเต้ย 900 บาท/ก.ก. ฯลฯ
โชคดีมื้อนี้มีเจ้ามือ เอาไว้ถูกหวยเมื่อไรกะว่าจะไปลองชิมดูสักอีกที กุ้งโลละสามพันห้าเนี่ย !!!
Recommended […]
Share on Facebook
หลังจากปั่นต้นฉบับร้อนๆ ส่งหัวหน้าและเข้าวัด (ร้อนๆ เช่นกัน) เวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชา อาการเริงร่าดีใจอย่างเห็นได้ชัดก็ออกมาทางสีหน้าและขุมขน หลังจากตกปากรับคำไปร่วมเกาะติดขอบสนามส่งแรงเชียร์ให้เด็กไทยในงาน Robo cup 2008 หรือมหกรรมหุ่นยนต์โลก ที่ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (SCG) ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยินดีกับความสำเร็จของเด็กไทยที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ในประเภทหุ่นยนต์กู้ภัย โดยทีมพลาสมา อาร์เอ็กซ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีมพลาสมา ซี ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลจากสถาบันเดียวกัน งานนี้ยิ้มกันไม่หุบ แช่มชื่นกันถ้วนหน้า…
ชะแว้บ…ย้อนกลับสู่เส้นทางชีพจรลงเท้าในครั้งนี้กันอีกครั้ง เป้าหมายการเดินทางที่ว่านั่นคือ เมืองซูโจว ในมณฑลเจียงซู อยู่ทางภาคตะวันออกของจีน ซึ่งรับหน้าที่เป็น เจ้าภาพในการจัดงานหุ่นยนต์โลกในครั้งนี้ หลายคนอาจทำหน้าเบ้…งงเต็ก ไม่คุ้นยินชื่อเมืองนี้เท่ากับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือคุนหมิง ที่บริษัททัวร์มักเลือกเป็นเส้นทางนำเที่ยวมากกว่า เท่าที่ค้นหาข้อมูลก่อนเดินทางพอจะได้ข้อมูลมาว่าเป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากเซี่ยงไฮ้ ถ้าจะเดินทางมาเองจะมีรถโดยสารข้ามจังหวัดและรถแท็กซี่บริการที่สถานีใกล้สนามบิน ใช้เวลาเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงสำหรับระยะทาง 130 ก.ม.
ซูโจวขึ้นชื่อเรื่องความงามของสวนโบราณ มีอุทยานส่วนตัวกว่า 200 แห่ง บางแห่งได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลก และเลื่องลือว่าเป็นเมืองแห่งสาวงาม (ในใจแอบคิดว่าเมื่อมีสาวงามก็ต้องมีหนุ่มหล่อบ้างล่ะ…ว้าว) ซึ่งกรณีนี้ต้องพิสูจน์ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แม้แรกทีเดียวจะจินตนาการไว้ไม่ค่อยสวยหรูนัก
กับความขึ้นชื่อสารพัดเรื่องกับการท่องเที่ยวเมืองจีน […]
Share on Facebook
ไม่อ้วนเอาเท่าไร !
รู้ๆ กันอยู่ว่า “อ้วน” นั้น ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของคนทั่วโลกก็ยังเอื้อให้ “อ้วน”
เฉพาะที่สหรัฐอเมริกาเขาเน้นนักเน้นหนา หลังออกกฎให้อาหารติดป้ายโภชนาการ รวม ทั้งปริมาณแคลอรีแล้ว ล่าสุดอดีตประธานาธิบดีคลินตันออกมาช่วยรณรงค์เรื่องลดความอ้วนในโรงเรียนอีก โดยให้การยกย่อง 43 โรงเรียนนำร่องที่เอาจริงเอาจังกับการป้องกันโรคอ้วนในหมู่นักเรียน
หนึ่งในนั้นคือ โรงเรียนมัธยมเคนลี่ ที่เมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ถึงกับขนาดประกาศตั้ง กฎห้ามนำลูกอม ลูกกวาด เข้าไปในอาคารเรียนกันเลยเชียว คลอดกติกาเป็นรูปธรรมเช่นเดียวกับอีกโรงเรียนหนึ่งในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่ริเริ่มฟิตเนสคลับสำหรับนักเรียน โดยจัดให้มีคลาสโยคะอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ส่วนข้อสงสัย ทำไมคลินตันถึงให้ความสำคัญเรื่องนี้ …ก็เพราะ “โครงการโรงเรียนเพื่อสุขภาพ” เป็นหนึ่งโปรเจ็กต์ในกองทุนวิลเลี่ยม เจ คลินตัน แห่งสมาคมโรคหัวใจสหรัฐนั่นไง ว่ากันว่า ก่อตั้งกันมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว จนปัจจุบันมีนักเรียน 1.66 ล้านคน จาก 3,000 โรงเรียนทั่วประเทศเข้าเป็นสมาชิก
แว่วว่า ตั้งเป้าขยายให้ได้ 8,000 โรงเรียนในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ด้วย
แหม ! โครงการดีๆ ที่เกณฑ์นักเรียนเป็นสมาชิกแบบนี้ บ้านเราก็มี…คุ้นๆ กันมั้ย !
Brain […]
Share on Facebook
เพื่อนสาวคนหนึ่งมีวิธีเก็บความทรงจำดีๆ ระหว่างเธอกับแฟนด้วยการสะสมตั๋วการเดินทาง เธอเก็บมันไว้มากมายทั้งตั๋วรถไฟ ตั๋วรถเมล์ ตั๋วทางด่วนก็ยังเก็บ
เมื่อวันสำคัญมาถึง เธอก็เซอร์ไพรส์เขาด้วยการมอบบันทึกทำมือที่หน้าปกแปะไปด้วยตั๋วแห่งความทรงจำ
เธอบอกว่า การได้เดินทางร่วมไปกับเขาคือความสุข และบันทึกตั๋วรถเมล์คือความสุขของเธอที่อยากมอบให้เขา !
เรื่องของเพื่อนสาวคนนี้ฟังดูช่างโรแมนซ์มากมาย…หลายคนที่ยังคงเดินทางด้วยรถสาธารณะในยุคน้ำมันแพงอย่างนี้ คงยังพอมีตั๋วเล็กๆ หลากหลายสีสันเก็บเอาไว้บ้าง อย่าเพิ่งทิ้งล่ะ ! …ตั๋วเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนโฉมสมุดบันทึกลายเก่าให้ดูเก๋ไก๋และมีความหมายได้ไม่ยาก
วิธีทำ คัดแยกตั๋วรถเมล์ตามสี พยายามเลือกชิ้นที่สมบูรณ์ไม่มีรอยฉีกขาดแยกไว้ จากนั้นใช้กระดาษกาว 2 หน้าแปะเป็นทางยาวบนปกสมุดบันทึกที่ต้องการ แล้วค่อยๆ นำตั๋วที่เลือกไว้มาแปะเรียงกันตามชอบ และเพื่อความสวยงามควรแปะตั๋วไล่จากขอบขวาเข้ามาขอบด้านซ้าย ตรวจความเรียบร้อยก่อนใช้สติ๊กเกอร์ใสแปะทับอีกทีเพื่อกันน้ำและความคงทน
Tips
- ตั๋วรถเมล์นำมาเรียงต่อกันดูสวยกว่าตั๋วรถไฟ หรือตั๋วเครื่องบิน เพราะขนาดเล็กกว่า หลากสีกว่า และคลาสสิกกว่า
- ตอนตัดสติ๊กเกอร์ใสสำหรับหุ้มปก ควรเผื่อเนื้อที่ด้านกว้าง-ยาวไว้สำหรับเก็บขอบเข้าไปข้างในด้วย
คอลัมน์ DIY
โดย เฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง
Share on Facebook
Share on Facebook
วนกลับมาอีกปีแล้วกับเทศกาลนาฬิกา ค่ายนาฬิกาต่างขนเอานาฬิกามาอวดโฉมให้นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาได้เลือกซื้อกัน โดยมีทั้งนาฬิกาที่เน้นฟังก์ชัน แฟชั่น และทั้ง 2 อย่างรวมกัน ใครชอบนาฬิกาแบบไหนไปเลือกหากันได้ในงาน Central International Watch Fair 2008 ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม-28 กันยายน ที่เซ็นทรัล ชิดลม
- Issey Miyake TO Automatic เรียบง่ายเกินหน้าเกินตา
แบรนด์ใดๆ ตัวเรือนทำด้วยสเตนเลสสตีล และเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในไทยด้วย (ราคาสอบถามในงาน)
- Vabene Stardust แฟชั่นวอตช์ที่คงสไตล์บลิงก์ๆ แต่ดีไซน์ให้หรูขึ้นสามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส (33,000 บาท)
- SEIKO รุ่น Sportura Honda F1 Racing Team (special edition) เอาใจคนชอบความเร็ว และยังคงใช้เทคโนโลยี
ควอรตช์อยู่ (19,230 บาท)
- Dior Christal รุ่น RUBBER BLUE (special edition) เทรนด์สีน้ำเงินในซีซั่นนี้มาแรง จอห์น […]
Share on Facebook
อันที่จริงแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ หลายวงการอาจจะหงอยเหงาเศร้าซึม แต่สำหรับในแวดวงเครื่องสำอางแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีการเปิดตัวเครื่องสำอางคอลเล็กชั่นใหม่ให้สาวไทยได้กระดี๊กระด๊ากันอยู่เนืองๆ
ล่าสุดเห็นจะเป็นฤดูออทัมน์ 2008 ของ
คอ-เฟรท์ ดอร์ (Coffret D”or) จากคาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) ที่คราวนี้ขนเมกอัพครบไลน์มาเปิดตัว โดยตัวเด่นที่สุดเห็นจะเป็น Coffret D”or FM Rouge ลิปสติกที่เขาว่าให้สีสันเด่นชัดเอิบอิ่ม
แต่ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นสิ่งที่ นายชุนอิจิ ซูซุจิ เมกอัพครีเอเตอร์ ที่บอกว่า …สาวเอเชียและสาวไทยมีพื้นฐานของใบหน้าที่ได้รูปอยู่แล้ว แค่เพียงเพิ่มสีสันบนใบหน้าด้วยการเติมแก้มและริมฝีปากให้เงาๆ พร้อมทั้งเสริมดวงตาด้วยอายแชโดว์ เพื่อให้ดวงตาดูกลมโตเด่นชัดยิ่งขึ้น แค่นี้ก็เพิ่มความมั่นใจได้แล้ว
เป็นคำบอกของเมกอัพจากญี่ปุ่นที่มองว่าสาวไทยใบหน้าได้รูป แต่วิธีการทำให้ดวงตาดูกลมโตอาจเป็นข้อจำกัดที่หลายคนอึดอัดขัดใจ เพราะไม่ได้เกิดมาตาโตเหมือนสาวแขกสักหน่อย
ดังนั้น คอ-เฟรท์ ดอร์ เลยแนะนำวิธีการทาตาให้กลมโตด้วยอายแชโดว์ที่มีส่วนผสมของไข่มุก นั่นคือ 1.ใช้แปรงด้านกว้างทา clear color ออกแนวเหลืองๆ ทั่วเปลือกตาถึงใต้คิ้ว 2.ใช้แปรงฟองน้ำด้านกว้างไล้ shade color สีเขียวอ่อน จากหางตามาถึงรอยพับตา 3.ใช้ปลายแปรงฟองน้ำทาสีเข้ม ตามแนวขนตาบนและขนตาล่างจากหางตามาถึงกึ่งกลางตา 4.ใช้แปรงไล้สีน้ำตาลอ่อน
จนถึงเบ้าตา และ 5.ใช้ปลายแปรงฟองน้ำ ทาสีน้ำตาลอ่อน ที่หัวตาด้านบนและล่าง
เท่านี้คุณก็จะมีตากลมโตขึ้นในแบบฉบับของสาวญี่ปุ่นเขาละ
Share on […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม