Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

10 Nanotech ผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยี



Donate

       Metro Life เลือกที่จะไป “งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ” เพื่อจะหาวิทยาการที่เหมาะสมกับคนเมืองในระดับผู้บริหาร โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 1. กำลังซื้อ 2. เทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ไกลตัว 3. เกี่ยวข้องและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร
       
       นาโนเทคโนโลยี อาจจะไม่ใช่ “ของใหม่” แต่ก็ไม่ได้เก่าจนเกินไปที่จะกล่าวถึง วิทยาการนี้มีการค้นคว้าวิจัยในระดับห้องทดลองเป็นเวลานานกว่า 30 ปี เราเพิ่งจะรู้จักนาโนเทคโนโลยีกันอย่างแพร่หลายเมื่อไม่กี่ปีมานี้เมื่อนักวิทยาศาสตร์เพียรพยายามที่จะนำเอาทฤษฎีในห้องทดลองมาปรับใช้กับสินค้าทั่วไปในท้องตลาด เมื่อนาโนเทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน จึงเป็นที่สนใจของคนจำนวนมาก เนื่องจากหลักการการนำนาโนฯ มาปรับใช้นั้นไม่ได้แตกต่างกันมาก
       
       “ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่แตกต่างจากของเดิมเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตัวเอง ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะพิเศษ เช่น มีกลิ่นหอม ช่วยฟอกอากาศ ป้องกันคราบสกปรก เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิได้ กันน้ำ กันรังสียูวี กันยับ เป็นต้น” คุณเวฬุรีย์ ทองคำ จากฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิชาการ ของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) กล่าวกับ Metro Life
       
       ข้อดีที่โดดเด่นของนาโนเทคโนโลยีคือ ผู้ใช้ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันที่เคยเป็น มีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ความสามารถในการป้องกันและยับยั้งแบคทีเรีย ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับเชื้อโรคและความสกปรก ยังผลให้คุณภาพชีวิตโดยรวมดีขึ้นกว่าเดิม แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น หมายความว่า กำลังจ่ายของคุณกับสินค้าในประเภทเดียวกันต้องเพิ่มกว่าปกติ 30-40 เปอร์เซ็นต์ นี่เองคือคำตอบว่า ทำไมต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้น !!
       
       “เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีสินค้านาโนเทคโนโลยีออกป้อนสู่ตลาดโดยบรรดาผู้ประกอบการเอกชนเพียงบางกลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มแคบๆเท่านั้น เช่นกลุ่มสิ่งทอ และกลุ่มเครื่องสำอาง เนื่องจากเหตุผลทางด้านต้นทุนและการตลาดที่ถือว่ายังใหม่อยู่มากสำหรับคนทั่วไป” ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ทดสอบของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) กล่าว ซึ่งผลที่ตามมาอย่างแน่นอนที่สุดก็คือ “ราคา” หลังจากนั้นมานาโนเทคโนโลยีก็ค่อยๆ ผนวกเอาคุณสมบัติดีเด่นสุดยอดของมันเข้ากับการดำรงชีวิตของเรามาตลอด มีการปรับปรุงคุณสมบัติใหม่ๆ และพัฒนาคุณสมบัติเดิมให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์วีชีวิตคนเมืองด้วยคำว่า “ดีและง่าย” จนกระทั่งเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากยิ่งขึ้น “ในปัจจุบันกลุ่มสินค้าที่ใช้นาโนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในตัวเองก็มีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น กลุ่มอาหารเสริม กลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น สีทาบ้าน กลุ่มสุขภัณฑ์ และกลุ่มปิโตรเคมี เป็นต้น โดยจะมีการต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง” ดร.ณัฐพันธุ์กล่าวทิ้งท้าย
       
       หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจในสุขภาพ รักความสะอาดแบบปลอดเชื้อแบคทีเรีย นิยมความสะดวกสบายและช่างสรรหาความคิดแปลกใหม่มาสร้างสีสันให้กับการดำเนินชีวิต นั่นยังไม่เพียงพอและมีความสำคัญเท่ากับว่าคุณมีความสามารถในการจ่ายซื้อสิ่งต่างๆ ดังที่กล่าวให้มาอยู่ในมือคุณได้หรือไม่ หากคุณมีคำตอบที่แอบโต้แย้งอยู่ในใจว่า “ได้” อย่างนั้นก็ลองมาดูตัวอย่างของ 10 ผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยีนี้กันหน่อยว่าชิ้นไหนบ้างที่คุณจะเทใจยอมจับจองเป็นเจ้าของ
       
       *************
       
       10 ผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยี
       
       1. เครื่องนอนต้านแบคทีเรีย

       ด้วยเทคโนโลยีกันน้ำและต้านแบคทีเรีย คุณจะนอนหลับสบายโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากคราบน้ำลายยามฝันหวาน หรือเจ้าตัวไรฝุ่นหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวอีกต่อไป
       
       ที่นอน 6 ฟุตธรรมดาราคา 5,500 บาท VS ที่นอนนาโนราคาประมาณ 7,700 บาท
        
                                  **********
       
       2. เสื้อผ้าต้านแบคทีเรีย
       

       หากกลิ่นอับบนผ้าทำให้ไม่มั่นใจว่าคนข้างๆ จะได้กลิ่นตุๆ หรือไม่ โยนของเดิมทิ้งไปซะ!! แล้วมาปลอดโปร่งโล่งจมูกกับเสื้อนาโนป้องกันแบคทีเรียที่จะช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืนมากันดีกว่า
       
       เสื้อธรรมดาราคาประมาณ 250 บาท VS เสื้อนาโนราคาประมาณ 550 บาท
       
       ************
       
       3. เครื่องซักผ้าต้านแบคทีเรีย

       ซักผ้าตามปกติ ง่ายและง่าย แต่แบคทีเรียตายเรียบ!!
       เครื่องซักผ้าธรรมดาราคาประมาณ 13,000 บาท VS เครื่องซักผ้านาโนราคาประมาณ 18,000 บาท
       
       **************
       
       4. บ้านสุนัขต้านแบคทีเรีย

       ไม่ว่าเจ้าหมาจะซนหรือขยันทำสกปรกเลอะเทอะขนาดไหน หน้าที่คุณเจ้าของก็มีแค่ซักทำความสะอาดเท่านั้น ไร้แบคทีเรียมารบกวนจิตใจทั้งเจ้าของและเจ้าหมา
       
       สินค้าธรรมดาราคาประมาณ 250 บาท VS สินค้านาโนราคาประมาณ 350 บาท
       
       **************
       
       5. ตู้เย็นต้านแบคทีเรีย

       จะมีความสุขขนาดไหนหากเปิดตู้เย็นมาแล้วจะไม่มีวันพบกับคราบราดำตามขอบตู้เย็น และไม่ต้องผงะหงายหลังกับกลิ่นอันแสนรัญจวนของตู้เย็นรุ่นเก่า แต่สิ่งที่เห็นคือผักผลไม้สดสะอาดปลอดเชื้อราเน่าๆ รวมไปถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพพร้อมจะเป็นอาหารมื้ออร่อยสำหรับทุกคนในบ้าน
       
       ตู้เย็นธรรมดาราคาประมาณ 16,500 บาท VS ตู้เย็นนาโนราคาประมาณ 23,000 บาท
       
       เมื่อมีการเพิ่มอนุภาคนาโนเช่น อนุภาคไทเทเนียมไดออกไซด์ หรืออนุภาคซิลเวอร์นาโนเข้าไปในระหว่างขั้นตอนการเตรียมเส้นใยหรือเคลือบบนพื้นผิวของวัตถุ ก็จะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและกำจัดกลิ่นได้ แต่จำเป็นต้องมีแสงเข้ามาร่วมทำปฏิกิริยาด้วย ดังนั้นในกรณีของเสื้อผ้า หลังการสวมใส่จึงจำเป็นจะต้องนำมาตากแดด อย่างไรก็ดีเรายังต้องซักทำความสะอาดเสื้อผ้าตามปกติ เพราะสารดังกล่าวไม่สามารถกำจัดคราบสกปรกให้หมดไปได้
       

       
       **************
       
       6. โคมไฟฟอกอากาศ

       แค่เปิดโคมไฟทิ้งไว้ อากาศในห้องก็จะสดชื่น ไร้สารระเหยที่เป็นพิษและยังมีส่วนทำให้ฝุ่นละอองลดน้อยลง ลดหน้าที่ของคุณ เพิ่มบรรยากาศดีๆ ให้กับบ้าน
       
       โคมไฟธรรมดาราคาประมาณ 1,400 บาท VS โคมไฟนาโนราคาประมาณ 2,000 บาท
       
       *************
       
       7. ตุ๊กตาฟอกอากาศ

       นอกจากคุณสมบัติประดับตกแต่ง กอดเล่นมันมือ เจ้าตุ๊กตายังช่วยฟอกอากาศและลดฝุ่นละออง เหมาะต่อผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือเจ้าตัวเล็กในบ้านอีกด้วย
       
       เมื่อมีแสงกระตุ้นอนุภาคไทเทเนียมไดออกไซด์ที่อยู่บนวัตถุก็จะทำลายสารระเหยที่เป็นพิษให้แตกตัวเป็นคาร์บอนไดออกไซด์หรือสารอื่นที่มีอันตรายน้อยกว่าได้ กลิ่นไม่พึงประสงค์บางกลิ่นก็จะหมดไป หรือทำให้ฝุ่นละอองมีขนาดเล็กลงจนไม่เป็นอันตราย
       
       ***********
       
       8. กระจกทำความสะอาดตัวเอง

       เป็นการจำลองการทำงานของปรากฏการณ์ “น้ำกลิ้งบนใบบัว” มาใช้ โดยการเคลือบพื้นผิวของกระจกด้วยสารกันน้ำที่มีคุณสมบัติคล้ายแผ่นฟิล์ม เมื่อคราบสกปรกหรือฝุ่นต่างๆ ถูกน้ำชะล้างไปก็จะไม่ทิ้งคราบไว้บนพื้นผิวของกระจก
       
       กระจกติดผนังธรรมดาราคาประมาณ 800 บาท VS กระจกนาโนราคาประมาณ 1,200 บาท
       
       ************
       
       9 .สุขภัณฑ์

       ไม่ต้องกังวลกับเชื้อแบคทีเรียที่ปกติอาจแฝงตัวอยู่มากมายบนพื้นผิวของชักโครกตามฝาชักโครกหรือที่รองนั่ง เพียงแค่ใช้น้ำล้างทำความสะอาด เท่านี้ก็ไร้แบคทีเรียกวนใจ
       
       โถชักโครกเซรามิกแบบไม่ฟลัชราคาประมาณ 650 บาท VS สุขภัณฑ์นาโน 950-2,000 บาท)
       
       ************
       
       10. กระเบื้องเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ

       ใช้เทคโนโลยีผลึกเหลว โดยเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปจะทำให้การจัดเรียงตัวของอนุภาคสารภายในโมเลกุลเปลี่ยนไป ทำให้เกิดการสะท้อนและดูดกลืนแสงที่แตกต่างออกไปด้วย สีที่เราเห็นจึงมีหลากหลายมากขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป
       
       ปกติราคาประมาณแผ่นละ 6-10 บาท VS กระเบื้องนาโน ราคาประมาณแผ่นละ 15-20 บาท
       
       **********
       
       นาโนเทคโนโลยีช่วยอะไรเราได้บ้าง
       
       1. พบทางออกที่จะได้ใช้พลังงานราคาถูกและสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
       
       2. มีน้ำที่สะอาดเพียงพอสำหรับทุกคนบนโลก
       
       3. ทำให้มนุษย์สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนกว่าเดิม (มนุษย์อาจมีอายุเฉลี่ยถึง 200 ปี)
       
       4. สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างเพียงพอต่อประชากรโลก
       
       5. เพิ่มศักยภาพในการติดต่อสื่อสารของผู้คนทั้งโลกอย่างทั่วถึง ทัดเทียม และเพียงพอ
       
       6. เพิ่มศักยภาพในการสำรวจอวกาศมากขึ้น
       
       ***********
       
        “แบคทีเรีย”ในมุมมองของ
        “แทนไท ประเสริฐกุล”

       กับ 2 ดีกรีเจ๋งด้วยการคว้าใบประกาศนียบัตรระดับ ป.ตรี Cornell University ที่ สหรัฐฯ สาขาชีววิทยา ด้าน ประสาทวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมสัตว์, ป.โท ม.จุฬาฯ คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล วันนี้ แทนไท ประเสริฐกุล มาช่วยไขปริศนาด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายในมุมมองของ “นักวิทยาศาสตร์” เหรียญทองแดงในการแข่งขันชีวะโอลิมปิกปี 2539 เกี่ยวกับ “แบคทีเรีย” แท้จริงมันมีประโยชน์บ้างไหม และเป็นอธรรมแบบที่ใครเข้าใจมันหรือไม่…?
       

       ในความหมายของนักวิทยาศาสตร์ “แบคทีเรีย” คืออะไร
       ปัจจุบันพอพูดถึง “แบคทีเรีย” คนมักจะนึกถึงเชื้อโรคร้ายจนไม่อยากให้มาอยู่บนตัวเรา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในเสี้ยวหนึ่งที่ใครๆ คิดว่ามันเป็นเชื้อโรคและมีความเชื่อมโยงกับสิ่งสกปรก แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว “แบคทีเรีย” จำนวนมหาศาลถือว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดของโลกเลยทีเดียว
       
       ที่บอกว่า “แบคทีเรีย” สุดยอด มันสุดยอดยังไง…?
       
       เอาง่ายๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่มีชีวิตที่เป็นเซลล์ “แบคทีเรีย” มีจำนวนมากที่สุดในโลก แม้แต่ลึกลงไปใต้โลกหลายร้อย กิโลเมตรหรือบนอวกาศ ในน้ำแข็งอุณหภูมิติดลบ หรือความร้อนทะลุจุดเดือดก็ยังมีมัน คือ “แบคทีเรีย” เวลาที่พูดว่าสุดยอดไม่ได้หมายถึงชนิดเดียวที่ทำได้ทุกอย่าง แต่เราแบ่งได้ตามความหลากหลาย ซึ่งประโยชน์-โทษของมันแต่ละชนิดก็ต่างกันสุดขั้วโดยสิ้นเชิง
       
       แบ่งตามภาษาชาวบ้าน “แบคทีเรีย” มี 2 พวกคือ “ฝั่งธรรมะ”-“ฝั่งอธรรม” ถูกไหม
       
       ถ้าคร่าวๆ ก็ได้ครับ เพราะพูดถึง “แบคทีเรีย” มันมีเยอะไปหมดไง แม้แต่ในตัวเราเอง เซลล์ทุกเซลล์ตามตัวถ้าแกะออกมานับเหมือนนับเลโก เซลล์ 1 เซลล์จะมี “แบคทีเรีย” เยอะกว่าเซลล์มนุษย์ซะอีก ผมกำลังจะบอกว่าเซลล์ที่อยู่ในร่างกายเราเป็น “แบคทีเรีย” มากกว่าความเป็นคนอีกครับ พวกนี้พอพูดถึงว่าฝ่ายดี ซึ่งแต่ละเคสมันมีวิธีการอยู่รอดที่หลากหลายมากๆ โดยวิธีการอยู่รอดบางตัวมันบังเอิญเป็นโทษต่อการอยู่รอดของมนุษย์ หรือบางพวกที่บังเอิญเป็นประโยชน์ต่อเรา
       
       “แบคทีเรีย” มีประโยชน์ต่อมนุษย์ยังไง
       
       บางอุตสาหกรรมก็เอามันมาใช้ประโยชน์ เช่น ใส่มันลงไปใต้ดินมันจะไปสังเคราะห์ทองหรือคนเป็นเบาหวานก็ขอบคุณ “แบคทีเรีย” เพราะว่า Insulin มันสังเคราะห์มาจาก “แบคทีเรีย” หรือเดี๋ยวนี้ไฮเทคขนาดมีการเอายีนของคนเข้าไปใส่ใน “แบคทีเรีย” แล้วให้มันผลิตโน่นผลิตนี่แล้วเราก็ไปสกัดออกมาจากมันอีกทีและเอาไปใช้โดยที่ไม่รู้สึกผิดเลย แม้ “แบคทีเรีย” จะมีชีวิต แต่ไม่มีจิตใจแน่นอน เป็นต้น
       
       “แล็กโตบาซิลลัส” ที่อยู่ในยาคูลห์ก็คือ “แบคทีเรีย” ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์
       
       ใช่…“แบคทีเรีย” ประเภทนี้จะช่วยให้การดูดซึมอาหารดีขึ้น ช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากเชื้อโรค เป็นต้น
       
       “แบคทีเรีย” มีเพศไหมแล้วมันสืบพันธุ์กันยังไง
       
       มี, แต่ก็ไม่ชัดเจนว่ามีอวัยวะเพศไหม เพราะมันเล็ก แต่ว่ามันสามารถผสมพันธุ์ได้ ซึ่งเผลอๆ มันอาจจะมีมากกว่า 2 เพศก็ได้ ซึ่งต่อให้มันไม่ผสมพันธุ์กับใครมันก็สามารถแบ่งตัวเองได้ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์แล้ว “แบคทีเรีย” ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์มากๆ เรื่องรูปร่างหน้าตาของ “แบคทีเรีย” คือมันมีทั้ง กลม เกลียว หยิก แต่ที่น่าสนใจคือขนาด “แบคทีเรีย” มีขนาดเล็กถึงหนึ่งในพันของช่องม.ม. นี่ยังมีขนาดเล็กกว่านี้อีกมาก
       
       ในฐานะนักวิจัย “แบคทีเรีย” มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาหรือไม่
       
       อธิบายแบบคร่าวๆ ก็ต้องย้อนไปตามอายุประวัติศาสตร์ของโลกราว 4,000 ล้านปี ในโลกใบนี้ไม่มีอะไรเลย นอกจาก “แบคทีเรีย” อย่างเดียวอยู่อย่างนั้นประมาณ 2 พันล้านปี คือแบคทีเรียครองโลกมาเท่ากับครึ่งชีวิตของประวัติศาสตร์โลก และระหว่าง 2 พันล้านปี และพวกมันก็เป็นพวกแรกที่สังเคราะห์แสงเอาพลังงานมาจากแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นอาหารได้ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า “แบคทีเรีย” สร้างนวัตกรรมเริ่มแรกเกิดใหม่ขึ้นมาก็เป็นเพราะ “แบททีเรีย”และทุกวันนี้พืชที่สังเคราะห์แสงได้ก็เพราะ “แบคทีเรีย” มาก่อน แล้วค่อยมาอาศัยอยู่กับสาหร่าย สาหร่ายก็กลายมาเป็นต้นไม้ทุกวันนี้ก็เพราะ “แบคทีเรีย” โลกมันขาด “แบคทีเรีย” ไม่ได้จริงๆ
       
       ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์คิดว่า “แบคทีเรีย” มีเสน่ห์เร้าใจตรงไหน
       
       ถ้าเรารู้ถึงประวัติศาสตร์สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกทั้งหมดแล้ว “แบคทีเรีย” ถือว่ามันเป็นพระเอกเลยนะครับ เปรียบง่ายๆ ถ้ามนุษย์ต่างดาวลงมาบนโลกเขาคงบอกว่า ไม่ใช่มนุษย์ที่ครองโลกนี้หรอกครับ แต่เป็น “แบคทีเรีย” เพราะมันเป็นพื้นฐานวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แม้กระทั่งในเซลล์เราเองก็มี “แบคทีเรีย” วันนี้มันก็กลายเป็นว่าเป็นหนึ่งเดียวกับเรา แต่ว่าอย่างตอนนี้มันเป็นเหมือนมีโรงงานไฟฟ้าอยู่ในเซลล์ร่างกายเราเรียกว่า “ไมโตกอนเดรีย” ถามว่า “ออกซิเจน” มาจากไหนก็มาจาก “แบคทีเรีย” อีกเหมือนกันครับ ความหลากหลายมากมาย ลึกลับและไม่ตายตัวนี่คือเสน่ห์ซับซ้อนของมัน
       
       ที่โฆษณาเขาบอกเราว่ามาร่วมกันกำจัด “แบคทีเรีย” จริงๆ แล้วมันชั่วและเป็นผู้ร้ายจริงไหม…?
       
       ก็จริงๆ ครับ เพราะ “แบคทีเรีย” เยอะมากจริงๆ แบบที่บอก มีทั้ง “แบคทีเรีย” ที่เป็นตัวช่วยย่อยอยู่ในไส้เรา มาสังเคราะห์วิตามินให้เราก็มี หรือพวกที่ไม่เกี่ยวกับเราเลยก็มี ขณะเดียวกันในความหลากหลายและมหาศาลของมัน ที่มันไม่ได้มาดีเสมอไป มาแบบเป็นปรสิตก็มาก ที่มาใช้ร่างกายของเราเพื่อเป็นเครื่องมือสืบพันธุ์อยู่ จนทำให้เราไม่สบาย สังเกตง่ายๆ พอไปหาหมอแล้วหมอให้กินยาปฏิชีวะแสดงว่าคุณไปติดเชื้อ “แบคทีเรีย” มา ฉะนั้นหมอจะให้ยาปฏิชีวนะไว้ไล่-ฆ่า ฉะนั้นไอ้ที่ฆ่าเชื้อๆ ก็มีจริงมันจริง ในแง่ที่ว่า มันก็ลดโอกาสเสี่ยงที่เราจะเจอเชื้อแบคทีเรียอะไรประหลาดๆ เข้ามาในตัวเรา
       
       ขณะเดียวกัน ถ้าเราอยู่ในสังคมปลอดเชื้อตลอด 24 ชม. มาตั้งแต่เด็กๆ ก็แย่ไปอีกแบบ
       
       คือ ร่างกายของเรามันเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองไงครับ มันจะบอกว่าเชื้อโรคอันไหนเคยเจอมาแล้ว พอมาทำร้ายเราอีกครั้งมันก็จะสร้างภูมิคุ้มกันแบบ Auto ฉะนั้นเด็กพวกที่อยู่กลางดินกินกลางทราย คือนี่พูดว่าถ้าเขารอดจากเชื้อโรคมานะ เขาจะไม่ค่อยเจ็บป่วยเมื่อเทียบกับเด็กที่โตในเมือง แต่มันก็มีข้อเสียก็คือพอมันมีพวกยาฆ่าเชื้อโรคกำจัด “แบคทีเรีย” ออกมามากๆ สุดท้ายมันไปส่งผลและกลายเป็นว่าเราไปออกแบบ “แบททีเรีย” รุ่นใหม่แบบไม่ได้ตั้งใจวัฏจักร “แบคทีเรีย” กับ “ยา” ก็เป็นเหมือนงูกินหาง
       
       สรุปแล้วนิยามในทางวิทยาศาสตร์แล้วเมื่อเทียบทั้งหมดโลกเรามี “แบคทีเรีย” ที่มีประโยชน์หรือมีโทษมากกว่ากันแน่
       
       มันก็เหมือนผมพูดว่า “สัตว์” คุณถามว่าสัตว์ไหนดี-ไม่ดี เราก็ต้องมาดูว่าสัตว์ที่คุณว่าหมายถึงสัตว์อะไร ที่จะบอกว่าดี-ไม่ดี ฉะนั้นคำว่า “แบคทีเรีย” ความหมายมันกว้าง และให้คำจำกัดความได้ยากมากครับ กลับมาที่เรื่องที่เราพูดกันก็คือ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่เขาสร้างออกมาเพื่อกำจัด “แบคทีเรีย” มากมาย เขาก็สร้างมาเพื่อมันก็ลดโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เราเสี่ยงต่อการสัมผัสถูก “แบคทีเรีย” หรือสูดเอาเชื้อนี้เข้าไปได้ง่ายๆ อย่างไรก็ดี กับโฆษณาทั้งหลาย-แหล่ ก็ต้องไปดูว่าอันไหนเวิร์ก เพราะบางตัวเป็นโฆษณาชวนเชื่อ สุดท้ายสิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ ไม่ว่าคุณจะใช้อะไรกำจัดมันก็แล้วแต่ อย่าลืมว่าในโลกมันไม่ได้มี “แบคทีเรีย” ตัวร้ายกาจประเภทเดียว
       
       *********
       
       “แบคทีเรีย” เชื้อร้ายที่หลายคนมองข้าม

       ในปัจจุบันแบคทีเรียสามารถพบได้ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะในดิน อากาศ น้ำทะเล น้ำจืด น้ำพุร้อน ธาร
       
       น้ำแข็ง ร่างกายคน สัตว์ อาหาร เสื้อผ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคคออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ คอตีบ ไอกรน วัณโรค ไข้ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค อุจจาระร่วง กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร บาดทะยัก แผลพุพอง ฝี แอนแทรกซ์ ซิฟิลิส หนองใน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ แม้แต่โรคฉี่หนู
       
       เชื้อแบคทีเรียมีชีวิตอยู่ได้ทุกฤดูกาล และในบางฤดูกาล สภาพอากาศหรือสิ่งแวดล้อมทำให้เชื้อเจริญได้ดีขึ้น หรือมีโอกาสติดต่อมาสู่คนได้ง่ายขึ้นทำให้มีอุบัติของโรคเพิ่มขึ้น ซึ่ง รศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ยกตัวอย่างเชื้อแบคทีเรียที่พบได้บ่อยในฤดูฝน อันเป็นต้นเหตุของโรคฉี่หนู
       
       “โรคเลปโตสไปโรซิสหรือที่รู้จักทั่วไปว่า “โรคฉี่หนู” เกิดจากเชื้อเลปโตสไปโรซิส เชื้อจะถูกปล่อยออกมาจากปัสสาวะของสัตว์ ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะหนูเท่านั้น อาจจะเป็นสัตว์อื่นได้ ได้แก่ สุกร สุนัข โค กระบือ ส่วนใหญ่เชื้อจะปนเปื้อนอยู่ในน้ำหรือพื้นดินที่ชื้นแฉะ เมื่อไปสัมผัสโดยเท้าเปล่าหรือเดินลุยน้ำช่วงน้ำท่วม เชื้อก็จะชอนไชเข้าทางผิวหนังที่เป็นแผลหรือผิวหนังที่เปื่อยยุ่ยหลังแช่อยู่ในน้ำนานๆ”
       
       แบคทีเรียคือจุลชีพชนิดเซลล์เดียว จัดอยู่ในกลุ่มโปรคารีโอตมีขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.3-2 ไมโครเมตร (1 ไมโครเมตร = 0.001 มิลลิเมตร) มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 1,000 เท่า จึงจะเห็นได้ชัดเจน ส่วนรูปร่างของแบคทีเรียโดยทั่วไปจะมี 3 แบบ คือ รูปกลม รูปแท่ง และรูปเกลียว แบคทีเรียส่วนใหญ่จะเจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 35- 37 องศา เซลเซียส
       
       “แบคทีเรียที่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโตเรียกว่า แอโรบ ส่วนพวกที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโต เรียกว่า แอนแอโรบ และการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของแบคทีเรีย เช่น เชื้อ Escherichia Coli ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ส่วนเชื้อ Mycobacterium Tuberculosis ที่ทำให้เกิดโรควัณโรคต้องใช้เวลามากกว่า 12 ชั่วโมง” รศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร กล่าวกับเมโทรไลฟ์
       
       เกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี รศ.ดร.สมหญิง กล่าวว่า
       “นาโนเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งใช้อนุภาคนาโนมาต้านจุลชีพเข้าสู่เซลล์เพื่อกำจัดเชื้อ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือต่างๆ ในการกำจัดฆ่าเชื้อ เราควรที่จะดูแลตนเองให้ห่างไกลจากเชื้อแบคทีเรียโดยปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ
       
       การกำจัดเชื้อแบคทีเรียง่ายๆ แต่ได้ผล
       
       - ฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส เช่น การต้ม การอบไอน้ำอย่างน้อย 15 นาที
       - การใช้แสงอัลตราไวโอเลต คือ การนำไปผึ่งแดด
       - การใช้สารเคมี เช่น แช่ในด่างทับทิมหรือน้ำส้มสายชู
       - การใช้ 70 % แอลกอฮอล์ ใช้ในการทำความสะอาดบาดแผล
       
       ****************
       
       แบคทีเรียก็มีประโยชน์

       จากการศึกษาข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์ที่ใช้โปรไบโอติกรักษาสิว Dr.R.H.Siver ได้ศึกษาการใช้ประโยชน์ของแบคทีเรียเพื่อรักษาผู้ที่มีปัญหากระเพราะอาหารและลำไส้ทำงานไม่ปกติ แต่การรักษาอาการดังกล่าวกลับให้ประโยชน์กับผิวหน้าที่เคยมีปัญหา และในผู้ป่วยที่เป็นสิวให้กลับดีขึ้นได้ถึง 80% และจะยิ่งให้ผลชัดเจนในเด็กชาย และเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ส่วนใหญ่ผิวจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์หลังได้รับอาหารเสริมที่เป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ได้แยกคุณประโยชน์จากโปรไบโอติก “แบคทีเรีย” 3 ชนิด
       
       - Lactobacillus acidophilus (DDS-1 และ NAS super strains) แบคทีเรียที่ช่วยทำให้โปรตีนแตกตัวในลำไส้เล็ก และช่วยให้การดูดซึมอาหารดีขึ้น ช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากเชื้อโรค เนื่องจากแบคทีเรียตัวนี้จะช่วยหลั่งสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และจุลินทรีย์อื่น ๆ … แลคโตบาซิลัสแบคทีเรียนี้เป็นตัวช่วยระบบภูมิคุ้มกัน
       
       -Bifidobacteria bifidum (Malyoth super strain) แบคทีเรียนี้มีฤทธิ์มากกว่า, อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ ป้องกันเชื้อโรคเข้ามาทำร้ายร่างกาย หรือจากการรบกวนของยีสต์ที่อยู่ในลำไส้ใหญ่คือ ยิ่งมีแบคทีเรียชนิดนี้เยอะ ก็ยิ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของตับได้เท่านั้น แบคทีเรียที่ทำประโยชน์ให้ร่างกายนี้จะขจัดสารพิษออกไปเพื่อให้ตับทำงานเป็นปกติ นักวิจัยชาวญี่ปุ่นรู้สึกว่าแบคทีเรียชนิดนี้จะเป็นตัวที่สำคัญและให้ประโยชน์กับร่างกายมนุษย์มาก
       -Lactobacillus bulgaricus (LB-51 super strain) อยู่ในระบบย่อยอาหารที่ส่งต่อไปยังลำไส้ เป็นแบคทีเรียที่ช่วยทำให้โปรตีนแตกตัว ช่วยให้ระบบดูดซึมสารอาหารได้ดี และช่วยทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ชนิดอื่น ๆ ติดอยู่ที่ผนังลำไส้ได้
       
       - Probiotics เป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์กับร่างกายคนเราเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ช่วยให้ระบบของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น จริงๆแล้วในต่างประเทศก็จะมีทำออกมาในรูปอาหารเสริมกันมากมาย ในบ้านเราอาจยังมีไม่มากแต่ก็สามารถหาได้จากอาหารบางชนิด
       
       ข้อมูลจาก Acnethai.com
       
       คุณรู้หรือไม่ว่า
       
       จำนวน “แบคทีเรีย” ในร่างกายมีปริมาณมากกว่าเซลล์ 20 เท่า…?? และในความเป็นจริง ทุก ๆ เท่าตัวของจำนวน “แบคทีเรีย” ในร่างกายก็มีจำนวนมากกว่าคนที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ซะอีก ดังนั้นครั้งต่อไปที่เข้าห้องน้ำ จำเอาไว้ว่าน้ำหนักที่เหยียบลงไป 1 ตารางนิ้วนั้นไม่ใช่ของคุณทั้งหมด แต่มีจุลินทรีย์เป็นพันล้านตัวอยู่ในเครื่องในคุณด้วย






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Latest Casino news - Newest Us Friendly Online Casino Bonus Codes - bonus codes for vegas casinos and Amex Slots Usa Players with sign up bonuses!