Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

New Wave Leadership ข้าราชการพันธุ์ใหม่ ศตวรรษที่ 21



Donate



“New Wave Leadership” หรือ “โครงการ ผู้นำคลื่น ลูกใหม่ในราชการไทย” ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการพัฒนาบุคลากรของสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในการยกระบบราชการไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ โดยเฟ้นข้าราชการที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำและมีคุณสมบัติที่เหมาะสม มาพัฒนาเพื่อเป็นแรงเสริมให้ระบบ ราชการไทยเป็นฟันเฟืองที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นับตั้งแต่โครงการนี้เปิดตัวในปี 2544 ถึงวันนี้มีผู้ที่ผ่านการเรียนรู้ไปหลายร้อยชีวิตรวมกว่า 8 รุ่นรุ่นละ 30-40 คน โดยแต่ละรุ่นได้มีการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเหมาะสมและทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเป็นโครงการใหม่ที่ยังไม่เคยทำมาก่อนในเมืองไทย การเริ่มต้นจึงต้องอาศัยการระดมความคิดเห็นจาก

ผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้นำ ทั้งในภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการ มาพัฒนาเป็นหลักสูตรการพัฒนาผู้นำคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย

จากนั้นได้ดำเนินการฝึกอบรมอย่าง ต่อเนื่องทุกปี โดยพยายามขยายไปในหน่วยราชการต่างๆ ทั่วประเทศ จนปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าหลักสูตรนี้ได้สร้างคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในแวดวงข้าราชการ

และ New Wave Leadership โฟกัสไปที่ข้าราชการพลเรือนระดับ 6-7 อายุ 30 ต้นๆ ซึ่งถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ไฟแรง มีความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญคนกลุ่มนี้ได้ผ่านมาคัดกรองจากหน่วยงานต้นสังกัดมาเป็นอย่างดีว่าเป็นคนที่มีศักยภาพสูง การยกระดับศักยภาพของคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินฝัน

โครงการผู้นำคลื่นลูกใหม่ นอกจากจะเปลี่ยนมุมมอง วิธีคิดของข้าราชการรุ่นใหม่แล้ว ยังเสริมในเรื่องของการทำงานเป็นทีม การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้วยการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคนทำงานเพื่อบูรณาการงานที่ทำอยู่ให้เกิดประโยชน์กับผู้รับบริการมากที่สุด ฉะนั้นกิจกรรมการเรียนรู้จึงเน้นความหลากหลายมาก ไม่ได้มีเพียงการบรรยาย การอภิปรายกลุ่มเหมือนการอบรมสัมมนาทั่วๆ ไป แต่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก.พ.ได้สอดแทรกสิ่งต่างๆ เข้าไปมากมาย จัดให้มีการดูงานนอกสถานที่ การเสริมสร้างทักษะโดยการให้ปฏิบัติจริง มีเกมและกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ มีการมอบหมายการอ่าน การค้นคว้า

และที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาหลายคนติดใจพูดถึงกันมากคือ กิจกรรมผจญภัย ฝ่าความยากลำบากเพื่อสร้างความเป็นผู้นำ ฝึกการเล่าเรื่อง เล่าประสบการณ์ รวมถึงมีการประชุมกลุ่ม การสำรวจและประเมินตนเอง โดยเรียนรู้ร่วมกันผ่านประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง

และก่อนปิดฉาก จับมืออำลา ทุกคนจะต้องจัดทำแผนพัฒนาตนเองและหน่วยงานเพื่อนำไปใช้ในการทำงานต่อไป

“ธันวิน สวัสดิศานต์” วิศวกรโยธา ระดับ 6 สำนักวิจัยและพัฒนางานทางกรมทางหลวงการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และ “ยาริกา เรืองศิริ” นักวิชาการภาษี ระดับ 3 สำนักแผนภาษี กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สองผู้นำรุ่นใหม่ที่ได้มีโอกาสฝ่าด่านเข้าไปร่วมในโครงการ New Wave Leadership รุ่นที่ 8 กล่าวในแนวทางเดียวกันว่า เป็นโครงการที่ดีที่ทำให้คนอายุไล่เลี่ยกันได้มาทำอะไรที่ดีร่วมกัน ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้ว กลับไปพัฒนาหน่วยงานของตัวเอง เพราะบางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานหนึ่งอาจจะเคยเกิดขึ้นในอีกหน่วยงานหนึ่งมาก่อนแล้ว เมื่อได้มาพูดคุยกันก็จะทำให้เห็นช่องทางในการแก้ปัญหาที่ง่ายมากขึ้น ที่น่าสนใจคือแทบทุกคนมักจะชอบมองงานแค่หน้าตักของตัวเองไม่ได้มองงานของคนอื่น การเชื่อมโยงงานต่างๆ จึงไม่เกิด การได้มาร่วมกันคิดร่วมกันทำงานเป็นทีมจึงเป็นเรื่องที่ดี

“ธันวิน” เล่าว่า กว่าจะจับพลัดจับผลูมาร่วมโครงการนี้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เพราะจากคนเป็นร้อยๆ คัดเหลือเพียงแค่ 40 คน แน่นอนต้องมีการคัดเลือกหลายขั้นตอน ผ่านหลายกระบวนการ ดังนั้นกว่าจะมายืนที่ตรงนี้ได้ ก็จำเป็นต้องทำงานอย่างหนัก แต่ก็มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

“ผมสนุกมากครับ ได้เพื่อนใหม่ ได้สาระความรู้ อาจจะโชคดีด้วยที่ ก.พ.เลือกคนที่อยู่ในระดับซีใกล้เคียงกัน ฐานอายุก็ห่างกันไม่เกิน 5 ปี เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับว่ามาเข้าห้องเรียนใหม่”

ส่วนในเรื่องกิจกรรม “ธันวิน” บอกว่า “กิจกรรมที่ได้ทำในระยะเวลา 5-6 สัปดาห์นั้น ได้อะไรหลายๆ อย่างมีทั้งการไปอบรม ไปดูงานนอกสถานที่ นั่งฟังบรรยายเรื่องราวของผู้มีความสำเร็จในสายราชการมาก่อน เช่น ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว.วชิรเมธี ที่มีทั้งสาระ และความครื้นเครง ได้ทำงานกันกลุ่ม ทำให้ได้สำรวจและประเมินตนเองอีกครั้งหนึ่ง ที่สำคัญได้ไปเข้าค่ายที่โรงเรียนนายร้อย จปร.จังหวัดนครนายก ทำกิจกรรมผจญภัย เดินป่า กระโดดหอ เรียนรู้เรื่องความสามัคคี และสร้างภาวะการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี”

“ธันวิน” บอกอีกว่า แต่ละกิจกรรมที่จัดขึ้นในโครงการนี้นอกจากจะสนุกสนานแล้วสอดแทรกสาระความรู้ต่างๆ เข้าไปมากมาย เช่น กิจกรรมการเล่าเรื่องจากประสบการณ์ของทุกๆ คน คือ ในตอนเช้าทุกคนจะต้องมารายงานข่าวยามเช้า และมีตัวแทนของแต่ละหน่วยงานมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสายงานของเขา คนที่ทำงานอยู่สภากาชาดก็มาเล่าให้ฟังเรื่องบริจาคเลือด คนที่ทำงานอยู่แบงก์ชาติก็มาเล่าให้ฟังเรื่องตรวจแบงก์ปลอม คนที่ทำงานอยู่กรมทางหลวงก็มาเล่าให้ฟังเรื่องถนน ส่วนคนที่อยู่กรมสรรพากรก็มาพูดเรื่องภาษีให้ฟัง ตรงนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเข้าใจงานของหน่วยงานอื่นๆ มากขึ้น ได้เห็นภาพรวมของงานทั้งประเทศที่หน่วยงานของรัฐทำอยู่ ทำให้ได้ไอเดียดีๆ ได้ความรู้ที่แปลกใหม่ น่าสนใจที่นำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันได้

ด้าน “ยาริกา” หรือที่เพื่อนๆ เรียกง่ายๆ ว่า “ดร.เก๋” สาวมั่นจากกรมสรรพากร เปิดใจว่า ถือเป็นโอกาสของชีวิตที่ได้เรียนรู้อะไรดีๆ หลายอย่าง ได้เปิดโลกทัศน์ในหลายเรื่อง เช่น เรื่องส่งเสริมด้านความโปร่งใสในวงการราชการไทย ในโครงการนี้ได้พาผู้เข้าร่วมสัมมนาไปดูงานถึงที่ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์นั้นถือว่าเป็นประเทศต้นแบบระบบราชการที่ดี ไม่มีคอร์รัปชั่น เมื่อมีโอกาสได้เข้าไปเจาะลึกในรายละเอียดระบบราชการของเขาทำให้เห็นว่าเขาทำงานกันอย่างไร ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับระบบในประเทศไทยได้

“ปัญหาคอร์รัปชั่น ณ วันนี้ ถือว่าแรงมากๆ การที่ได้ไปศึกษางานที่สิงคโปร์ทำให้เห็นภาพ เป็นประโยชน์มากๆ ประเทศสิงคโปร์ถ้ามีข่าวคอร์รัปชั่น เขาจะประจานลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทันที เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ มีการปลูกฝัง และมีการสร้างกระแสอย่างนี้มาตลอด 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา จนกลายเป็นวัฒนธรรมของประเทศ ทำให้ภาพประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโปร่งใสจริงๆ”

นอกจากนั้นแล้ว “ยาริกา” ยังมองว่าโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่ไม่ได้ให้เพียงความรู้ แต่ยังเน้นไปในเรื่องการปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การมีน้ำใจซึ่งกันและกัน เธอบอกว่า…

“โครงการนี้ไม่ได้สอนว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นผู้นำที่ดี แต่จะสอนว่าผู้นำไม่ใช่ว่านำเขาอย่างเดียว คุณธรรมของผู้นำเป็นอย่างไร วินัยควรจะเป็นอย่างไร บางครั้งทำแล้วอาจจะไม่ได้ผลตอบแทน ฉะนั้นคนทำงานในระบบราชการจะต้อง เสียสละ ไม่หวังว่าจะได้อะไร ไม่เห็นแก่ตัว พึงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทำให้ถูกต้อง ตรงตามหลักการ ส่วนผลตอบแทนนั้นก็เป็นเสมือนโบนัส แต่ไม่ใช่เป้าหมาย”

ความคิดที่ตกผลึกจากการเข้าร่วมในโครงการ New Wave Leadership ทำให้ “ยาริกา”อยากฝากถึงข้าราชการทุกคนว่า ระบบราชการถึงแม้ว่าค่าตอบแทนอาจจะน้อย ก็อยากให้คิดว่างานตรงนี้เป็นงานที่มีคุณค่า เป็นงานที่ท้าทายความสามารถของตนเอง ทำอย่างไรจะทำให้ระบบราชการไทยพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป

ถึงแม้ว่าวันนี้สายงานราชการไทยจะยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่เชื่อว่าสักวันหนึ่งในอนาคต คนรุ่นใหม่เหล่านี้จะมาช่วยกันพัฒนาระบบราชการไทยให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมประเทศชั้นนำอย่างแน่นอน…!!!

โดย สุฉัตรา เจียมเจิม






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>